อาชญากรรม

ลูกสาวร้องคดีไม่คืบ อดีต ผอ.โรงเรียน เมาแล้วขับ ชนท้ายรถพ่อแม่ซ้ำสองรอบ ตร.เตรียมแจ้งข้อหาแล้ว

2 ชั่วโมงที่แล้ว

60 views

ลูกสาวร้อง อดีต ผอ.โรงเรียน เมาแล้วขับชนท้ายรถพ่อแม่ซ้ำสองรอบ ตำรวจบอก “นายขอมา” ไม่ให้เอาเรื่อง สุดท้ายคดีไม่คืบหน้า ล่าสุดตำรวจเตรียมแจ้งข้อหา ขับประมาท-เมาแล้วขับ หลังผลตรวจแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด

นางสาวอ้อ อายุ 44 ปี ลูกสาวผู้เสียหาย เดินทางมาจากจังหวัดสระบุรี นำเอกสารหลักฐาน มาร้องทุกข์กับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับแม่ โดยนางสาวอ้อ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00 น. ที่ผ่านมา พ่อและแม่ ที่เป็นผู้สูงอายุ ขับรถอยู่บริเวณทางแยกชุมชนหนองปลาหมอ ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ก่อนจะถูกรถของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชนท้าย

เมื่อตนทราบเรื่อง ตนจึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ ก็พบว่าผู้ก่อเหตุมีลักษณะอาการคล้ายคนเมา ไม่ยอมลงจากรถ ขณะที่มีการเจรจาเพื่อรอประกันภัยมาถึง ได้มีการโต้เถียงกัน ขณะนั้น ตนได้พูดว่า ต้องรอร้อยเวรมานะ แต่จู่ๆ เขากลับโมโห พร้อมบอกว่า “จะอะไรกันนักกันหนาจบแค่นีไม่ได้หรอวะ” ก่อนจะขึ้นรถไปขับชนรถของแม่ตนซ้ำอีกครั้ง ตามภาพที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิด

สิ่งที่ตัวเองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีนี้คือเหตุใดร้อยเวรสอบสวนไม่ตรวจวัดปริมาณแอลกฮอล์ในทันที และยังแจ้งว่าชุดที่ตรวจหมด ตัวเองจึงขอให้ส่งตัวคู่กรณีไปตรวจหาผลที่โรงพยาบาล ทำให้ทราบในภายหลังว่าคู่กรณีมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

อีกทั้งตัวเองยังทราบว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ผู้ก่อเหตุยังไม่เข้าให้ปากคำด้วยตัวเอง แต่ส่งหลานสาวเข้าให้ปากคำแทน จึงมองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่

และในระหว่างที่มีคดีความ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับตนพร้อมขอให้ตนไม่ดำเนินคดี พร้อมบอกว่า “นายขอมา” นอกจานนั้นทางผู้ก่อเหตุยังมีความพยายามที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 1 แสนบาท เพื่อขอให้จบคดี ผ่านตำรวจถึง 3 ครั้ง ซึ่งตัวเองไม่เคยพบกับคู่กรณีโดยตรง

ส่วนตัวยืนยันว่า ตนไม่ต้องการขอรับเงิน เพราะรถของแม่มีประกันชั้น 1 ที่คอยดูแลอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุ แม่เครียด เพราะรายได้จากการค้าขายวันละ 1 หมื่นบาท หายไป เพราะไม่ได้ไปค้าขายมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ เนื่องจากรถพัง ทั้งนี้ตนแค่อยากขอให้ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

นอกจากนี้ยังทราบมาว่า อดีตผู้อำนวยการคนนี้ ยังรู้จักกับนักการเมืองในจังหวัดสระบุรี จึงพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเกรงกลัวว่า นักการเมืองคนดังกล่าวจะให้การช่วยเหลืออดีตผู้อำนวยการ ซึ่งตนได้รับข้อมูลจากเลขานุการว่า นักการเมืองคนดังกล่าวรับทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่เป็นเพียงการให้คำแนะนำ ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซงคดี

นอกจากนี้ ผู้เสียหายได้เปิดเผยกับทางทีมข่าวว่า อดีตผู้อำนวยการรายนี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อปี 2562 หลังให้นักเรียนนั่งเรียงแถวรอต้อนรับกลางแดด และให้ก้มกราบ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหนักเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จากคลิปเหตุการณ์ที่ได้รับ พบว่าการชนครั้งที่ 2 มีภาพค่อนข้างชัดเจน จึงเห็นว่าควรให้ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พร้อมเตรียมประสานไปยังรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และผู้กำกับการ สภ.หนองแค เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เนื่องจากมองว่าเป็นคดีที่ไม่ได้มีความซับซ้อน และประชาชนไม่ควรต้องเดินทางจากสระบุรีเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมถึงกรุงเทพ

ล่าสุด พ.ต.ท.สมจิตต์ ศิริแสวง สารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองแค เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อเตรียมเรียกตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.สมจิตต์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้บางส่วนแล้ว และได้นัดหมายสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในทันที เนื่องจากฝ่ายคู่กรณีมีความประสงค์จะแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับข้อหาทำให้เสียทรัพย์และหมิ่นประมาทด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องรอสอบคำให้การและตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายให้ครบถ้วนก่อน

ในส่วนของข้อหาหลักที่เตรียมจะแจ้งดำเนินคดีกับอดีต ผอ.รายนี้ เบื้องต้นประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย, ขับรถในขณะเมาสุรา เนื่องจากผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ก่อเหตุพบว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สมจิตต์ บอกอีกว่า ตนเพิ่งได้รับมอบหมายสำนวนคดีนี้มาจากผู้บังคับบัญชา จึงต้องขอเวลาตรวจดูรายละเอียดและพยานหลักฐานในสำนวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป


แท็กที่เกี่ยวข้อง  อดีต ผอ.โรงเรียน ,เมาแล้วขับ

คุณอาจสนใจ

Related News