อาชญากรรม

รวบพันโทคอลเซ็นเตอร์ “แก๊งกองร้อยปอยเปต” ขณะเตรียมกลับไปทำงานกัมพูชา

2 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

รวบพันโทคอลเซ็นเตอร์ “แก๊งกองร้อยปอยเปต” ขณะเตรียมตัวกลับไปทำงานกัมพูชา

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เจ้าหน้าที่ชุด ร่วมกันจับกุม นายอมรเทพ หรือ ต้า อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลง 21 มีนาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำควาความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งความกรณีมีคนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งกายเป็นตำรวจ ข่มขู่และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มเครือข่ายขบวนการดังกล่าวได้จำนวนหลายราย ทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรหลอก และกลุ่มฟอกเงิน ซึ่งจากการสืบสวนยังพบผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้อีกจำนวนหลายราย โดยพนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ รวมถึงหัวหน้าขบวนการชาวจีนอีกด้วย ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอยู่ มีบางส่วนได้แยกย้ายหลบหนีและไปซ่อนตัวที่ภูมิลำเนาของตนเอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนทราบว่า นายอมรเทพฯ (ผู้ต้องหา) ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังจะเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหา จากนั้นจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับพร้อมทำการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังจะเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

ในส่วนของการร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหาย

คุณอาจสนใจ