อาชญากรรม

“ชัชชาติ” สั่งอพยพประชาชนรัศมี 30 เมตร รอบจุดน้ำท่วมอุโมงค์สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

154 views

“ผู้ว่าฯชัชชาติ” ลุยตรวจเหตุน้ำทะลักท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ สั่งอพยพประชาชนอาคารใกล้เคียงรัศมี 30 เมตร คาดประมาณ 1 สัปดาห์

วันนี้ (9 ก.ค.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล เดินทางลงพื้นที่บริเวณวงเวียนใหญ่ เดินมาถึงเมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. จากนั้นได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ล่าสุด จากนั้นก็ได้เดินทางขึ้นไปดูที่บริเวณจุดไซด์งาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ก่อนที่ในเวลา 19.00 น. นายชัชชาติจะเดินทางกลับมาที่บริเวณวงเวียนใหญ่ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นอุโมงค์เส้นเดียวกับที่วชิระ แต่ว่าเป็นคนละผู้รับเหมากัน ตรงจุดนี้ก็เป็นจุดที่ต่ำสุด และมีเหมือนกับเป็นบ่อสำหรับรับน้ำอยู่ด้านล่าง ซึ่งก็มีน้ำรั่วเข้ามา และทำให้ดินทรุด โดยวิธีการแก้ไข ทาง รฟม.กับผู้รับจ้าง จะเป็นคนดำเนินการ แต่ในส่วนของ กทม. จะดูแลความปลอดภัยด้านบน ซึ่งได้สั่งการไว้ก็มีอยู่ 4-5 เรื่อง

เรื่องแรก คือ ดูแลสถานการณ์ด้านนอก ก็คงต้องดูว่าอัตราน้ำที่รั่วเข้าไปในอุโมงค์ มันเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน หรือว่ามีดินมากแค่ไหน อัตราการทรุดตัวของดินด้านนอก แล้วก็การเอียงของตึกเป็นเท่าไหร่ ก็จะมีการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้ดูว่ามันมีความเสียหายเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน โดยในขั้นต้นก็จะดูรัศมีประมาณ 30 เมตร จากจุดที่เกิดเหตุ เพราะว่าความลึก 30 เมตร

โดยอันดับแรก “จึงจะต้องมีการอพยพประชาชนจากอาคารด้านหลัง สองสามอาคาร” ซึ่งจะมีการดำเนินงานอพยพคน โดยให้ย้ายไปชั่วคราวก่อน ส่วนตึกที่ใกล้สุด (ธนาคารเก่า) ไม่มีคนอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นตึกที่เรโนเวทอยู่ ส่วนตึกอื่นยังไม่มีความอันตราย แต่ก็ให้คอยเฝ้าระวัง

อันที่สอง ก็คือเรื่องการจราจร เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ลดความสั่นสะเทือน ก็แนะนำให้ปิดจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มาถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ก็ปิดการจราจร เพราะฉะนั้นคนที่ใช้สะพานพุทธก็ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก ไปทางอิสรภาพ ไปลาดหญ้าได้ หรือจะไปถนนสมเด็จเจ้าพระยา เดี๋ยวจะมีรายละเอียดในการเดินทางให้พี่น้องประชาชนต่อไป

อันที่สามก็คือ จะมีการจัดศูนย์บัญชาการ กรุงเทพมหานครให้ผู้อำนวยการทั้ง 2 เขต คือ ธนบุรีกับคลองสาน แล้วก็ สน.บุปผาราม จะเป็นผู้ประสานงานอำนวยการเหตุอยู่ที่นี่ แล้วก็มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวรอดูสถานการณ์ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งขั้นแรกก็คงอย่างน้อยก็ 1 สัปดาห์ ที่จะต้องอพยพคนออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย ก็เอาความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการไว้

ส่วนลักษณะการเอียงหรือทรุดตัว เท่าที่ฟังรายงาน อาจจะมีเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเมื่อวานนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว โดยหลังจากที่ไปคุยกับทางผู้รับเหมา เขามีการมอนิเตอร์อยู่ แต่เราไว้วางใจไม่ได้ ก็คงต้องมีการมอนิเตอร์ของเราเองต่างหากด้วย ซึ่งก็คงต้องดูเรื่องตึก เรื่องสะพานลอยข้ามถนน ที่อยู่ตรงกลาง

สำหรับแนวทางแก้ไขก็คงมีหลายวิธี ซึ่งเป็นทางเทคนิค อันนี้เราก็คงไม่ก้าวล่วงมาก แต่หลักการคือเขาพยายามหยุดน้ำให้ได้ แล้วก็ทำดินให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งอันนี้คงต้องเป็นทางผู้รับเหมาเขา

เมื่อถามว่าตัวอาคารมีแนวโน้มที่จะเสี่ยงถล่มหรือไม่นั้น นายชัชชาติ บอกว่า ต้องมีการมอนิเตอร์มากขึ้น อาคารตรงนี้มันจะมีอาคารเดิม กับอาคารที่มีการต่อเติมเพิ่มขึ้นมา เข้าใจว่าสองตัวนี้ มันอาจจะไม่ได้มีความต่อเนื่องกัน แต่อาจจะมีรอยร้าวระหว่างสองส่วน ก็ยังไม่ต้องตระหนกมาก แต่เราก็มีการติดตั้งเครื่องวัดอัตโนมัติ ถ้าเกิดมันมีการเคลื่อนไหว ก็จะมีเสียงเสียงเตือนภัย และตอนนี้มีทางอธิบดี ปภ. ก็ได้นำเครื่องมาติดตั้งเพิ่มด้วย ต้องมอนิเตอร์เรื่องนี้อย่างละเอียดต่อไป

ในส่วนของรอยร้าวอาคาร รอยแตกต้องดูอีกทีหนึ่ง โดยผู้รับจ้างเขามีบริษัทประกันภัยอยู่ แต่ว่าตอนนี้ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักก่อน ส่วนเรื่องคนรับผิดชอบระยะยาว เดี๋ยวว่ากันอีกที

เช่นเดียวกับเรื่องของการเยียวยา หากมีการอพยพประชาชนออกไป ผู้ว่าฯ บอกว่า เบื้องต้น ที่พัก ทางผู้รับจ้างเขาเป็นผู้รับผิดชอบ 100% อยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่าเสียหายอื่นคงว่ากันอีกทีนึง แต่ว่าขอย้ำว่าตอนนี้ก็ ไม่ต้องตื่นตระหนก ก็มีมอนิเตอร์ตลอดเวลา

ทั้งนี้ สิ่งที่กังวล คือ เรื่องการจราจรเป็นหลัก เพราะว่าแถวนี้ก็มีโรงเรียนหลาย ๆ แห่งเลย ทั้งโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนศึกษานารี ต้องคิดอีกทีอนาคตถ้าเกิดมีการปิดถนนในระยะยาว อาจต้องมีการจัดรถโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถส่งนักเรียน แล้วก็ให้นั่งรถโรงเรียนเข้ามาได้ ก็เดี๋ยวลองดูเส้นทาง โดยส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องการจราจร เพราะว่าจุดนี้ก็เป็นจุดคอขวดอยู่แล้ว ที่คนต้องข้ามไปฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี

ขณะเดียวกันหลังสัมภาษณ์ ทีมข่าวได้สอบถามนายชัชชาติว่าถือเป็นการประเดิมงานแรกเลยหรือไม่ นายชัชชาติ บอกว่า เราก็ทำทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้ ก็มาดูทุกวัน ถูกนักข่าวแซวว่าตามสโลแกนว่า ทำงาน ทำงาน ทำงาน ใช่หรือไม่ นายชัชชาติก็ตอบว่าใช่ แต่หากงานสำเร็จได้ก็ดี ก่อนบอกว่าที่จริงแล้วเมืองเปลี่ยนไปตลอด ตนรู้สึกสบาย ทำวันต่อวัน ไม่ได้คิดอะไรมาก


แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ