อาชญากรรม

ซัดกันไม่พัก! 'ชูวิทย์-สันธนะ' เดินหน้าฟ้องกันรัวๆ ปมอาบอบนวด-ทุนจีนสีเทา

22 พ.ย. 2565

19 views

แลกคนละหมัด ชูวิทย์-สันธนะ เดินหน้าฟ้องกันรัว ปมอาบอบนวด-ทุนจีน ช่วงเช้า สันธนะ พบจเรตำรวจ ถาม ปมขายธุรกิจอาบอบนวด 4,000 ล้าน โดยไม่เสียภาษี ฝากบอกชูวิทย์แจงต่อสังคมแบบทันทีเหมือนเวลาที่แฉคนอื่น ก่อนยั่วให้อยู่รอด้วย

ด้านชูวิทย์ พบ DSI ยื่นข้อมูลธุรกิจทุนจีนสีเทา พบอดีตนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลเอี่ยว เจ้าตัวงง เดินหน้าแฉนายตู้ห่าว แต่ตำรวจยังไม่ออกหมายจับ ลั่นไม่กลัวสันธะยินดีให้สอบ แต่ไม่รอระบุหากเจออาจมีตบกบาล


วานนี้ (21 พ.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้ายื่นข้อมูลธุรกิจนายทุนจีนสีเทา คือ นายตู้ห่าว ซึ่งเป็นนายทุนรายใหญ่ ที่มีเส้นสายพัวพันกับนักอดีตนักการเมือง และ ผู้มีอิทธิพลในไทย ให้กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการทุนจีนสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทย โดยมีว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นแทนรับมอบข้อมมูล


นายชูวิทย์ บอกว่า ตนเองมายื่นข้อมูลดังกล่าวในฐานะพลเมืองดี ที่อยากจะช่วยเหลือสังคม เพราะตนเองเห็นความผิดความชั่วร้ายของธุรกิจทุนจีนสีเทา โดยเฉพาะ นายตู้ห่าว ที่เป็นนายทุนจีนตัวการใหญ่ ทั้งที่ที่ผ่านมาตนเองนำเสนอข้อมูลต่างๆ ไปแล้ว แต่จนตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ ออกหมายเรียก หรือ การไปตรวจสอบ นายตู้ห่าวเลย ทั้งนี้ตนไม่ต้องการเรียกร้องการคุ้มครองพยานจากกระทรวงยุติธรรม เพราะตนไม่กลัว และตนก็เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วก่อนหน้านี้

ส่วนที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล จะมายื่นหนังสือที่กระทรวงยุติธรรมตอนบ่าย 2 โมง เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องการขายกิจการอาบอบนวดของตนทั้ง 6 แห่ง ว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ และท้าให้ตนรอเจอกับนายสันธนะนั้น ตนยืนยันว่าตนไม่กลัวและยินดีให้ตรวจสอบ และตนคงไม่อยู่รอเจอนายสันธนะ เพราะเสียเวลา และตนกับสันธนะก็ต้องเจอกันอีก เช่นที่ศาล หรือ ที่อื่น ที่สำคัญหากตนอยู่รอเจออาจจะมีการตบกบาลเกิดขึ้น

นายชูวิทย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า วันนี้ (22 พ.ย.) จะเดินทางไปศาลอาญาฟ้อง นายสันธนะ ในกรณีที่เอาสายลับไปแอบถ่ายในห้องน้ำที่โรงแรมของตน แล้วบอกว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ซึ่งเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และจะไปห้องศาลแพ่งในวันเดียวกัน โดยตนจะเรียกค่าเสียหาย จำนวน 100 ล้านบาท และในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน ตนเองจะไปรัฐสภา เพื่อยื่นเรื่องถึงข้อมูลให้กับ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบและจะเปิดเผยข้อมูลลับเกี่ยวกับนายสันธนะ ที่ตนเองมองว่า เป็นแค่จิ๊กโก๋ปากซอย และยังถูกไล่ออกจากราชการ แต่กลับไปฟ้องร้องผู้อื่นไปทั่ว

ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต เปิดเผยว่า จะนำข้อมุลดังกล่าวไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูว่าเข้าเงื่อนไขเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยมอบหมายให้ พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้พิจารณาว่ามีการฟอกเงิน รวมถึงประเด็นเรื่องการประกอบธุรกิจในบุคคลต่างด้าว การประมูลงานของรัฐ กับกลุ่มนายทุนจีนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยจะ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

ทางฝั่งของนายสันธนะ ประยูรรัตน์ วานนี้เดินทางมาที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ถ้อยคำเป็นครั้งแรก จากการกรณีที่เคยมายื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับสูงชองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่สมัยของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอิทธิพล โดยมีการกระทำผิดกฎหมายเรียกรับเงินกว่า 300 ล้านบาท    

นายสันธนะ บอกว่า หลังจากให้ถ้อยคำกับตำรวจแล้ว จะเดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นเรื่องต่อ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ตรวจสอบ ใน 4 ประเด็น หนึ่งในนั้นคือ ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการซื้อขายธุรกิจสถานบริการอาบอบนวดจำนวน 6 แห่ง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ระหว่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ โดยไม่มีการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลให้กับกรมสรรพากร โดยตนทราบว่า เมื่อช่วงเช้านายชูวิทย์ ได้เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม

ซึ่งตนอยากขอให้นายชูวิทย์อยู่รอเจอตน เพราะต้องการจะสอบถามเรื่องที่จะร้องเรียนต่อหน้า และให้นายชูวิทย์ตอบกับสังคม เหมือนเวลาที่ไปแฉบุคคลอื่น ก็พูดเป็นเรื่องเป็นราว แต่พอตัวเองถูกตรวจสอบ กลับทำท่าเอะอะโวยวาย หรือหากใครเจอนายชูวิทย์ก่อนตน ก็ขอให้ถามเลย ถ้ายังอ้ำอึ้งไม่ตอบ ก็ต้องแฉผ่านระบบราชการ

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า เรื่องที่ตนให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบเรื่องการซื้อขายอาบอบนวด ของนายชูวิทย์ ไม่กังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นการแก้แค้น และหากนายชูวิทย์จะเอาเรื่องเก่าของตนมาตรวจสอบก็ทำได้เช่นกัน และที่นายชูวิทย์บอกว่า ให้ตนรอดูหลักฐานวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ตนไม่สนใจ อยากทำอะไรก็ทำ แต่ถ้ากล่าวหาโดยไม่ชอบ ตนก็ต้องใช้สิทธิ์ของตน แต่ถ้ากล่าวหาโดยชอบตนก็พร้อมตอบทุกคำถาม และขอให้นายชูวิทย์เป็นคนดีศรีสังคมต่อไป


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/HFizezqfDKg

คุณอาจสนใจ

Related News