อาชญากรรม
ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี ตั้งบริษัทอำพรางใช้คนไทยถือหุ้นแทน ซื้อบ้านหรูกลางกรุง 33 หลัง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
5 views
บก.ปอศ.เปิดปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ตั้งบริษัทอำพรางใช้คนไทยถือหุ้นแทน ซื้อบ้านหรูย่านพัฒนาการ-กรุงเทพกรีฑา 33 หลัง มูลค่ารวมกว่า 1,275 ล้านบาท พร้อมเตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องยกขบวนการ
วันที่ 22 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. บุกเข้าตรวจสอบหมู่บ้านหรู 5 แห่ง ย่านถนนพัฒนาการและกรุงเทพกรีฑา หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีชาวจีนครอบครองอสังหาริมทรัพย์ และปล่อยให้เช่าในหมู่ชาวจีนด้วยกัน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้พักอาศัยใกล้เคียง
โดยพบว่าบ้านหรูเป้าหมายมีการจัดตั้งเป็นบริษัท ดำเนินการคือ นางสาวปิยนุช และ นางสาคร 2 แม่ลูกชาวไทยเป็นนอมินี แต่เบื้องหลังมีชายชาวจีน คือ นายห่าว เติ้ง คอยสั่งการจัดตั้งบริษัท 33 บริษัท และเข้าถือครองบ้านพักในหมู่บ้าน จำนวน 33 หลัง ในหมู่บ้าน 3 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท
ซึ่งการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเหล่านี้มีลักษณะอำพรางเพื่อซื้อบ้าน โดยมีสำนักงานทนายความและบริษัทรับทำบัญชีแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการ ตั้งแต่การจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ไปจนถึงใช้บริษัทที่จดทะเบียนแล้วไปซื้อบ้านพักหรู โดยทุนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และค่าบ้านพักก็ล้วนแล้วแต่เป็นเงินทุนของนายห่าว เติ้งทั้งสิ้น เนื่องจากนายห่าว เติ้ง เป็นแฟนหนุ่มของนางสาวปิยนุช ขณะที่นางสาวปิยนุช ก็เป็นเพียงพนักงานขายเบเกอรี ส่วนนางสาคร แม่ของนางสาวปิยนุช ก็ทำสวนยางพาราอยู่ที่จังหวัดเลย
และเมื่อมีลูกค้าชาวจีนติดต่อซื้อบ้านหรู ก็จะดำเนินการเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทที่ใช้ซื้อบ้าน โดยให้ลูกค้าชาวจีนเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ เพื่อครอบครองซื้อบ้าน บางหลังก็จะให้บริษัทเอเจนซี่ ซึ่งเป็นบริษัทนอมินีของชาวจีนหาลูกค้าเพื่อปล่อยเช่าหรือขาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดพยานหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, สัญญาซื้อขายโอนลอยหุ้นของบริษัท 30 ชุด ซึ่ง 2 แม่ลูกชาวไทยลงนามไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น รอเพียงนายห่าว เติ้งสั่งการ หนังสือเดินทางหลายสัญชาติ รวม 15 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13 รายการ, วัตถุคล้ายธนบัตรไทยและต่างประเทศ จำนวนรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท, สัญญาเช่าบ้าน ใบเสร็จรับเงิน เอกสารบริษัท เอกสารงบการเงิน 24 ชุด และตราประทับบริษัทอีก 6 ชิ้น
ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สอบสวนพยานผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัทรับทำบัญชี และบริษัทเอเจนซี่ 2 แห่ง ที่ดำเนินการเกี่ยวปล่อยเช่าบ้าน เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับนายห่าง กับพวกทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นคนไทย 4 คน และคนจีนอีก 17 คน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานนอมินีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พร้อมรายงานไปยังกรมที่ดิน ให้จำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทุนจีนนอมินี