อาชญากรรม

นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหลงเข้าป่าย่านมักกะสัน ถูก 6 วัยรุ่นรุมทำร้ายหวังไถเงิน วิ่งเลือดอาบขอพลเมืองดีช่วย

13 ส.ค. 2569

239 views

หนุ่มญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยหวังฉลองวันเกิด เดินหลงเข้าป่าย่านสถานีแอร์ลิงก์มักกะสัน ถูก 6 วัยรุ่นไทยทำร้ายหวังชิงทรัพย์ วิ่งหนีเลือดอาบมาหาพลเมืองดีช่วย

วันที่ 13 ส.ค.69 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เผยแพร่เรื่องราวผ่านกลุ่ม “Grab Car Driver club Thailand” เล่าเหตุการณ์ว่า พบนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกชิงทรัพย์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของเมื่อวานนี้ (12 ส.ค. 69) บริเวณสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน

เจ้าของโพสต์ ระบุว่า ตนเข้าไปให้ความช่วยเหลือชายชาวญี่ปุ่น และพาตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังเล่าอีกว่า บริเวณดังกล่าวเคยเกิดเหตุในลักษณะคล้ายกันมาก่อน ตนเป็นไรเดอร์ และเคยไปจอดรถแวะพักบริเวณจุดเกิดเหตุ ก็เคยถูกกลุ่มวัยรุ่นขว้างก้อนหินใส่จนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เตือนเพื่อนร่วมอาชีพ รวมถึงผู้ที่ต้องสัญจรผ่าน ให้เพิ่มความระมัดระวัง

ล่าสุดวันนี้ (13 ส.ค.) ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณสวนสาธารณะหลังสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน ที่สามารถทะลุออกไปยังบริเวณ ซอยอโศก - ดินแดง 30 พื้นที่เป็นพื้นที่รกร้าง มีเส้นทางถนนและเลนจักรยาน ทีมข่าวสอบถามพนักงานแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์และไรเดอร์ ต่างบอกว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตอนค่ำได้กลับบ้านไปแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าในช่วงเย็นๆ จะมีบุคคลภายนอกมาอาศัยถนนดังกล่าววิ่งออกกกำลังกายในช่วงเย็น และในอดีตบริเวณนี้มีเหตุปล้นชิงทรัพย์บ่อยครั้ง และมีคนเร่ร่อนอาศัยค่อนข้างเยอะ

จากรายงานสอบสวน พบว่า ผู้เสียหายคือ นายยูกิ อายุ 43 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย โดยเหตุระบุว่าผู้บาดเจ็บ ได้เดินหาทางขึ้นสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน และได้เดินหลงทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุ และพยายามจะเดินออก แต่มีกลุ่มวัยรุ่นซ้อนรถจักรยานยนต์ คันละ 3 คน จำนวน 2 คัน ขี่มาจากทางปากซอย อโศก - ดินแดง 30 เข้ามายังผู้ปาดเจ็บ แล้วพูดว่า “มันนี่ มันนี่” ก่อนผู้บาดเจ็บตอบกลับไปว่า “ไม่มี ไม่มี”

กลุ่มคนร้ายจึงเข้ามาล็อกตัว และใช้ก้อนหินขนาดประมาณกำปั้น ทุบมาที่หลังศีรษะ 3 ครั้ง และต่อยปาก 1 ครั้ง ผู้บาดเจ็บตกใจมากจึงรีบวิ่งออกจากที่เกิดเหตุมายังปากซอยอโศก - ดินแดง 30 และพบกับพลเมืองดี (ผู้โพสต์) ให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นมีบัตรเครดิตหายไปจำนวน 1 ใบ โดยตำรวจอยู่ระหว่างเร่งหาภาพหลักฐานจากวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย

โดย นายอาทิตย์ อายุ 44 ปี พลเมืองดีที่ช่วยเหลือ นายยูกิ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเองขับรถมาจอดแวะพักบริเวณสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ช่วงประมาณ 2 ทุ่ม จังหวะที่ตนลงจากรถ ก็ได้ยินเสียงกลุ่มเด็กตะโกนโวยวาย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากป่ารก 2 คัน แต่ตนเองมองไม่ถนัดว่ามีกี่คน จากนั้นก็เลี้ยวไปทาง ถนนเลียบบึงมักกะสัน ซึ่งตนเองเห็นเด็กขี่รถจักรยานออกไป อายุประมาณไม่ถึง 15 ปี

จากนั้นไม่นานตนเองก็เห็น คุณยูกิ วิ่งออกมาทางตนเอง ลักษณะเพื่อขอความช่วยเหลือ ในสภาพเลือดกลบปาก และมีบาดแผลจากการถูกทำร้าย และตรงที่ตนเองยื่นก็มีชายต่างชาติ ที่มาวิ่งออกกำลังกายมาช่วยคุย และตนเองก็พาผู้บาดเจ็บไป รพ.และไปแจ้งความ

จากที่ตนพูดคุย ก็ทราบเรื่องว่า ผู้บาดเจ็บเดินหลงเข้าในป่าด้านหลังสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน และกำลังจะเดินถอยออกมา แต่กลับเจอเยาวชน 6 คน เข้ามารุม ครั้งแรกคุณยูกิก็พูดไปว่า “ไม่ใช่คนไทย” จากนั้นก็พูดว่า “มันนี่ มันนี่” คุณยูกิ ก็บอกไปว่า ไม่มีๆ จากนั้นก็ถูกกลุ่มเยาวชนทำร้ายด้วยก้อนหิน ก่อนจะรีบวิ่งหนีตายออกมา เจอเข้ากับตนเอง

นายอาทิตย์ ยังเผยอีกว่า ผู้บาดเจ็บเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และตั้งใจเดินทางมาที่ไทยเพื่อมาฉลองวันเกิดในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ กับแฟนสาวชาวไทย แต่กลับเจอเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ก็ยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกสงสารและเห็นใจ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว พร้อมทั้งฝากถึงผู้ปกครองของกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุ ว่าให้ช่วยดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี อย่าเที่ยวปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก

นอกจากนี้ นายอาทิตย์ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองมาจอดรถพักผ่อนระหว่างรอผู้โดยสาร ก็มีเยาวชนอายุประมาณผู้ก่อเหตุมาทำร้ายร่างกายตนเอง ด้วยการนำกระป๋องสี มาขว้างใส่ ซึ่งตอนนั้นตนเองก็ไม่ได้เอาความอะไร มองว่าเป็นความคึกคะนอง แต่ก็มองว่าพื้นที่ตรงนี้มันควรจะมีการปรับปรุงเพื่อให้ไม่เป็นแหล่งมั่วสุม เพราะว่าตอนเย็นๆ จะมีคนมาวิ่งมาออกกำลังกายเยอะทั้ง ผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก

ขณะที่หลังเกิดเหตุ คุณยูกิได้แชทมาหาตนเองเพื่อขอบคุณที่ช่วยเหลือเมื่อวานนี้ และตอนนี้คุณยูกิยังรู้สึกตกใจและกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังโชคดีที่เจอพลเมืองดีที่คอยช่วยเหลือ

คุณอาจสนใจ

Related News