อาชญากรรม
รวบพ่อเลี้ยงหื่นขืนใจลูกสาววัย 10 และ 13 ขวบ นานกว่า 4 ปี
2 ชั่วโมงที่แล้ว
34 views
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) นางสาวสวย (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว หลังทราบว่า ลูกสาวแท้ ๆ 2 คน คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 และเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ได้ถูก นายอุษา อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางสาวสวย และมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง ได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงทั้งสองคน โดยนางสาวสวยได้แจ้งความกับตำรวจ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (14 กรกฎาคม 2569)
สำหรับเหตุดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้น เนื่องจากครูประจำชั้นของเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของเด็กหญิงทั้งสองคน มีอาการซึมเศร้า และหวาดระแวงอย่างผิดปกติ ครูจึงได้เข้าไปพูดคุย และสอบถามด้วยความห่วงใย จนกระทั่งเด็กหญิงทั้งสองยอมเปิดปากเล่าความจริงว่า ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเรามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อครูทราบเรื่องจึงรีบประสานงาน และพาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีทันที ซึ่งหลังจากมารดาของเด็กหญิงทั้งสองคนทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และได้รีบนำตัวลูกสาวทั้ง 2 คนไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.สีคิ้ว รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายอุษา เอกอาวุธ พ่อเลี้ยงหื่น พร้อมกับพี่ชายของนายอุษา ได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับตำรวจ เบื้องต้นนายอุษาผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำการดังกล่าวจริง ส่วนใหญ่จะลงมือกระทำที่บ้าน โดยลงมือทำครั้งแรกเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน หรือประมาณปี 2565 และกระทำในลักษณะดังกล่าวเรื่อยมา พร้อมพาตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยตำรวจได้แจ้งข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดี
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี เนื่องจากการสอบสวนพบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน แล้วเด็กก็โดนกระทำมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะเกิดเหตุเด็กหญิงทั้งสองคนยังมีอายุไม่ถึง 13 ปี โดยหลังจากนี้เด็กหญิงทั้งสองคนจะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ และคุ้มครองตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ยังกล่าวชื่นชม และขอบคุณคุณครูของโรงเรียน ที่เอาใจใส่นักเรียน หลังสังเกตเห็นความผิดปกติของเด็ก ก่อนพูดคุย และสร้างความไว้วางใจ จนเด็กยอมเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าช่วยเหลือเด็กได้ รวมถึงนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
แท็กที่เกี่ยวข้อง