อาชญากรรม

สาวสุดทน ถูกชายหูหนวกคุกคาม นาน 3 ปี จนต้องออกจากงาน แจ้งตำรวจ 6 ครั้งยังทำอะไรไม่ได้

4 ชั่วโมงที่แล้ว

400 views

เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ชื่อ bangya pechsharat โพสต์คลิปภาพนิ่งพร้อมระบุข้อความว่า “ลุงคนนี้ญาติใครครับ เป็นพนักงานเก็บขยะอยู่ที่บริษัทหนึ่งแถวฉลองกรุง นิสัยไม่ดีเลย ตามราวีน้องเขาไม่เลิกเลย ตามคุกคามตามป่วนมาตลอด 3-4 ปี จนน้องเค้าต้องได้ออกจากงาน พอมาเปิดร้านรองเท้าลักชูอยู่แยกหนองจอกก็ยังตามมาปั่นป่วนตามมาคุกคามไม่เลิกจนไม่เป็นอันขายของ ถ้าเป็นโรคจิต วิปริต ก็ควรพาไปรักษานะครับ มันเกินความเป็นคนไปแล้วครับลุง พิการแต่เหลี่ยมจัด แบบนี้ก็ไม่ไหวนะลุง ฝากด้วยนะครับหากใครรู้จักหรือเจอลุง ฝากช่วยสะกิดให้ผมที”


โดยคลิปดังกล่าวจะเห็นผู้ก่อเหตุ พยายามคุกคาม อนาจาร ทั้งทำมือประกบกันแล้วตี จนเกิดเสียงดัง พั๊บ พั๊บ และยังมีการกระโดดขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ ทำท่า Twerk ส่งเสียงโหยหวน (ขยับก้นขึ้นลงในลักษณะอนาจาร) , วิ่งตามเพื่อส่งจูบ, จูบรถยนต์ของผู้เสียหาย ขึ้นไปนอนคว่ำบนรถ และใช้มือวาดรูปหัวใจใส่รถผู้เสียหาย


ทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้เสียหายคือ นางสาวนุช อายุ 35 ปี เล่าให้ฟังว่า ผู้ก่อเหตุเคยทำ ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันกับเธอ ตั้งแต่เธอไปสมัครงานเมื่อเดือนธันวา 2565 ผู้ก่อเหตุก็พยายามส่งสายตา แสดงท่าทีว่าชอบ ในช่วงแรกเธอก็ไม่อะไร แต่นานไปเริ่มหนักข้อครึ่ง ทั้งไปจูบรถยนต์ของเธอเป็นรอยรูปปากของผู้ก่อเหตุ พยายามเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าทางอนาจาร ส่งสายตาน่ากลัว เธอเคยแจ้งกับบริษัทไป มีการทำทัณฑ์บนผู้ก่อเหตุแต่ก็ยังก่อเหตุซ้ำ จนบริษัทมีคำสั่งไล่ผู้ก่อเหตุออก และสั่งย้ายเธอไปอยู่สาขาอื่น แต่เธอไม่สะดวกไปสาขาอื่นสุดท้ายถูกให้ออกจากงาน ส่วนผู้ก่อเหตุก็อ้างกลับมาเก็บของที่บริษัทแต่ก็ยังไม่ออกตามที่มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้


นางสาวนุช บอกว่า เธอต้องทนกับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมานานถึง 3 ปี แล้วยังต้องถูกไล่ออกเพราะพฤติกรรมแบบนี้ ละเมื่อเธอออกมาเปิดร้านแถวหนองจอก ได้เพียง 3 วัน ชายคนดังกล่าวก็ตามมาที่ร้านเธอโดยเธอไม่รู้ว่ามีใครไปบอกหรือสะกดรอยตามจนรู้ว่าเธอกลับมาเปิดร้าน ที่ผ่านมาขณะที่ทำงานที่บริษัทเก่าเธอไปแจ้งความที่ สน.ลำผักชี 6 ครั้ง แต่ตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีอะไรได้ เพราะบอกว่ายังไม่ก่อเหตุถึงตัวเธอ เต็มที่ก็แจ้งความก่อความวุ่นวายรำคาญ เท่านั้น


เธอยอมรับว่าพฤติกรรมของชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกกลัว ทุกครั้งที่ผู้ชายมาเดินผ่านหน้าร้าน เพราะเธออยู่กับลูกเพียง 2 คน ซึ่งเป็นลูกผู้หญิง เธอต้องแสดงเข้มแข็งเพื่อไม่ให้ลูกตกใจ ทั้งที่ที่จริงในใจเธอรู้สึกกลัวและกังวลมาก และเมื่อย้ายร้านมาเธอได้ไปแจ้งความที่ สน.หนองจอก แต่ตำรวจก็บอกว่าคดีเก่ายังไม่ดำเนินคดีจึงไม่สามารถทำอะไรได้


เธอเล่าอีกว่า มีครั้งหนึ่งที่เธอรับไม่ได้ คือผู้ก่อเหตุขับรถยกมาเพื่อที่จะยกรถยนต์ของเธอ แต่เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายได้ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจวิ่งเข้ามากระชากมือถือ เธอรู้สึกกลัวและกังวล และมีอีกหลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุทำอนาจาร กลับรถจักรยานยนต์เธอรู้สึกขยะแขยงกับพฤติกรรมดังกล่าวมาก เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนสติไม่ดีหรือไม่ เธอบอกว่าคนสติไม่ดีอะไร มีใบขับขี่สามารถขับรถยนต์ ขับรถจักรยานยนต์ ทำงานมีเงินเดือน ผู้ก่อเหตุแค่ลิ้นไก่สั้น และเธอเคยเห็นใบคนพิการที่ระบุว่าเป็นคนหูหนวก และทุกครั้งที่ตำรวจมาก็จะทำเป็นบ้าใบ้ พูดไม่ได้ ฟังก็ไม่ได้ยิน เพื่อให้ตำรวจสงสารและปล่อยตัว


เธออยากให้สังคมและตำรวจช่วยดำเนินการ ให้ผู้ชายคนนี้หยุดคุกคามเธอ เพราะเธอไม่รู้จะทำยังไงแล้วกลัวว่าสักวันชายคนดังกล่าวจะทำมากกว่าที่ผ่านมา และไม่ใช่เธอเพียงคนเดียว พนักงานหญิงที่บริษัทเก่าเคยถูกผู้ก่อเหตุคุกคามนานนับ 10 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเธอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ