อาชญากรรม

ผบช.น.แจงยิบทุกข้อคาใจคดี 'ตู้ห่าว' ยันไม่มีมวยล้มต้มคนดู ส่วนจะเชิญ 'ชูวิทย์' เป็นพยานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอัยการ

16 ธ.ค. 2565

131 views

ผบช.น.กางแผนทำงานโชว์สื่อ แจงยิบทุกประเด็นคาใจคดีทุนจีนสีเทา โต้ชูวิทย์ ไม่ได้จับยามเป็นแพะ เพราะตอนบุกค้น แสดงตนเป็นคนดูแล มีคลิปสอบปากคำชัด ส่วนไม่ดำเนินคดี “ฟอกเงิน” เพราะส่งให้ ปปง.ตรวจสอบ ย้ำทำทุกอย่างตามหลักฐาน ด้านรองโฆษกอัยการสูงสุด แจงรับคดีตู้ห่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะ ผบช.น.ส่งหลักฐานมาให้ ไม่เกี่ยวกับที่ชูวิทย์ยื่นเรื่องมาก่อนหน้านี้


วานนี้ (15 ธ.ค. 65) พล.ต.ท.ธิติ  แสงสว่าง ผบช.น. แถลงถึงความคืบหน้าคดีผับจินหลิง พร้อมตอบคำถามที่ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและสงสัย


ซึ่งได้อธิบายถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พบว่ามีการเปิดให้เล่นการพนัน / เสพยาเสพติด / เป็นสถานบันเทิง ซึ่งควบคุมตัวบุคคลได้หลายสัญชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และพบยาเสพติดหลายประเภท ตรวจหาสารเสพติดด้วยชุดตรวจเบื้องต้น พบสารเสพติด 104 คน พอส่งตรวจที่โรงพยาบาลยืนยันผล 77 คน จึงดำเนินคดีฐานเสพยาเสพติด พร้อมยอมรับว่า มีตำรวจ 3 นาย นำผู้ต้องหา 1 คน แยกออกไปฟ้องเอง นั่นคือหลานชายตู้ห่าว เพราะถูกจ้างวานจากบุคคลภายนอก ซึ่งดำเนินคดีอาญาและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้ว


ส่วนคนจ้างวานอยู่ระหว่างติดตามตัว เท่ากับว่าตอนนี้เหลือผู้ต้องหาทั้งหมด 76 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และยืนยันว่า ได้มีการสอบปากคำทั้งหมดไว้เป็นพยานในคดีแล้ว โดยมีการสอบถามรายละเอียด ถึงที่มาที่ไปในการเข้ามาที่สถานที่ดังกล่าว


รวมทั้งตรวจสอบร่องรอยการสื่อสาร เส้นทางการเงิน การซื้อยาเสพติดทั้งหมด ซึ่งผู้เสพก็ให้การที่เป็นประโยชน์ โดยบอกว่า มีรถไปรับส่ง พามาเสพ


ส่วนรถหรูที่พบ 35 คัน ได้ตรวจค้นรถตั้งแต่วันจับกุมแล้ว มีภาพถ่ายและคลิปวิดีโอในการตรวจค้นทั้งหมด แต่หลักฐานเหล่านี้ควรถูกนำมาใช้ในชั้นศาลมากกว่านำออกมาเปิดเผย ส่วนรถยนต์ที่ถูกปล่อยไป 4 คัน ตอนนี้ตั้งคณะกรรมการสอบตำรวจที่อนุญาตแล้ว


สำหรับความคืบหน้าในคดีตำรวจได้ดำเนินคดีกับชาวจีน 2 คนที่ตรวจพบในห้องเก็บยา ในข้อหามีเคตามีนไว้ในครอบครอง และได้สืบสวนเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร พบความเกี่ยวข้องกับบุคคลอีก 10 ราย ทั้งที่อยู่และไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ จนสามารถออกหมายจับได้ ตอนนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 7 ราย และได้เสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่า ทั้ง 10 รายนี้ เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ จนนำไปสู่การตั้งคณะทำงานฯ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว

--------------

เมื่อ พล.ต.ท.ธิติ ได้อธิบายถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พล.ต.ท.ธิติ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู จนไม่รู้ว่าจะใช้อะไรยัน แต่ถามกลับสื่อว่าสิ่งที่เห็น ในสิ่งที่ตนทำ พอตอบคำถามและสร้างความเชื่อมั่นอะไรให้ได้บ้างหรือไม่ เราปล่อยปละละเลย เราเพิกเฉย เรานิ่งดูดายหรือไม่ หรือว่าเราไม่แสวงหาพยานหลักฐาน


นอกจากนี้ พล.ต.ท.ธิติ ยังกล่าวถึง สาเหตุที่ไม่ได้ดำเนินคดีฐานฟอกเงินว่า ทางตำรวจได้ส่งเรื่องให้ทาง ป.ป.ง. ตรวจสอบแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ควรให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ครอบคลุมมากกว่า และการอายัดทรัพย์สินต้องเลือกยึดอายัดตามกฎหมายยาเสพติดก่อน เพราะทำได้รวดเร็วมากกว่า พร้อมยืนยันว่า ตำรวจมีการตั้งมูลฐานที่จะดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินตั้งแต่แรก แต่ทุกอย่างต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่น


ส่วนบุคคลที่ตรวจไม่พบยาเสพติด ได้กันไว้เป็นพยาน รวมทั้งตรวจในรายละเอียดของโทรศัพท์มือถือ ดูแอปพลิเคชันหรือไม่นั้น ผบช.น. ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ามี แต่อยากให้ทำความเข้าใจว่าแอปฯวีแชท คนที่ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดโดยตรง เราจะเปิดโทรศัพท์ต้องได้รับความยินยอมก่อน คนที่ให้ความร่วมมือนั้น ตรวจสอบแล้ว ตำรวจเห็นข้อมูล ส่วนจะเจอรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นข้อมูล หรือรูปภาพอะไรนั้นอยู่ในสำนวนคดี อีกอย่างวีแชทเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีการแปล ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนี้ตนจะเอกสารให้ทางอัยการดู และวิเคราะห์ว่าจะใช้ข้อมูลอย่างไร


ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสัยว่าตู้ห่าว อยู่เบื้องหลังผับแห่งนี้ แต่ไม่มีการสาวไปถึงตัวตู้ห่าว เพราะว่าทั้งชื่อและการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค ก็เป็นชื่อของตู้ห่าว ผบช.น. ยืนยันว่า มีพยานหลักฐาน ที่เป็นไปในแนวทางนี้ มีพยานเอกสาร มีพยานบุคคล พยานวัตถุ ที่ระบุตัวตนได้ว่า ผู้ต้องหาที่สื่อพูดถึง มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงพอที่จะออกหมายจับ และจับกุมมาแล้ว


พล.ต.ท.ธิติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กล่าวหาว่าจับยามมาเป็นแพะ  ผบช.น.  ยืนยันว่า ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ "ยาม" แต่เป็นผู้ดูแลสถานที่ ตอนเข้าไปตรวจค้น บุคคลนี้ก็ได้แสดงตนเป็นผู้รับหมาย และบอกว่าเป็นคนดูแล อีกทั้งยังสามารถใช้ภาษาต่างประเทศได้ดี เมื่อตรวจพบยาเสพติดก็ต้องแจ้งข้อหาตามหลักฐานที่ปรากฎ พอเอาตัวมาสอบสวนถึงรู้ว่าไม่ได้ให้ข้อมูลตามจริง จึงเกลี้ยกล่อมจนยอมให้การที่เป็นประโยชน์ ซึ่งมีการอัดวิดีโอตอนสอบปากคำไว้ด้วย


ส่วนประเด็นที่นายชูวิทย์ ไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจนครบาล และระบุว่า ให้ตำรวจใกล้เกษียณมาเป็นชุดสืบสวนสอบสวน ก่อนตอบ ผบช.น. ได้ลุกขึ้นเชิญ พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. มายืนข้างๆพร้อมกับจับมือ แล้วกล่าวว่า “คนนี้เป็นครูฝึก สอนเด็กรุ่นใหม่ทำการสืบสวนของ บช.น.” อีกทั้งเป็นคนตรวจการพูดคุยผ่านวีแชทให้ตน พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวขอโทษ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ที่ทำให้ได้รับผลกระทบ และบอกว่าเชื่อมั่นในความสามารถ  


ทั้งนี้ ทางตำรวจจะเชิญตัวนายชูวิทย์ มาให้ปากคำในฐานะพยานหรือไม่ เพราะนายชูวิทย์กล่าวเอาไว้ว่าพร้อมมาเป็นพยานปากสำคัญในคดี พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า ตอนนี้ขึ้นอยู่กับอัยการ ซึ่งตนจะนำคำถามนี้สื่อสารไปยังผู้ใหญ่ หากเห็นว่าเป็นสิ่งที่เหมาะ เห็นว่าเป็นประโยชน์หลายๆด้าน คงให้ตนดำเนินการ   


เมื่อถามว่าต้องมีการชี้แจงหรือพูดคุยกับคนที่ออกมาตั้งคำถามทางคดีให้ชัดเจนหรือไม่ ผบช.น. บอกว่า ขอตัวทำงานดีกว่า พร้อมบอกว่าจะทำให้ดีและเต็มที่

--------------
วานนี้ (วันที่ 15 ธ.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยตัวแทนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ร่วมกันเปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว และเครือข่ายกลุ่มชาวจีนทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทย


โดยหลังจากที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ร้องเรียนผ่านกระทรวงยุติธรรมให้รับคดีนี้ไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากพบว่าการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทำเป็นเครือข่ายและมีความเสียหายเป็นจำนวนมาก และได้นำเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษแล้วเห็นว่ารับคดีฟอกเงินทางอาญาไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ เลขที่ 314/2565 เนื่องจากอยู่ในอำนาจของดีเอสไอที่รับคดีไว้สอบสวนได้ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ โดยที่ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการคดีพิเศษ


พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การสอบสวนคดีพิเศษนี้ เป็นเพียงในข้อหาฟอกเงินทางอาญาเท่านั้น ส่วนคดีอาญา และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานขึ้นมาใหม่นั้น ยังอยู่ในอำนาจของอัยการและตำรวจ ส่วนจะมีการโอนสำนวนคดีมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ยังให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีไปตามปกติ ส่วนจะโอนมาหรือไม่นั้นหากมีความจำเป็นก็ต้องโอนมา


ส่วนการสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากนี้ดีเอสไอก็จะมีอำนาจในการใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเกี่ยวพันกับบุคคลอื่น รวมทั้งเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีฟอกเงิน ซึ่งจะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์นี้


สำหรับคดีนี้สำนักงานป.ป.ส. ยังได้อายัดทรัพย์ของนายตู้ห่าว และเครือข่ายคาดที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดมาได้แล้วมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท และยังพบมีทรัพย์สินที่เตรียมยึดทรัพย์ไว้ตรวจสอบอีก 1,200 ล้านบาท


สรุป ยึดแล้ว 4,100 ล้านบาท และจะออกหมายเรียกยึดอีก 1,123 ล้านบาท
-------------

วานนี้ (วันที่ 15 ธ.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมาด้วยเสื้อเชิ๊ตสีขาว และติดเข็มยุติธรรมธำรง ที่หน้าอกขวา นำกระเช้าดอกไม้มอบให้กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม


และบอกว่า เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจหน่วยงานกระทรวงยุติธรรมทุกท่านที่มีอุดมการณ์ทำเพื่อบ้านเมือง ที่ท่านมีทีมงานที่มีอุดมการณ์ การทำให้สังคมสงบสุขได้ท่านต้องกล้าตัดสินใจ ขอให้ทำหน้าที่ตามทุกระเบียบนิ้ว ดีใจที่เห็นคุณประโยชน์จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำ เพราะตำรวจทำคนเดียวไม่ได้ จึงต้องบูรณาการร่วมกันหลายๆ หน่วยงาน ทั้งดีเอสไอ อัยการ เข้าร่วมกัน
-------------
วานนี้ (วันที่ 15 ธ.ค.) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกรณีที่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีในคดีของนายตู้ห่าวว่า คำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีหนังสือมาถึงอัยการสูงสุด รายงานข้อมูลของผู้ต้องหาในคดีนี้ว่าตำรวจสืบสวนพบการกระทำความผิดบางส่วนที่เกิดขี้นนอกราชอาณาจักร จึงถือเป็นคดีนอกราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ซึ่งกำหนดให้อัยการสูงสุดมีอำนาจสอบสวนคดีนอกราชอาณาจักร


โดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้แนบเอกสารเป็น สำเนาบันทึกการตรวจค้นและการจับกุม 57 แผ่น / รายงานการสืบสวนของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 141 แผ่น / เอกสารการสืบค้นข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร จำนวน 26 แผ่น / เอกสารคิวอาร์โค้ดรับชำระเงิน จำนวน 1 แผ่น / และเอกสารสรุปการแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 1 แผ่น


โดยทางอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ ประกอบกับมีข้อเท็จจริงพอสมควร จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าวขึ้นมา ถือเป็นการรับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรแล้ว ซึ่งมีผลในการดำเนินงานทันที ทั้งนี้ เอกสารนำส่งจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ระบุไว้ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดิมทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนไปพลางก่อน แต่ก็ต้องมาอยู่ในการกำกับของคณะทำงานฯ โดยหลังจากนี้ อัยการสูงสุด อาจมีการแต่งตั้งคณะสอบสวนชุดใหม่ ซึ่งก็อาจมีพนักงานสอบสวนชุดเดิมรวมอยู่ด้วย


สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานฯ คือ กำกับและติดตามการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนในคดีนี้ให้เป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ / เร่งรัดการสอบสวนและการส่งสำนวนการสอบสวนคดีนี้ให้ทันภายในกรอบระยะเวลาในการควบคุมฝากขังผู้ต้องหาตามกฎหมาย และให้มีระยะเวลาพอสมควรในการเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี / แต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ทั้งนี้ จะให้เลขานุการคณะทำงานฯ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการให้อัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ


โดยตามกรอบขอบเขตการทำงานนี้ ถือว่าคณะทำงานฯ ที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งขึ้น มีอำนาจหน้าที่ในคดีแล้วทั้งหมด สามารถพิจารณาในการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม และสามารถเพิ่มข้อกล่าวหาได้ด้วยเช่นกันหากพบว่ามีความผิด และสามารถที่จะเรียกพยานจากต่างประเทศได้ โดยมีอัยการฝ่ายต่างประเทศดำเนินการ รวมถึงจะตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะต้องกำกับการสอบสวนให้ครบถ้วนสิ้นกระแสความ


รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งคณะทำงานของอัยการสูงสุดนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้มายื่นเรื่องขอให้อัยการสูงสุดรับคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้วที่อัยการสูงสุดรับพิจารณาจากสำนวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งมา และหากตำรวจไม่ได้ส่งสำนวนมาที่อัยการสูงสุด แต่ดำเนินการตามปกติ หากอัยการที่รับคดีเห็นว่ามีมูลความผิดนอกราชอาณาจักร ก็ต้องส่งมาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบอยู่ดีตามระเบียบการทำงาน


อย่างไรก็ตาม การที่นายชูวิทย์ เข้ามาให้ข้อมูล ก็ถือเป็นเรื่องดี อัยการสูงสุดก็ได้รับไว้พิจารณา และเมื่อมีการตั้งคณะทำงานฯ ตนเองก็ได้โทรศัพท์ไปแจ้งความคืบหน้ากับนายชูวิทย์แล้ว ซึ่งนายชูวิทย์ก็ได้กล่าวขอบคุณ
---------------


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/IXdAe77xF3I

คุณอาจสนใจ

Related News