อาชญากรรม

'ชูวิทย์' คุ้มกันพยานสิงคโปร์ - ผบ.ตร.ขอโทษดาราสาวไต้หวัน - เด้งกราวรูด 7 ตร.ห้วยขวาง

โดย nattachat_c

1 ก.พ. 2566

34 views

ชูวิทย์โพสต์ภาพคู่ ระบุ พยานอยู่ในความคุ้มครองของผมแล้ว วันนี้เจอกัน แถลงบ่าย 2 โมงเราต้องทำให้ประเทศนี้ไม่มีคอร์รัปชั่น

ด้าน ผบ.ตร.ขอโทษ ดาราสาวไต้หวัน และผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ลั่นไม่เข้าข้างคนผิด รับการย้าย ผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง มีความบกพร่องในการกำกับดูแล

ผบก.น. 1 เด้งกราวรูด 7 ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ปมเรียกรับเงิน 27,000 บาทจากดาราสาวไต้หวัน เผยผลสอบมีมูลพบบุหรี่ไฟฟ้าแต่ไม่ตรวจยึด-จับกุม เข้าข่ายผิด มาตรา 157บิ๊กตู่ ยันไม่ปล่อยปละ แก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ท่องเที่ยว หลังตำรวจไทยรีดเงิน ไม่ตอบข้อเรียกร้อง ชูวิทย์เอ่ยปากขอโทษ


จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลงคลิปการคุยโทรศัพท์กับนายสกาย ชายชาวสิงคโปร์ที่เดินทางมาในรถแกรบคันเดียวกับ 'อันหยูชิง' ดาราสาวชาวไต้หวัน และอยู่ในเหตุการณ์คืนวันที่ 4 ม.ค. ด้วย โดยชายคนนี้ระบุว่า เป็นคนที่จ่ายเงิน 27,000 บาท ให้เจ้าหน้าตำรวจ สน.ห้วยขวาง ชุดที่ตั้งด่าน


ล่าสุด ช่วงค่ำวานนี้ (31 ม.ค. 66) นายชูวิทย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กภาพคู่พยานปากสำคัญ ชาวสิงคโปร์ พร้อมแคปชัน "เตรียมประสานมาช่วยทำความจริงให้ปรากฏ พยานอยู่ในความคุ้มครองของผมแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน แถลงบ่าย 2 โมง เราต้องทำให้ประเทศนี้ไม่มีคอรัปชั่น"


พร้อมคอมเมนต์ใต้ภาพ ว่า "บชน.พยายามยัดเยียดนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่จำใจให้เงินตำรวจว่า เป็น 'ผู้ให้สินบน' ทั้งๆ ที่เขา คือ 'พยาน' ดูที่ บชน.แถลงตรงบรรทัดสีแดง เอาให้พอ พรุ่งนี้เจอชูวิทย์ถล่มแน่ บชน. จ๋า"

-----------
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกตำรวจเรียกรับเงิน ว่าขณะนี้รอรับฟังผลการสอบสวนของ บช.น. อยู่เพื่อให้เกิดความชัดเจนทุกอย่าง ซึ่งเมื่อวานนี้ทาง ผบช.น. ได้มีคำสั่งให้ผกก.สน.ห้วยขวาง มาปฏิบัติราชการที่ศปก.ไปแล้ว


ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งให้มีการสอบสวนพยานต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนของบช.น.ก็ทำงานอยู่ ยืนยันว่าจะทำตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งอาญาและวินัย ทางการปกครองเราก็จะดูว่าใครบกพร่องอะไรบ้าง


ทั้งนี้ในการตั้งด่านในวันนั้นมีคนจำนวนมาก ก็จะดูให้เกิดความชัดเจนในทุก ๆ คน ให้เกิดความเป็นธรรมว่า ใครผิด ใครบกพร่องอะไรบ้าง ขอเวลาอีกสักระยะ เพื่อให้เกิดความแน่ชัดทุกอย่างให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน คนผิดก็ต้องถูกลงโทษ


เมื่อถามว่ากรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กดดันให้ย้ายผบช.น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องว่าตามตามข้อเท็จจริง เพราะเรื่องการกระทำความผิดในกรณีการตั้งจุดตรวจคงจะเป็นระดับข้างล่าง จริง ๆ เรามีคำสั่งการกำกับดูแล 1212 (มาตราการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ) ไว้ส่วนหนึ่งว่าผู้บังคับบัญชา 2 ระดับ จากผู้ที่กระทำผิดขึ้นมา


เช่น หัวหน้าด่านคือรองสารวัตร ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการควบคุมกำกับดูแลคือสารวัตร และรองผู้กำกับ แต่เมื่อคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวพันกับเรื่องหลาย ๆ เรื่อง และเป็นเรื่องที่ได้มีการกำชับไว้แล้วในเรื่องการตั้งด่านตรวจหรือจุดตรวจ ต้องมีมาตรฐาน หัวหน้าสถานีก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ จึงต้องเอาถึงหัวหน้าสถานี แต่จะถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือไม่ ตนมองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมท่านด้วย

--------------

พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวว่า 

หตุที่ยังไม่แจ้ง ข้อหาความผิดมาตรา 149 เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน เนื่องจากชั้นสอบสวนมี 1 ใน 7 ตำรวจตั้งด่านหน้าสถานทูตจีน ให้การพนักงานสืบสวนว่ามีส.ต.อ. ผบ.หมู่ เรียกรับ แต่พอพนักงานสอบสวนสอบปากคำกลับปฏฺิเสธ ทั้งนี้มาตรา 149 โทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต ทำให้ไม่สามารถบันทึกเป็นเอกสารในสำนวนได้ ผู้บังคับบัญชาจึงไม่สามารถแถลงต่อสื่อมวลชนได้ว่ามีการเรียกรับจริง ที่สำคัญถ้าพูดออกไปก่อน เสี่ยงที่พนักงานสอบสวนจะโดนฟ้องกลับ  จึงต้องมีความรัดกุมในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน


ขณะเดียวกันการดำเนินคดีมาตรา 157 มีความชัดเจนแล้ว โทษจำคุกถึง 10 ปี เพราะชุดตั้งด่านได้มีความผิดตามนั้นจริง ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคือไม่ตรวจค้น ถ้ามีการตรวจค้นอาจพบอะไรมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้

--------------

เมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 มีคำสั่งลงวันที่ 26 มกราคม 2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ผลการตรวจสอบปรากฏว่า "มีมูล" ตำรวจผู้เกี่ยวข้อง ได้ตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่ตรวจยึด เพื่อตรวจสอบ หรือจับกุม ถือ ซึ่งเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นความผิด ตามประมวลอาญามาตรา 157 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และให้ตำรวจ 7 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม


ขณะที่พลตำรวจตรีอัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ระบุว่า ในวันเกิดเหตุมีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในด่านตรวจทั้งหมด 14 นาย แบ่งเป็นคนละฝั่งถนน แต่ทั้งหมดถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยสิ้นเชิงแล้ว แต่ 7 คน ที่ถูกสั่งให้ช่วยราชการถือว่าเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มผู้เสียหาย ต้องเรียกสอบเป็นพิเศษ


นอกจากนี้คณะพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ เป็นตำรวจจาก สน.อื่น ไม่ใช่ของ สน.ห้วยขวาง ซึ่งแนวทางการทำงานจนถึงขณะนี้ ตำรวจและคณะทำงานต้องการได้ข้อเท็จจริงจากทางผู้เสียหายเพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนขยายผล โดยอยากประสานฝากถึงผู้เสียหายสามารถติดต่อผ่านทาง Facebook ของผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เพื่อติดต่อวิดีโอคอลให้ข้อมูลกับทางคณะทำงาน หากได้ข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และพบว่ามีช่องเอาผิดได้ จะได้แจ้งข้อหาทันที


พล.ต.ต.อัฏธพร กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำคนขับแท็กซี่ชมพูคาดเขียว หรือหนุ่ย อายุ 44 ปี พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคประชาชน หากมีกล้องหน้ารถหรือภาพกล้องวงจรปิด หรือเห็นเหตุการณ์ในวันนั้น รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนผู้เสียหาย หากไม่สะดวก ตนจะชี้ช่องให้ว่า หากเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานก็สามารถให้เพื่อนมาสอบปากคำในฐานะพยาน หรือสามารถติดต่อมาทางเฟซบุ๊กตนได้เลย คือ Atthaporn wongsiripreeda เพื่อวิดีโอคอลให้ข้อมูล เพราะจะเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบสำนวนแจ้งข้อหาในคดีอาญากับตำรวจทั้ง 7 นายได้ ทั้งนี้ตนได้เตรียมพนักงานสอบสวนที่มีความสามารถด้านภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตำรวจหญิงไว้รอรับแล้ว

---------

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เปิดเผยว่า 

ว่าขณะนี้แจ้งข้อกล่าวหา ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 นาย ที่ตั้งด่านในวันเกิดเหตุและอยู่ในบริเวณที่พูดคุยกับสาวชาวไต้หวันและเพื่อน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่มีหนังสือคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.น.1 โดยตำรวจที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 7 นาย ต้องตอบคำถามใน 5 ประเด็นให้ได้ว่า เหตุใดจึงใช้เวลาในการตรวจสอบผู้ร้องนานถึง 47 นาที และในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวทำอะไรบ้าง เหตุใดจึงปล่อยให้ผู้ร้องออกจากด่านไปโดยไม่ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น


รวมถึงประเด็นอื่นๆ หากไม่สามารถตอบคำถามดังกล่าวได้ หรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ชุดสืบสวนมีอยู่ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ส่วนประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการสอบสวนตัดสินใจแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตาม ม.157 เนื่องจากเห็นว่าการใช้เวลาตรวจค้นนานผิดปกติ แต่กลับไม่ได้ดำเนินคดีใดๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบหรือไม่
---------

วานนี้ (31 ม.ค.) พลตำรวจตรีธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะมีการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อทำการพูดคุยกับผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ดาราสาวชาวไต้หวัน ถูกตำรวจ สน.ห้วยขวาง เรียกรับเงินกว่า 27,000 บาทว่า ในตอนนี้อยู่ระหว่างการทำหนังสือยื่นให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงนามอนุมัติคำสั่งให้ไปปฏิบัติการนอกราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะได้การลงนามในคำสั่งอย่างช้าในวันนี้ (1 ก.พ.)


โดยจะเป็นการเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ก่อน เนื่องจากเป็นคนที่ระบุว่าเป็นผู้นำเงินมอบให้ตำรวจ ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้จะเน้นเป็นการพูดคุยเพื่อนำข้อมูลมาใช้เป็นแนวทางการสืบสวน ส่วนจะเดินทางไปที่ประเทศไต้หวันหรือไม่ ต้องรอการพูดคุยกับทางผู้เสียหายที่ประเทศสิงคโปร์ก่อน ว่าทางดาราสาวเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายในคดีหรือไม่

---------

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YSbSa8OEVWY

คุณอาจสนใจ

Related News