อาชญากรรม
สกัดยาไอซ์-ยาเค 1.6 ตัน ใช้กะหล่ำปลีวางทับ คนขับอ้างได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท
3 ชั่วโมงที่แล้ว
8 views
ตำรวจนครบาลสกัดยาไอซ์-ยาเคกว่า 1.6 ตัน ใช้กะหล่ำปลีวางทับเพื่อปิดบังอำพราง จนมุมที่อยุธยา อ้างได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท นำเงินไปรักษาลูกป่วย เร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการรายอื่นและจุดพักยาเพิ่มเติม
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำแถลงข่าวผลปฏิบัติการของกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ที่สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์และยาเครวมกว่า 1.6 ตัน บรรจุมาในรถกระบะ 4 ล้อสำหรับขนส่งสินค้า ซึ่งคนร้ายได้ใช้ถุงกะหล่ำปลีมาวางกลบเพื่อสบตาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือนายตะวันฉาย อายุ 39 ปี สามารถจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 เมษายน เวลา 18:20 น. พร้อมของกลางเป็นยาเคตามีน 900 กิโลกรัม ยาไอซ์ 700 กิโลกรัม รวมสารเสพติดทั้งสิ้นกว่า 1,600 กิโลกรัม พร้อมกับรถกระบะคอกติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดพิษณุโลก
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตำรวจชุดจับกุมได้ทนายแหล่งพักยารายใหญ่ในพื้นที่กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา สามารถจับปูผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมยาบ้า 1 ล้านเม็ด ยาเคตามีน 750 กิโลกรัม และยาไอซ์ 665 กิโลกรัม รวมน้ำหนักกว่า 1,415 กิโลกรัม
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดรายนี้รับยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน จึงได้สะกดรอยตามจนพบว่า เมื่อเช้าที่ 4 เมษายน พบรถกระบะคอกคันเป้าหมายขนบรรทุกผักกะหล่ำปลีมาเต็มคันรถมาจากแนวชายแดน จึงได้สะกดรอยตามจนมาถึงที่จับกุมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น
พอผู้ต้องหาเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่สามารถขับรถหลบหนีได้แล้ว จึงยอมรับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนยาเสพติดมาจากแนวชายแดน ได้รับจ้างขนยาเสพติดครั้งละ 100,000 บาท ตั้งใจจะนำเงินไปรักษาลูกที่ป่วยด้วยโรคที่รักษาต่อเนื่องและใช้ค่ารักษาสูง จากการตรวจสอบไม่พบประวัติการกระทำความผิดมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ค้นใช้รถกระบะที่บรรทุกผักสด พบยาเสพติดของกลางรวมกว่า 1.6 ตัน ซุกซ่อนอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ โดยใช้ผักสดจำพวกผักกะหล่ำปลีมาวางด้านนอกเพื่อปิดบังอำพราง
ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (คีตามีน)
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ยาเสพติดล็อตนี้นำเข้ามาทางชายแดนฝั่ง อ.พบพระ จ.ตาก คาดว่าน่าจะมีเป้าหมายมาพักยาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และอาจจะกระจายยาเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพหรือพื้นที่รายย่อยจุดอื่น ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจจะดำเนินการขยายผล เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติม ไปจนถึงระดับสั่งการ รวมทั้งจะขยายผลว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้ส่งยาไปที่พักยาจุดใด เพราะผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ทำแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ระยะห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์
ส่วนสาเหตุที่ยาเสพติดนำเข้ามาล็อตนี้มีจำนวนมากนั้น คาดว่าเป็นเพราะของคงค้างในสต๊อกเยอะ จึงทยอยระบายของ ส่วนผักที่นำมาอำพรางนั้น พบว่าเป็นผักในชุมชนที่จะต้องนำมาส่งในตลาดในพื้นที่ปริมณฑลอยู่แล้ว ผู้ต้องหาเลยสวมรอยเป็นพ่อค้าขนผัก นำมาวางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ พบว่าตัวเลขขนยาเสพติดครั้งหนึ่งนั้น มีค่าจ้างที่สูงกว่า 1 ล้านบาทตลอดทั้งขบวนการ และค่อย ๆ ลดหลั่นมายังรายย่อยที่ขนยาเป็นทอด ๆ หรือเป็นช่วง ๆ เมื่อสามารถผ่านด่านมาได้ถึงรายย่อยคนอื่น ค่าจ้างก็จะลดลงให้แก่รายย่อย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างมาก ดังนั้น ผู้ต้องหาจะให้การอ้างอย่างไรก็ได้ว่ามีความจำเป็นต้องนำเงินจำนวนมากไปทำอะไร แต่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและบ่อนทำลายสังคม
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวถึงท้ายว่า จากมาตรการการขยายผลและสกัดจับยาเสพติดอย่างเข้มงวดของตำรวจนครบาล ทำให้ตอนนี้ยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในพื้นที่น้อยลง ยังคงเหลือแต่พื้นที่รายย่อยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะตามชุมชน จึงฝากประชาสัมพันธ์ผ่านประชาชนว่า หากพบผู้เสพยาในชุมชนหรือพ่อค้ารายย่อย หรือหากพบเบาะแสข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มามีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที
แท็กที่เกี่ยวข้อง ยาเสพติด ,สกัดยาไอซ์