อาชญากรรม

ลูกสาวร้องถูกพ่อล่ามโซ่ พ่ออ้างทำไปเพราะรักเคลียร์ปัญหาวุ่นเรื่องลูกเขย

โดย kanyapak_w

4 ธ.ค. 2565

331 views

จากกรณีที่ เพจสายไหมต้องรอด โพสต์คลิปเหตุการณ์และภาพถ่ายที่มีการระบุว่าเข้าช่วยเหลือสาวรายหนึ่งที่ถูกพ่อแท้แท้ๆ ล่ามโซ่ไว้ภายในห้องพักย่านหนองจอกโดย มีการระบุภายในโพสต์ว่าหญิงสาวรายดังกล่าวถูกพ่อแท้ๆ ทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงหนียว จนมีการประสานขอมาขอความช่วยเหลือที่ เพจสายไหมต้องรอด และมีการเข้าช่วยเหลือได้ในช่วงเย็นวานนี้



ในช่วงเช้าวันนี้ทีมข่าวช่อง 3 ลงพื้นที่พูดคุยกับ นายบี (นามสมมติ) ผู้ที่เป็นบิดาของสาวที่ปรากฏในโพสต์ของ เพจสายไหมต้องรอด พร้อมกับนางสาวนะ (นามสมมติ) หญิงสาวคนดังกล่าว โดยทั้งสองได้เล่าให้ทีมข่าวฟังถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ประเด็นที่ปรากฎว่าต้องมีการล่ามโซ่เอาไว้ภายในห้อง เนื่องมาจากตนเองต้องการให้ลูกสาวอยู่ภายในห้องเพื่อรอให้ตนเองเลิกงานกลับมาเคลียร์ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของลูกสาวกับสามีที่มีการจดทะเบียนกันและมีบุตรด้วยกันถึงสองคนแต่ทั้งสองไม่สามารถอยู่กินกันได้และมีความประสงค์จะหย่าร้างแต่ลูกสาวกลับหนีออกจากบ้านฝ่ายชายและไปอยู่พักอาศัยกับชายอื่น



ซึ่งตนเองมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากลูกสาวต้องการเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่ก็ควรจะจบปัญหากับทางอดีตสามีก่อน จึงมีการไปตามตัวกลับมาที่บ้านในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมาและเริ่มมีการล่ามโซ่ไว้ เพราะตนเองต้องทำงานในเช้าวันเสาร์และตั้งใจว่าในช่วงเย็นวันเสาร์จะกลับมาพูดคุยกัน



ขณะที่ในส่วนของสาเหตุที่ลูกสาวตนเองต้องการเลิกกับลูกเขยตนเองก็พอจะทราบข้อมูลอยู่บ้างที่ลูกสาวเคยมาเล่าว่าลูกเขยเวลาไม่พอใจมากขับไล่ลูกสาวตนเองซึ่งตนเองก็รับทราบปัญหาและรู้สึกสงสารลูกสาวตลอดมา ซึ่งก่อนจะมีการนำโซ่มาล่ามขาลูกสาวก็ได้มีการขอโทษลูกและลูกสาวก็รับทราบปัญหาทั้งหมดและยินยอมให้ตนเองนำโซ่มาล่ามข้อเท้าเอาไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าจะรอตนเองมาเคลียร์ปัญหา




ส่วนประเด็นที่มีการพูดว่าตนเองบังคับให้ลูกสาวต้องอยู่กินแต่งงานกับลูกเขยคนนี้ยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีการบังคับลูกสาวให้แต่งงานกับคนนี้เพราะส่วนตัวในตอนแรกก็ไม่ชอบลูกเขยคนนี้เพราะทั้งคู่ มีการแอบลักลอบได้เสียกันจนทำให้ลูกสาวตนเองท้องซึ่งตนเองมาทราบภายหลังว่าลูกสาวตั้งครรภ์จึงต้องตกลงยอมรับให้มีการแต่งงานอยู่กินกับฝ่ายชาย ซึ่งภายหลังจากที่ทางสายไหมต้องรอดเข้ามาที่บ้านในช่วงเย็นวานนี้ก็ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ เพื่อชี้แจงให้ทราบก่อนจะมีการประสานพูดคุยไปทาง ลูกเขยเพื่อหาวันนัดเจรจาในการหย่าร้างกันโดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นวันอังคารที่จะถึงนี้



โดยฝ่ายชายมีการขอรับลูกคนเล็กวัยห้าขวบไปดูแล ส่วนลูกสาววัยเก้าขวบจะให้ทางลูกสาวตนเองเป็นคนดูแลซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะทำงานเลี้ยงทั้งลูกและหลานทั้งสองได้หากทางลูกเขยต้องทำงานและไม่สะดวกที่จะดูแลหลานชายในช่วงเวลาทำงาน ซึ่งทั้งหมดได้มีการพูดคุยกันเข้าใจเรียบร้อย




ส่วนนางสาวนะ เล่าให้ฟังว่าตลอดระยะเวลาเก้าปีที่อยู่กับสามีมักจะถูกพูดจา ต่อว่าทำให้เสียใจแม้ว่าฝ่ายชายจะไม่เคยทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตีแต่คำพูดที่ใช้เวลาที่ฝ่ายชายไม่พอใจก็ทำให้ตนเองเสียใจรวมถึงมีหลายครั้ง ที่สามีมีการใช้คำพูดรุนแรงต่อหน้าลูกทั้งสองตนเองจึงไม่อยากให้ลูกเก็บเอาคำเหล่านี้ไปไว้ในใจและอาจเป็นเด็กที่เก็บกดได้จึงอยากจะเลิกราซึ่งตลอดระยะเวลาก็มีความพยายามในการพูดคุยกับสามีแต่ทุกครั้งก็จะถูกไล่ให้ออกจากบ้าน



จนในที่สุดตัดสินใจหนีออกจากบ้านสามีและตั้งใจว่าจะกลับมาอยู่กับพ่อและแม่ แต่ยอมรับว่าหลังจากที่ออกจากบ้านสามีตนเองก็ได้ไปอยู่พักอาศัยกับชายอีกคนหนึ่ง ก่อนที่พ่อจะรู้เรื่องและตามมาพาตัวกลับไปบ้าน เพื่อพูดคุยและเคลียร์ปัญหาทั้งหมด ยืนยันว่าตนเองพร้อมยินดีให้พ่อล่ามโซ่ไว้เพื่อเคลียร์ปัญหาเพราะตนเองก็ตั้งใจว่าจะกลับมาพูดคุยกับทางพ่อและแม่ในช่วงหลังปีใหม่แต่ไม่เคยได้บอกกับทางครอบครัวไว้ก่อน และที่ตัดสินใจหนีไปอยู่กับชายอื่นเพราะเกรงว่าพ่อจะดุว่า ที่ยังไม่เคลียร์ปัญหากับสามี และตนเองไม่ทราบว่าใครเป็นคนแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังเพจสายไหมต้องรอด เพราะตนเองเข้าใจพ่อตั้งแต่แรก



ส่วนตัวอยากขอโทษพ่อที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายทั้งหมดรวมถึงทำให้คนอื่นมองพ่อไม่ดี พร้อมยืนยันว่าต่อจากนี้หลังจากได้รับการหย่าร้างจะกลับมาอยู่กับพ่อและแม่เพื่อเลี้ยงลูกและช่วยพ่อทำงานต่อไป ขณะที่ในส่วนของเพื่อนบ้านรอบห้องเช่าดังกล่าว ให้ข้อมูลกับทีมข่าวโดยไม่ขอให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ที่ประสานให้ข้อมูลไปยังสายไหมต้องรอดคาดว่าจะเป็นเจ้าของห้องเช่าดังกล่าวเพราะ อาจจะมาเห็นตอนที่มีการนำใบค่าเช่ามาให้หรือไม่ ส่วนเรื่องความรุนแรงในครอบครัวนี้ไม่เคยมีมาก่อน



คุณอาจสนใจ

Related News