อาชญากรรม

ล้อมจับชายไนจีเรีย เริ่มจากเด็กเดินยาก่อนไต่เต้าเป็นหัวหน้าแก๊งค้าโคเคน-โรแมนซ์สแกมในไทย เงินหมุนกว่า 380 ล้าน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

98 views

ตำรวจนครบาล ร่วมกับ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการจับกุม MR.PATRICK อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย หัวหน้าแก๊ง DODORIMA ขบวนการข้ามชาติที่เบื้องหน้าเป็นกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมการกุศล แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฎหมายเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดและฟอกเงิน โดยแฝงตัวอยู่ในประเทศไทยนานถึง 7 ปี มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากถึง 380 ล้านบาท



โดยปฏิบัติการดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรียได้บริเวณด้านหน้าคอนโดย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา ซึ่งผู้ต้องหาได้พยายามขับรถพุ่งชนฝ่าการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่สำเร็จและถูกจับกุมได้ โดยสามารถตรวจยึดของกลางเป็นโคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม รถยนต์โตโยต้า 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท เงินสดสกุลบาทไทย 178,800 บาท เงินสดสกุลเงินดอลลาร์ 1,900 ดอลลาร์ ตีมูลค่าประมาณ 57,000 บาท เงินสดในบัญชีธนาคารประมาณ 40,000 บาท สิ่งของแบรนด์เนมหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 700,000 บาท



สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการ ปส.บช.น. ซึ่งนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scam สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย



ต่อมาทางตำรวจสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด ประเภทโคเคน และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท



โดยในการสืบสวนได้พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม "DODORIMA" ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย กลุ่มดังกล่าวได้แตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA” ทั้งนี้ กลุ่ม "DODORIMA" มีพฤติกรรมรวมกลุ่มเดินสายบุญ โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีหัวหน้าขบวนการคือ MR.PATRICK อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย



จากการตรวจสอบขยายผลพบว่า MR.PATRICK รายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา แรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคน ทำหน้าที่เดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา MR.PATRICK มีเงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และกอบโกยเงินส่งกลับประเทศ จนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย



นอกจากนี้ การสืบสวนข้อมูลหลักฐานไปถึง MR.PATRICK ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายขบวนการรายล้อมหลายราย มีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน และอำพรางการฟอกเงิน จนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน แต่เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะมิได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตาม แต่เขายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วยโคเคน แต่รายละเอียดประเด็นเหล่านี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเนื่องจากจะกระทบต่อการขยายผลทางคดี



กระทั่งเมื่อคืนนี้เวลา 22.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบด้านยาเสพติด พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ ซึ่งมี พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. หรือสารวัตรแจ๊ะ ร่วมกับ ป.ป.ส. นำโดยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ป.ป.ส.กทม. ได้เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง DODORIMA จับกุมตัว MR.PATRICK ขณะกำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block



ทว่า ผู้ต้องหาได้พยายามขัดขืนการจับกุมด้วยการขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่ หวังเปิดทางหลบหนี จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ จนเจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกรถ สามารถดับเครื่องรถยนต์ผู้ต้องหาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ



จากการตรวจค้นรถ พบโคเคนจำนวนประมาณ 18 กรัม จากนั้นจึงนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สินของกลางตามที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท



ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแชตในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทย บางข้อความถึงขั้นระบุว่า “ผงที่มันสูดกัน มาจากรูขี้พวกกู”



จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัว MR.PATRICK พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยถูกดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ ส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล สำหรับทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป



ในชั้นจับกุม MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศลจากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า "DODORIMA" นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า "สวัสดี"



ทีมข่าวอาชญากรรม ช่อง 3 ได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขยายผลประเด็นในทางคดีเพิ่มเติม โดย พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า MR.PATRICK ถือว่าเป็นบิ๊กบอสหัวหน้าแก๊งขบวนการรายใหญ่ในนามกลุ่ม DODORIMA ได้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติอย่างครบวงจรในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติดประเภทโคเคน ไปจนถึงเส้นทางการเงินฟอกเงินให้กับแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวแอฟริกันที่ทางตำรวจจับกุมได้ที่ จ.นนทบุรี จนนำมาสู่การขยายผลในครั้งนี้



ส่วนสาเหตุที่ MR.PATRICK ใช้กลุ่ม DODORIMA ตระเวนทำกิจกรรมการกุศลบังหน้านั้น ก็เพื่อนำภาพลงในโซเชียลมีเดีย ทำทีเป็นการฟอกตัวเองว่าเป็นกลุ่มคนใจบุญ แต่แท้จริงแล้วคือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นกลุ่มย่อยของขบวนการ NBM OF AFRICA โดยก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลการข่าวจาก FBI ของสหรัฐอเมริกา ส่งมายังตำรวจไทยว่า ขบวนการ NBM OF AFRICA เป็นขบวนการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมครบวงจรรายใหญ่ มีแผนประทุษกรรมคล้ายคลึงกันและต้องการขยายฐานปฏิบัติการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงตั้งแก๊งดังกล่าวขึ้น โดยมี MR.PATRICK เป็นหัวหน้าแก๊ง



พล.ต.ต.ธีรเดช ยอมรับว่า คดีนี้พบอุปสรรคในเรื่องของการสืบสวนสอบสวนพอสมควร โดยเฉพาะตัว MR.PATRICK ที่ไม่พบประวัติอาชญากรรมในประเทศแต่อย่างใด ตลอด 7 ปีที่แฝงตัวในประเทศไทย ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยอย่างถูกต้อง ด้วยการใช้วีซ่านักท่องเที่ยว 90 วัน หากหมดวีซ่าก็จะเดินทางกลับและต่อวีซาเรื่อย ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า MR.PATRICK พยายามระมัดระวังตัวอย่างมากที่จะไม่ให้ถูกตรวจจับในเรื่อง Overstay และเสียประวัติการเข้าประเทศไทย



ส่วนประเด็นเรื่องของการอำพรางการฟอกเงิน การต่อต้านการสืบสวน ไปจนถึงเบาะแสสำคัญที่นำมาสู่การมัดตัว MR.PATRICK เรื่องนี้ทางตำรวจขอสงวนที่จะเปิดเผยรายละเอียด เพราะอยู่ในระหว่างการขยายผลทางคดี



สำหรับปฏิบัติการการจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว เนื่องจาก MR.PATRICK มีท่าทีไม่ยินยอมให้ถูกจับกุมและขัดขืนต่อสู้ จากความพยายามที่จะขับรถหลบหนีการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นายจากการถูกของมีคมเข้าที่บริเวณนิ้วชี้มือข้างขวา ต้องเย็บ 5 เข็ม ตอนนี้ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว และมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย 1 คัน



โดยหากเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัว MR.PATRICK ได้ ก็มีความเสี่ยงสูงที่ MR.PATRICK จะหลบหนีไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการหลบหนีกลืนไปกับชุมชนชาวแอฟริกาในประเทศไทย ไปจนถึงการลักลอบบินออกนอกประเทศ



ภายหลังการจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขยายผล ซึ่งนอกเหนือจากพบข้อมูลสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว ยังพบแชตข้อความในลักษณะของการดูถูกคนไทยที่บอกในทำนองว่า โคเคนที่ขายมาจากการขับถ่าย โดยสอดคล้องกับที่มาของโคเคน ซึ่งจะลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยด้วยการกลืนลงไปในท้อง แล้วขับถ่ายออกมา ก่อนนำเอามาขายต่อ โดยผู้ที่กลืนโคเคนมีทั้งมาทางช่องทางสนามบินตามปกติหรือช่องทางธรรมชาติ แต่ประเด็นนี้จะต้องทำไปขยายผลเพิ่มเติมว่า มีการว่าจ้างใครให้มาทำหน้าที่ตรงนี้



ขณะเดียวกัน ในคำให้การของ MR.PATRICK ได้ให้การภาคเสธยอมรับว่ายาเสพติดโคเคนเป็นของตนเองจริง แต่ให้การปฏิเสธเรื่องการฟอกเงินและยืนยันว่าประกอบอาชีพเกี่ยวกับการขายล้งปลาในประเทศไทยไปในไนจีเรีย แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการค้าปลาแต่อย่างใด แต่พบหลักฐานยืนยันว่า MR.PATRICK ได้นำเงินที่มาจากสีเทาส่งออกนอกประเทศ จนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ไนจีเรียได้



พล.ต.ต.ธีรเดช ได้กล่าวเสริมว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเด็ดหัวต้นตอองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ เพื่อไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจจะขยายผลไปยังเครือข่ายรายอื่น ๆ เพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับขบวนการ DODORIMA เพื่อกวาดล้างจับกุมต่อไป ถือเป็นปฏิบัติการสำคัญที่ทางตำรวจนครบาลร่วมมือกับตำรวจ ปส. และ ป.ป.ส. ในการกวาดล้างจับกุม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มาก่อเหตุในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มทุนต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย



ทั้งนี้ ยังได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ความร่วมมือจากภาคประชาชนจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกวาดล้างจับกุมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทย หากพบเห็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานและมีท่าทางพิรุธ รวมถึงหากพบการจดทะเบียนสมรสหรือคบหากับผู้หญิงไทยอย่างผิดปกติ มีโอกาสสูงที่เข้าข่ายเป็นการเข้าหาหญิงไทยบังหน้า เพื่อแทรกซึมแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศ สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ตำรวจหรือ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทยต่อไป ทางตำรวจไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมที่จะกวาดล้างชาวต่างชาติผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างเด็ดขาดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ