อาชญากรรม

'ชูวิทย์' ยันคดีตู้ห่าว เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ชำแหละวงการสีกากี มีเอี่ยวทำคดีสะเพร่า

โดย thichaphat_d

15 ธ.ค. 2565

16 views

สุดเดือด! ชูวิทย์ โชว์ถังน้ำยาฟอกขาว แถลงชำแหละวงการสีกากี ทำตู้ห่าวหลุดคดีแน่ เพราะมีการทำลายพยานหลักฐาน แฉลากไส้ ขบวนการอุ้มท้องซื้อพ่อ เอาสัญชาติไทยให้ลูก ตั้งบริษัททำธุรกรรมซื้ออสังหาฯ บิ๊กโจ๊กสรุปคดีทุนจีนส่งให้ ผบช.น. ยังไม่พบเป็นอาชญากรข้ามชาติ เพราะไม่มีการวางแผนจากต่างประเทศเข้ามาก่อเหตุ เผยการสืบสวนคืบไปแล้วร้อยละ 90 พร้อมฟันตำรวจทั้งนายผล และ ประทวนเอี่ยวคดี ไม่เว้นเพื่อนร่วมรุ่น

อสส.เซ็นตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีตู้ห่าว เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ให้ รอง อสส.เป็นหัวหน้าคณะทำงานกำกับดูเเลคดี ตั้ง ผบ.ตร.เป็นที่ปรึกษา


วานนี้ (14 ธ.ค.65) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองไทย แถลงข่าวแฉองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีของนายตู้ห่าว โดยก่อนเริ่มแถลง นายชูวิทย์ได้นำน้ำยาฟอกขาว ติดคำว่าฟอกขาวข้างขวดชันเจนมาโชว์ด้วย พร้อมกับติดเข็มยุติธรรมธำรง ที่ได้รับมอบมาจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มาด้วย และบอกว่าตนมาในฐานะพลเมืองที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะประชาชนอย่างตนพึ่งใครไม่ได้ ซึ่งตนได้หลักฐานหลายอย่างมาจากตำรวจน้ำดี ซึ่งนายชูวิทย์ได้ประกาศว่าสงครามครั้งนี้ เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ต้องล้มกระดานให้ได้


ก่อนที่นายชูวิทย์ จะอธิบายว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างไรนั้น นายชูวิทย์กล่าวว่า นายตู้ห่าว เป็นผู้ร้ายในสังคม เป็นอาชญากรร้ายแรง และมาอาศัยในแผ่นดินไทยนี้ นายตู้ห่าวเป็นคนจีน แปลงสัญชาติเป็นไทย หนีร้อนมาพึ่งเย็น กลับไม่สำนึกในบุญคุณข้างแดงแกงร้อน ฝ่าฝืนกฏหมาย ไม่คำนึงศีลธรรม ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ครบองค์ประกอบอาชญากรรมข้ามชาติ

นายชูวิทย์ กล่าวว่า กลุ่มจีนเทาที่เข้ามาทำลายสังคมไทย ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผับจินหลิงของนายตู้ห่าว ถือเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการเข้าไปทลายผับจินหลิง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เชื้อปะทุไปเปิดโปงส่วนอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินี้ ดังนั้น จึงต้องดำเนินคดีกับนายตู้ห่าวให้ได้ โดยเฉพาะในข้อหาสมคบฟอกเงิน เพื่อที่จะได้สามารถตรวจสอบเส้นทางทางการเงินได้ ก็จะนำไปสู่การทำคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ตอนนี้ตำรวจไม่ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงินกับนายตู้ห่าว โดยอ้างว่ามีการดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดถึง 3 ข้อหา ซึ่งเป็นข้อหาที่หนักแล้ว แต่ตนมองว่าเป็นการเอามดมาบังช้าง และมั่นใจว่านายตู้ห่าวจะต้องหลุดคดียาเสพติด เพราะมีการทำลายหลักฐานต่างๆ ที่จะมัดตัวไปหมดแล้ว

จากนั้น นายชูวิทย์ ตั้งคำถามไปยังการทำงานของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้ผบช.น. ว่ามีความสะเพร่า และละเลยหรือไม่ โดยในวันที่เข้าตรวจค้นผับจินหลิงและพบยาเสพติดพร้อมกลุ่มคนจีน 265 คน ซึ่งมีทั้งคนที่ตรวจปัสสาวะพบยาเสพติดและไม่พบ เหตุใดจึงไม่สามารถมองออกว่าเป็นสถานที่มั่วสุมยาเสพติด แต่กลับมองว่าเป็นแค่สถานบริการที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งตำรวจควรต้องจับกุมทั้ง 265 คน มาเพื่อตรวจโทรศัพท์มือถือ หาที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้ ทุกคนมารวมตัวกันได้อย่างไร แต่ตำรวจกลับปล่อยตัวคนที่ตรวจปัสสาวะไม่พบยาเสพติดไป รวมถึงปล่อยตัวคนไทยที่เป็นเด็กเสิร์ฟ ไม่ได้มีการสอบปากคำใครเลย

ส่วนบันทึกการจับกุม พบว่ามีการใช้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ซึ่งท่านจะเกษียณแล้ว ตนเรียกว่ายาใกล้หมดอายุ ซึ่งการให้คนจะเกษียณไปทำงาน แบบนี้คือมีวัตถุประสงค์ให้คดีจิ้นหลิงหลุดหรือไม่ ถ้าคดีหลุด ก็ไปต่อที่อาชญากรรมข้ามชาติไม่ได้ เพราะพยานไม่มี ยาเสพติดไม่มี ไม่มีการสอบปากคำ จะเรียกเด็กเสิร์ฟคนไทยกลับมาสอบปากคำใหม่ ก็คงไม่มีใครมาแล้ว และตนมองว่า ผบช.น.คนนี้ วันแมนโชว์ เก่งคนเดียว ทำงานแบบนี้เรียกทำงานไม่เป็น ทำให้สำนวนอ่อน และพอส่งฟ้องอัยการ อัยการอาจไม่รับฟ้องได้

ขณะเดียวกันนายชูวิทย์ ยังได้โชว์บันทึกการจับกุมบุคคลที่ตำรวจระบุว่าเป็นผู้ดูแลสถานที่ของผับจินหลิง โดยบอกว่าบุคคลดังกล่าว เป็นเพียง พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ไม่ใช่ผู้ดูแล ซึ่งตำรวจจับมาและทำให้กลายเป็นแพะ มีความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่นาน ก็ปล่อยตัวบุคคลนี้ออกมา และเอากลับมาเป็นพยานในคดี ซึ่งสำหรับตนถือว่าเป็นพยานที่เปื้อนแล้ว เพราะเคยเป็นผู้ต้องหามาก่อน ดังนั้น พยานปากนี้จะทำให้ศาลเชื่อไม่ได้ว่าให้การโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีการถูกขู่เข็ญหรือต่อรอง

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังกล่าวว่า มีพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา 2 คน ที่ทำหน้าที่พาตัวการสำคัญของเรื่องนี้ คือ นาย David Haw (เดวิด ห่าว) และหลานของนายตู้ห่าวหลบหนี โดยนายเดวิด เป็นบุคคลที่นำยาเสพติดทั้งหมดมาขายในผับจินหลิง  จากนั้นไม่ได้มีการสอบปากคำ แต่มีพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ขับรถ จยย. พานายเดวิดไปส่งฝากขังที่ศาล และท้ายที่ได้สุดได้รับการประกัน ซึ่งตำรวจควรพาไปส่งคุกที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่กลับพบว่าปล่อยกลางทางให้ขึ้นเครื่องบินหลบหนีออกนอกประเทศ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีหลานของนายตู้ห่าวอีกคนที่รอดไปได้ โดยมี รอง ผกก.จราจร. สน.ลาดพร้าวรับเงิน 10 ล้าน ในการดำเนินการ และนำเงินมาแบ่งกันกับพนักงานสอบสวนทั้ง 2 คน

นายชูวิทย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจสามารถจับได้หมดและยกตัวอย่างการจับกุมโจรขโมยทองว่าจับได้จากการไล่กล้อง CCTV แต่เหตุการณ์กลับจับภาพไม่ได้ ซึ่งนับว่าเป็นกระบวนการช่วยเหลือกัน

ส่วนรถหรูจำนวน 35 คันที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ ตนขอตั้งคำถามไปยังตำรวจว่าทำไมถึงดูไม่ออกว่าภายในรถมียาเสพติดอยู่ และไม่ได้ทำการตรวจสอบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยอ้างว่าไม่มีกุญแจรถ ส่วนรถ 4 คันที่ปล่อยคืนเจ้าของไปแล้ว ตนก็มีข้อมูลว่ามียาเสพติดพร้อมเงินสดอยู่ภายในรถดังกล่าวด้วย ซึ่งหากจะเรียกรถคืนมา ยาเสพติดกับเงิน ก็คงไม่อยู่แล้ว เพราะได้ใช้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของนายตู้ห่าว ขนหลบหนีไปหมดแล้ว เพราะตำรวจปล่อยเวลาไว้นานมากกว่าจะเข้าไปตรวจสอบ

นายชูวิทย์ บอกอีกว่า ทั้งหมดนี้คือกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ถูกปิดปากโดยตำรวจ / อดีตตำรวจ / และยังเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองคนหนึ่ง โดยตำรวจเป็นผู้ตัดตอน ด้วยการทำสำนวนให้อ่อน เพื่อที่จะไม่นำไปสู่การตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายตู้ห่าวได้ เนื่องจากเป็นเงินการเมืองที่นำจากนักการเมืองมาฟอกด้วยการเปิดธุรกิจโรงแรม โดยนายตู้ห่าวไม่มีทางที่จะมีเงินมากถึง 5 พันล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 ปี และตนมีหลักฐานที่นายตู้ห่าวเป็นคนฟอกเงินให้นักการเมือง เพราะขบวนการจีนเทา นั้นต้องการเข้าถึงนายทุนหลายๆรายอยู่ที่ประเทศจีน แต่ซื้อหุ้นไทย ซื้อหุ้นพรีเมี่ยม ซื้อไว้สัก 10 ล้านหุ้นแล้วบินมาในไทย เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ไทย แล้วโอนเงินที่ซื้อไว้ที่จีนเข้าโบรกเกอร์นี้ แล้วสั่งขาย เมื่อสั่งขายสองวันก็ได้เงินสดที่ฟอกขาวเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เอาเงินไปซื้อบ้านราคา 50-200 ล้านบาท ซื้อยกชั้น ซื้อยกโครงการ ตนถามว่าคนไทยที่ทำมาหากินสุจริตจะไปสู้หรือไปซื้อได้อย่างไร

เมื่อถามว่าการฟอกเงินทางการเมืองมาจากฝั่งใด นายชูวิทย์ กล่าวว่า มาจากไหนตนไม่สนใจ เที่ยวหน้าก็กลับฝั่งกันแล้ว แต่เงิน 3 ล้านที่บริจาคพรรคพลังประชารัฐ ทำไมไม่ไปตรวจสอบ ไม่ไปยึด เเละถ้าตั้งข้อหาสมคบฟอกเงิน เงินตรงส่วนนี้ต้องตามไปยึดด้วย และ ปปง. ป.ป.ส. ต้องตรวจให้หมดว่าเงินบริจาคพรรคการเมืองเกิน 1 ล้าน ทำไมไม่มีการรายงาน

นายชูวิทย์ กล่าวย้ำว่า กรมที่ดินต้องตรวจสอบ กรมที่ดินต้องดำเนินการรื้อตรวจสอบหมู่บ้านทั้งหมด ที่มีมูลค่าเกิน 30 ล้านบาท ต้องตรวจเช็คให้หมด เพราะอาจมีการใช้นอมินี ซึ่งเข้ากระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบดูว่ามีการนำเอาเงินเยอะๆจากที่ไหนมาซื้อบ้านราคาหรูขนาดนี้ ซึ่งตนมองว่าเงินที่เอามาฟอกด้วยการซื้อรถหรู บ้านหรู นาฬิกาหรู มันขายเป็นเงินในอนาคตได้

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุว่า ตนเตรียมไปร้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรองผู้กำกับการจราจร และรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 หลังมีการปล่อยรถหรู 4 คันของนายตู้ห่าวแลกกับเงิน ซึ่งตนจะร้องให้ตรวจสอบด้วย ม.149 และ ม.157

เมื่อถามว่าจากการที่ออกมาแฉเรื่องนี้ มีใครมาข่มขู่หรือไม่นั้น นายชูวิทย์ เอากำปั้นทุบอกบอกว่า มาเลยๆ จากนั้น ได้อ่านข้อความจากโทรศัพท์มือถือให้สื่อมวลชนฟังจากการที่มีคนส่งมาบอกระบุว่า “เขาลงขันสั่งเก็บกันเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวข่าวก็เงียบ เตรียมงบไว้ 500 ล้านในการจัดการเรื่องนี้ อันนี้ผมมั่นใจครับ ยืนยันว่าจริงแน่นอน ทุกอย่าง อักษรย่อ ท / น และ ม คนนี้มือขวาอยู่ด้วยเสมอ ก่อนจะบอกกับสื่อมวลชนว่า อย่าไปสนใจเลย เรื่องไร้สาระ เอาเป็นว่าตนไม่กลัวแล้วกัน

นายชูวิทย์ ยังฝากคำถามทิ้งท้ายไปยังกับกลุ่มคนที่ข่มขู่และตั้งค่าหัวตนด้วยว่า มีปืนอยู่คนเดียวหรอ ยิงให้ถูกแล้วกัน กูนี่ควักมาทันทีเลย ก่อนจะทำท่ายิงปืนให้สื่อมวลชนดู พร้อมเล่าว่า ได้บอกลูกชายไปว่า “หากตนตายไป ให้ลูกชายสร้างรูปปั้นให้ก็พอ”

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า รอเส้นทางการเงินจากธนาคาร ถึงจะแจ้งข้อหาฟอกเงินได้ นายชูวิทย์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น

นายชูวิทย์ ยังกล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.65 นี้ ตนจะนำรถไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับจะสอบถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าทำไมผู้บัญชาการตำรวจนครบาลถึงทำงานแบบนี้ และทำไมถึงไม่ตั้งข้อหาสมคบฟอกเงินกับนายตู้ห่าว ซึ่งตนจะขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาชนเรื่องนี้ให้เพราะตนไม่มีอำนาจวาสนา และนายชูวิทย์ยังได้กล่าวไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าควรจะออกมาสั่งการเรื่องนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันนี้ (15 ธ.ค.65) เวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะแถลงรับคดีตู้ห่าวเป็นคดีพิเศษ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า อัยการสูงสุดเซ็นตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีตู้ห่าว เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ค้ายาฯ เป็นผู้มีอิทธิพล กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ให้นายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทํางานกำกับดูเเลคดี โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษา


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j06pgVRKTVg

คุณอาจสนใจ

Related News