อาชญากรรม

ตำรวจคุมตัว 27 ผู้ต้องหาคดี “พ่อไทยทิพย์” ยื่นฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว

3 ชั่วโมงที่แล้ว

78 views

วันนี้ที่ สน.บางยี่เรือ ภายหลังตำรวจขยายผลกวาดล้างขบวนการ “ถอดเกล็ดมังกร” จับกุมพ่อไทยทิพย์ รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้คนจีน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวจีนรวม 27 คน ในฐานความผิดสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ


แต่นางศิริพร ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 157 หรือ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และในวันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน


สำหรับบรรยายที่ สน.บางยี่เรือ พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาพบญาติของผู้ต้องหา ได้ทยอยเดินทางนำอาหาร เครื่องดื่ม นำมาให้ผู้ต้องหาที่ถูกคุมขัง หนึ่งในนั้น คือ นางเทียน อายุ 69 ปี แม่ของ นายปฏิภูมิ หนึ่งในผู้ต้องหา เธอขอยืนยันแทนลูกชายว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องตกเป็นหนึ่งในขบวนการนี้ ซึ่งฝ่ายหญิงที่เป็นชาวจีน เป็นเพียงเพื่อนของลูกชายที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และเกิดตั้งครรภ์เมื่อ 3 ปีที่แล้วโดยไม่มีพ่อ ซึ่งพี่ชายของฝ่ายหญิงมาขอร้องให้ลูกชายช่วยเซ็นรับรองบุตรให้ เพราะรู้สึกอับอาย ที่น้องสาวท้องไม่มีพ่อ ด้วยความสงสารและเห็นแก่เด็กลูกชายจึงยินยอมเซ็นรับรองบุตรให้ และเป็นการเซ็นรับรองทางเอกสารเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาลูกชายหรือแม้แต่เธอเองก็ไม่เคยนำเด็กคนดังกล่าวมาเลี้ยงดูแต่อย่างใด


และเชื่อว่าลูกชายอาจจะไม่ได้รับจ้างหรือได้ค่าจ้างจากการเข้าไปเซ็นรับรองบุตรให้หญิงชาวจีนในครั้งนี้เพราะหากได้เงินจริง ลูกชายก็ต้องมาปรึกษากับครอบครัวก่อน


นางเทียน ยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเธอรู้สึกเครียดมาก เนื่องจากลูกชายเป็นเสาหลักของบ้านและเป็นคนดูแลครอบครัว ซึ่งฐานะครอบครัวก็ค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว ไม่รู้จะไปหาเงินมาประกันตัวลูกชายจากไหน และเมื่อวานนี้ ก็ต้องนำของไปจำนำ เพื่อเตรียมเงินมาประกันตัวลูกชาย จนเธอรู้สึกเครียดและอยากผูกคอตายด้วยซ้ำ โดยเช้าวันนี้เธอได้นำข้าวเหนียวหมูปิ้งจำนวน 10 ไม้ มาเพื่อเข้าเยี่ยมลูกชาย และยังไม่ได้พูดคุยกันตั้งแต่ถูกนำตัวมาไว้ที่โรงพัก


ต่อมาเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถสำหรับนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังทั้งหมด 5 คัน และได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องคุมขัง สน.บางยี่เรือ เพื่อพาขึ้นรถโดยแบ่งขึ้นรถทั้งหมด 4 คัน แยกเป็นผู้ต้องหาหญิง 2 คัน และผู้ต้องหาชาย 2 คัน


กลุ่มแรกเป็นผู้ต้องหาชายชาวไทย ซึ่งมีนายประจวบ ผู้ที่เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนอมินีของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคาร สตง. ถล่ม ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ต้องหาหญิงไทย ซึ่งมีนางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี และนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน รวมอยู่ด้วย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน โดยหนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถตู้เป็นคันสุดท้าย


โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาในหลายประเด็น เช่น เป็นนอมินีให้ชาวจีนจริงหรือไม่ เหตุใดจึงร่วมกระทำความผิด โดยเฉพาะนายประจวบ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้า รวมถึงถามว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีน อย่างไร เนื่องจากถือเป็นคดีที่ 2 ที่พัวพันกับกลุ่มคนจีน


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามนางสาวศิริพรว่า ได้ทำดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง สิ่งที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนแม้แต่คำถามเดียว ทำเพียงก้มหน้าหลบสื่อ บางคนใช้เสื้อ ผ้าห่ม มาปกปิดใบหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาล


ทั้งนี้ในท้ายคำร้องของพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวให้เหตุผล ว่ากระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดเกิน 3 ปี และมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติการณ์อาจหลบหนี


ขณะที่ นายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความ นายประจวบ และนางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายเพื่อที่จะมายื่นประกันตัว นายประจวบและนางเสี่ยว อึ่ง หวู หญิงสัญชาติจีน ซึ่งรับเป็นทนายให้กับสองคนนี้ โดยได้มีการเตรียมเงินสด แต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินได้ โดยขึ้นอยู่กับศาลโดยจะมีการเรียกหลักทรัพย์ในการประกันตัวทั้งสองคนจำนวนเท่าไหร่ โดยยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ศาลอาจจะไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอีกครั้ง


ส่วนนายประจวบให้การในชั้นสอบสวน ตนเองทราบว่า นายประจวบเข้าใจว่า เด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็ต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนนั้น เป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง


โดยทนายความ ยอมรับว่า คดีของนายประจวบ กับบริษัทไชน่าเรลเวย์ Numbers 10 (ประเทศไทย) ที่นายประจวบถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ เป็นคนละเรื่องกันไม่เกี่ยวข้องกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ