อาชญากรรม

กมธ.ฟอกเงิน ลุยตรวจ 5 ร้านอาหารจีน ย่านห้วยขวาง-สุทธิสาร พบอุปกรณ์โยงเว็บพนัน เร่งสอบเส้นเงิน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

73 views

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ มุสิกอง, นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ, นายพลากร พิมพะนิตย์, นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ รองประธานฯ, นายดาชัย เอกปฐพี, นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล โฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด และคณะฯ พร้อมด้วยนายสมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตห้วยขวาง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.), เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตห้วยขวาง, เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ห้วยขวางสุทธิสาร และรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ


โดยจุดแรก ได้เข้าตรวจสอบร้านอาหาร ซึ่งเปิดเป็นบ่อตกกุ้งย่านห้วยขวาง แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ขณะเข้าตรวจสอบพบว่ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่บ่อตกกุ้งจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบลูกเต๋า ผ้าขนหนู ไฟแช็ก และสิ่งของอื่นๆ ที่มีข้อความโฆษณาและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์ รวมถึงพบบุหรี่ไฟฟ้าและพลุ-ดอกไม้ไฟ ภายในสถานประกอบการ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังพบสมุดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวันโดยวันที่ 22 มิถุนายน 2569 พบมีรายได้ยอดรวมกว่า 400,000 บาท ส่วนวันที่ 15 มิถุนายน 2569 มีเงินหมุนเวียนกว่า 740,000 บาท และมีข้อความระบุว่าเป็นเงินปิงปองสามรอบ จำนวน 5,000 บาท


จากนั้นได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 บริเวณร้านอาหารหมาล่าในซอยประชาอุทิศ 24 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ขณะเข้าตรวจสอบพบว่าลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชาวจีน มีป้ายโฆษณาเป็นข้อความภาษาจีน


จุดที่ 3 ที่บ่อตกกุ้งในซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

จุดที่ 4 สปา ย่านถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

และจุดที่ 5 ร้านอาหารหมาล่า ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ

ภายหลังการลงตรวจพื้นที่ 5 จุด นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เปิดเผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจที่อาจเข้าข่ายความผิดหลายประการ ว่าคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ และร้านอาหารจีนรวม 5 แห่ง เป็นบ่อตกกุ้ง 2 แห่ง ร้านอาหารจีน 2 แห่ง และสปา 1 แห่ง

จากการเข้าตรวจสอบร้านแรก พบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน รวมถึงเอกสารบันทึกรายรับรายจ่ายที่เชื่อมโยงกับการพนัน และพบอุปกรณ์บางประเภทที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบแรงงานต่างด้าวทำงานภายในร้าน จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนร้านแห่งที่สอง พบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง และมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อน โดยใช้โครงสร้างบริษัทหลายแห่งเชื่อมโยงกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบเส้นทางการเงินและโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด

นายสมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตห้วยขวาง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบ่อตกกุ้งร้านแรกพบว่าอยู่ระหว่างการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งต้องไปยื่นเรื่องขออนุญาตกับทางสำนักการโยธาธิการฯ ส่วนร้านที่ 2 ซึ่งเป็นร้านอาหารหมาล่าจากการตรวจสอบพบว่าเครื่องปรุงไม่มีฉลากติดอยู่ หลังจากนี้จะออกหนังสือเตือนไปยังร้านอาหารทุกร้านที่อยู่ในพื้นที่ให้ตรวจสอบฉลากเครื่องปรุงให้ถูกต้อง หากพบว่าไม่มีฉลากจะดำเนินการเอาผิดตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2565 เกี่ยวกับเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เครื่องปรุงรสวัตถุเจือปนอาหาร และสิ่งอื่นที่นำมาใช้ในกระบวนการประกอบหรือปรุงอาหารต้องปลอดภัย และได้มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร

นายพิทักษ์เดช เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน การฟอกเงิน หรือการดำเนินธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจสอบอุปกรณ์ที่อาจเข้าข่ายเป็นอุปกรณ์การพนัน ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นของกิจการ การถือครองเอกสารประจำตัวของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีย้อนหลัง เพื่อพิจารณาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการพนันออนไลน์หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนขยายผลตรวจสอบไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีความกังวลว่าธุรกิจบางประเภทอาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน หรือเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบอย่างเข้มข้น

สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบางร้านให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล ขณะที่บางร้านใช้บัญชีบริษัทรับชำระเงิน โดยได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารวบรวมข้อมูลบัญชีทั้งหมด ก่อนส่งต่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่

นอกจากนี้ ยังพบว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ขณะที่วัตถุดิบบางส่วนถูกนำเข้าจากต่างประเทศ และหลายรายการยังไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสำนักงานเขตเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติม

เบื้องต้นมีผู้กระทำผิดที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 3 ราย โดยคณะกรรมาธิการได้กำชับให้สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง, สำนักงานเขต, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสรุปผลการตรวจสอบทั้งหมดภายใน 7 วัน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมาธิการและพิจารณาส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินคดีในที่เกี่ยวข้อง

นายพิทักษ์เดช ยืนยันว่า หลังจากนี้คณะกรรมาธิการจะขยายผลตรวจสอบไปยังร้านค้าประเภทอื่นๆ ทั้งร้านมินิมาร์ทที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากจีน สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นฐานดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายหรือเป็นช่องทางหมุนเวียนเงินจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ส่วนกรณีแพลตฟอร์มรับส่งอาหารที่ให้บริการเฉพาะกลุ่มชาวจีน หลังปรากฏข้อมูลและกระแสข่าวว่ามีการดำเนินธุรกิจในลักษณะปิด ไม่ผ่านระบบแพลตฟอร์มสาธารณะทั่วไป นายพิทักษ์เดช บอกว่า เบื้องต้นทางคณะกรรมการฯ จะตั้งเรื่องเพื่อพิจารณาเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในประเด็นนี้ โดยได้ปรึกษากับพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาเพื่อรวบรวมศึกษาหาข้อมูลและเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงรายละเอียด เพื่อแก้ไขปัญหา และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News