อาชญากรรม

รวบ 2 ชาวเมียนมา เครือข่ายค้าเสือดำข้ามชาติ เตรียมส่งไปชเวก๊กโก พบต้นทางจากกัมพูชา

4 ชั่วโมงที่แล้ว

37 views

ปทส. ผนึกกำลัง ดีเอสไอ-กรมอุทยานฯ รวบ 2 ชาวเมียนมา เครือข่ายลักลอบค้า “เสือดำ” ข้ามชาติ เตรียมส่งไปชเวก๊กโก พบต้นทางจากกัมพูชา คาดจีนเทาย้ายฐานสแกมเมอร์ ตร.เร่งขยายผล

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (9 เม.ย.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บุกรวบเครือข่ายลอบค้าเสือดำข้ามชาติ กลางห้างใน อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนเตรียมข้ามไปเมียนมา

สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้ มี พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ร่วมแถลงข่าวกับ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI นายนิติรัฐ พัสกรพินิจ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และนายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้นำลูกเสือดำ เพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน ของกลางในคดีมาโชว์แสดงด้วย

โดยในคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ผนึกกำลังจับกุมชาวเมียนมา 2 ราย กลางลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะเดียวกัน สามารถตรวจยึดของกลางเป็นลูกเสือดำ (Panthera pardus) เพศเมีย อายุ 7 เดือน มีราคาประเมินไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งสามารถตรวจยึดได้ที่ย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร

โดยนายนิติรัฐ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการที่มีบริษัทว่าจ้างขนส่งสัตว์เลี้ยงย่านสายไหมแจ้งเบาะแสมาว่า มีผู้ส่งสัตว์เลี้ยงมาให้ดูแลและส่งไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก โดยสำแดงอ้างว่าเป็น “ลูกแมวดำ” แต่เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ดุร้ายผิดปกติ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่จึงพบว่าคือลูกเสือดำ จึงได้ดำเนินการขยายผล จนทราบว่าลูกเสือดำตัวนี้ถูกส่งมาจากนายทุนจีนเทาในฝั่งประเทศกัมพูชา โดยได้ดำเนินการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ทาง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อขนย้ายส่งไปยังเมืองชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา ซึ่งถือเป็นแหล่งคาสิโนและสแกมเมอร์ที่ชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยขนย้ายมาพักไว้ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะนำส่งต่อไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีชาวเมียนมา 2 รายเป็นผู้รับ ส่วนผู้ว่าจ้างนั้น พบว่าได้ใช้นอมินีมาเป็นคนดำเนินการจ้างแทน ในลักษณะของการปิดบังตัวตน

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามนำลูกเสือดำมาส่งที่นัดหมายบริเวณลานจอดรถกลางห้างสรรพสินค้าใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา พอเห็นผู้ต้องหาทั้งสองขับรถมารับกรงเสือ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอ้างว่า รับคำสั่งจากหญิงรายหนึ่งชื่อ “นางมายู” ให้มารับสัตว์ไปส่งยังพื้นที่ชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา ได้รับค่าจ้าง 25,000 บาท

สำหรับลูกเสือดำที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นั้น พบว่ามีลักษณะที่เชื่องมาก คาดว่าเคยอยู่กับคนมาก่อน โดยถูกนายทุนจีนเทาเคลื่อนย้ายข้ามประเทศไปยังฝั่งประเทศเมียนมา คาดว่าเป็นเพราะเกิดการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์และแหล่งคาสิโนครั้งใหญ่ในแถบประเทศกัมพูชา เลยต้องย้ายถิ่นฐานไปยังฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งสัตว์ป่าเหล่านี้ เป็นความเชื่อของบรรดานายทุนจีนเอาที่นำไปเลี้ยงเพื่อประดับบารมีหรือนำโชคมาให้ รวมทั้งนำมาค้ากำไรแฝง เช่น เอามาทำเป็นสวนสัตว์เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสุขภาพแล้ว พบว่าลูกเสือดำตัวนี้ปลอดภัย โดยตลอดภารกิจครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ดูแลลูกเสือดำอย่างปลอดภัยมาโดยตลอด ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะนำลูกเสือดำไปอยู่ที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี เพื่อดำเนินการดูแลอนุบาลต่อไป

ทางด้านนายพลวีร์ กล่าวว่า จากข้อมูลการข่าวของสายลับ พบว่าขบวนการลักลอบเคลื่อนย้ายลูกเสือดำตัวนี้ มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ชาวกัมพูชา ชาวเมียนมาร์ ชาวไทย รวมทั้งชาวเวียดนาม ที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ขายสัตว์เลี้ยงตัวดังกล่าวให้นายทุนจีนเทา ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผล เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะนายทุนจีนเทาผู้ที่ลักลอบนำส่งจากชายแดนกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยก่อนไปยังเมียนมา ซึ่งคดีดังกล่าวถือเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ถือว่าเป็นการยับยั้งขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือดำ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) และตามกฎหมายไทย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 159 ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567 โดยห้ามค้าขายระหว่างประเทศเด็ดขาด ซึ่งชาวเมียนมาร์ทั้งสองจะถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิด ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่า สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เบอร์ 1362 และสายด่วน บก.ปทส. เบอร์ 1136 ตลอด 24 ชั่วโมง


คุณอาจสนใจ