อาชญากรรม

ปลัด-อส.ได้ประกันตัว คดีเรียกรับเงิน ลั่น! มั่นใจบริสุทธิ์ล้านเปอร์เซ็นต์ มท.สั่งสอบวินัย ควบคู่คดีอาญา

โดย nattachat_c

26 ต.ค. 2565

20 views

ปลัดและ อส. 6 นาย ได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว ยืนยันบริสุทธิ์ใจล้านเปอร์เซ็นต์  ไม่มีกังวล เพราะทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านบิ๊กโจ๊ก ชี้ชัดปลัด และ อส.ทั้งหมด ไม่ได้ล่อซื้อยาเสพติดตามอ้าง แต่จัดฉากเพื่อเรียกรับเงิน 1 ล้าน เผยเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ปลัด มท.สั่งสอบวินัย ควบคู่คดีอาญา


จากกรณีแก๊งค้ายาเสพติดพยายามบุกชิงตัวผู้ต้องหา หลังปลัดและ อส.รวม 6 นาย ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสงขลา พาผู้ต้องหาไปขยายผลล่อซื้อยาเสพติดในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งได้อาวุธปืนไป 5กระบอก และยาบ้า 20,000 เม็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ ก่อนให้การซัดทอดอ้างว่า ฝ่ายปลัดกับอส. มีการเรียกเงิน 1 ล้านบาท แต่ต่อรองเหลือ 3 แสนบาท หรือ ยาบ้า 100 มัด หรือไอซ์ 10 กิโลกรัม เพื่อแลกตัวผู้ต้องหา


ความคืบหน้าล่าสุดช่วงบ่ายวานนี้ (25 ต.ค. 65) พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหา 6 ทั้งนาย ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว หลังศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับ ประกอบด้วย

  • จ่าเอกไพรัช แก้วมณี ปลัดอำเภอหัวหน้าชุดนาย
  • หมู่เอก เฉลิมศักดิ์ ทองแจ้ง
  • นายหมู่ตรี พิษณุ รัตนอุไร
  • สมาชิกเอก สุทธิพงษ์ สุวรรณชาตรี
  • สมาชิกเลิศฤทธิ์ ไชยพฤกษ์กุล
  • สมาชิก อดิศักดิ์ หวังนิ


ผบ.ตร. ยืนยันว่า พฤติกรรมของทั้ง 6 คน เป็นไปตามคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา และมีหลักฐานว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีอาญากับ นายธนกร สุวรรณชนะ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดนี้จับกุม โดยให้ นายธนกร ติดต่อญาติให้นำเงิน จำนวน 1 ล้านบาท หรือยาบ้า รวม 2 แสนเม็ด หรือยาไอซ์ 10 กิโลกรัมมาแลกตัว


สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่มีหลักฐานสำคัญที่พบว่า ทั้งปลัดและอส.ชุดนี้ เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา ทั้งข้อมูลที่มีการเจรจาต่อรองผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ของผู้ต้องหา และเบอร์โทรศัพท์ของปลัด ที่ใช้ติดต่อพูดคุยกัน ก่อนที่จะมีการนัดหมายแลกตัวผู้ต้องหากันในคืนเกิดเหตุ


พนักงานสอบสวน จึงได้รวบพยานหลักฐาน ต่างสอดคล้องกันว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมผู้ต้องหาคดีนี้ มีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดียาเสพติด รวมทั้ง นายธนกร กับผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ที่ถูกจับไม่รู้จักกัน และถูกจับคนละเวลาไม่มีโอกาสพูดคุยเพื่อสร้างพยานหลักฐานให้ร้ายกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มีพฤติการณ์เรียกรับเงิน และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ


ขณะเดียวกัน ในช่วงบ่ายวานนี้ (25 ต.ค.65) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ไปยัง สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมกับแถลงความว่า คดีนี้ในทางการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า ทีมปลัด และ อส. ทั้ง 6 นาย แต่งเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องจริง และไม่ได้มีการทำงานขยายผลเรื่องยาเสพติด แต่นำตัวผู้ต้องหาไปแลกกับเงิน เพราะ ไม่มีทั้งชุดคุ้มกัน และมี อส.คุมตัวผู้ต้องหาเพียงแค่คนเดียว


ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือที่ อส. ได้ลบทิ้งไป พบว่า มีการเรียกเงิน 1 ล้านบาท แต่ต่อรองเหลือ 2 แสนบาท ยาไอซ์อีก 8 กิโลกรัม มูลค่า 800,000 บาท เพื่อรวมกันแล้วก็มีมูลค่า 1 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่มีทั้งพยานและหลักฐานชัดเจนเพียงพอ จึงขออนุมัติศาลทุจริต ภาค 9 ออกหมายจับปลัด และ อส. ทั้ง 6 คน


เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ รวมถึงเตรียมแจ้งข้อหาให้การเท็จ และปลอมแปลงป้ายทะเบียนรถยนต์


ซึ่งวานนี้ (7 ต.ค. 65) ส่วนของปลัด และ อส. ทั้ง 6 นาย ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ พร้อมกับเตรียมทนาย เพื่อยื่นเรื่องประกันตัว ส่วนจะให้การอย่างไรนั้น เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยาน และหลักฐาน ทั้งนี้การจับกุม นายธนกร ผู้ต้องหายาเสพติดพร้อมยาบ้า 20,000 เม็ด เป็นการจับจริง แต่หลังจากนั้นเอาตัวไปต่อเรื่องเรียกเงิน และ ไอซ์


ส่วนผู้ต้องหาแก๊งยาเสพติดที่ร่วมกันก่อเหตุนั้น ขณะนี้ยังมีที่ยังหลบหนีอยู่อีก 3 คน และตำรวจกำลังติดตามจับกุม รวมทั้งปืนของปลัด และ อส. ที่ถูกชิงไปอีก 5 กระบอก และทางการสอบสวนไม่พบว่า มีเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง มีเพียงปลัด กับ อส. เพียงอย่างเดียว และพบว่า เพิ่งทำแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่หากมีผู้เสียหายที่เคยถูกปลัด และ อส. ชุดนี้ทำแบบนี้ ก็ให้เข้ามาแจ้งกับตำรวจเพิ่มเติมได้

-------------

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 25 ต.ค. 65 หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา และสอบปากคำทั้งปลัด และ อส. อีก 5 นาย โดยใช้เวลาสอบมาราธอนถึง 12 ชั่วโมง ตั้ง แต่เวลาประมาณ 9 โมงเช้า จนถึง 2 ทุ่มครึ่ง จึงแล้วเสร็จและทั้งปลัด และ อส. ได้ยื่นขอประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งของปลัดอำเภอ 5 นาย ค้ำประกัน ตีวงเงินประกันคนละ 3 แสนบาท รวม 1.8 ล้านบาท และได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน


โดยหลังได้รับการประกันตัว จ่าเอกไพรัช ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวเป็นครั้งแรกระบุว่า ตนและเจ้าหน้าที่ทุกนายได้มาพบตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียด และข้อเท็จจริงนั้น ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ซึ่งตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่มีความกังวลใดๆ เพราะ ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย

-------------

ความคืบหน้าภายหลังจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ไปยังสภ.รัตภูมิ จ.สงขลาไปติดตามความคืบหน้าการสอบสวนปลัดและอส.รวม 6 นายที่ถูกออกหมายจับหลังจากสอบสวนพบว่า เป็นเรียกเงินแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา ไม่ใช่ขยายผลจับยาเสพติดและขอให้ผู้ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ชุดนี้จับกุมเรียกเงิน ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม


ปรากฏว่าได้มีแม่ของผู้ต้องหายาเสพติดรายหนึ่งในพื้นที่ อ. คลองหอยโข่ง จ สงขลา ซึ่งระบุว่าลูกชายถูกเจ้าหน้าที่ชุดนี้จับกุมและเรียกเงินแลกกับการปล่อยตัว มาร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าว


โดยเล่าว่าเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ในช่วงเวลา 23.30 น ลูกชายถูกจับกุมยาไอซ์ 100 กิโลกรัม และมีเพื่อนสนิทของลูกชายโทรมาหาภรรยาว่าให้หาเงิน 2 แสนบาทมาให้เจ้าหน้าที่แลกกับการปล่อยตัว แต่ทางครอบครัวไม่มีเงิน และโทรศัพท์ต่อรองกับชุดจับกุมชื่อว่าหมวดอาร์ม เหลือ 1.5 แสนบาท แต่ครอบครัวก็ยังไม่มีเงิน ชุดจับกุมบอกให้นำเงินมาให้ 7 หมื่นบาทก่อน และนัดส่งเงินกันที่ริมถนนบริเวณแยกสนามบินใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ และมีรถ MG สีขาว ทะเบียน ก 5866 ขับมาจอดและหยิบเงินไปโดยไม่ลงจากรถและไม่เห็นหน้า ส่วนอีกก้อนจำนวน 8 หมื่นบาทนัดส่งมอบกันที่ริมเสาไฟฟ้าในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่


แต่เมื่อให้เงินครบแล้ว ลูกชายได้โทรมาแจ้งว่า ชุดจับกุมชุดนี้ไม่ได้เรียกรับเงิน แต่ควบคุมตัวไว้และต้องการเงินอีก5หมื่นบาท เพื่อนำไปขยายผลล่อซื้อยาหากสำเร็จก็จะคืนเงินให้และจะลดยอดยาให้ จึงต้องนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำและโอนเงินอีก 5 หมื่นไปให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งชุดจับกุมอ้างว่า เป็นขบวนการค้ายาเสพติด จนสุดท้ายสามารถขยายผลจับกุมได้เพิ่ม และนำตัวลูกชายมาส่งที่ สภ.คลองหอยโข่ง


โดยแม่ผู้ต้องหา ได้สอบถามเงินจำนวน 50,000 บาท ที่นำไปล่อซื้อจากหนึ่งใน อส.ชุดนี้ ซึ่งแม่สามารถชี้ตัว อส. คนหนึ่งจากภาพถ่ายได้อย่างแม่นยำว่าเป็นคนที่มาคุยที่ สภ.คลองหอยโข่ง แต่เมื่อถามเรื่องเงิน 5 หมื่นบาทที่โอนไปบอกว่าไม่รู้โอนไปบัญชีไหนแล้ว ส่วนไอซ์ 100 กรัม ที่ถูกจับกุมมีการลดลงเหลือเพียง 50 กรัม โดยตนเองเชื่อว่าชุดจับกุมลูกชายน่าจะเป็นชุดเดียวกันกับที่เป็นข่าว ตอนนี้ครอบครัวตนต้องเป็นหนี้นอกระบบที่นำมาจ่าย 2 แสนบาท และลูกชายยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศาลตัดสินลงโทษจำคุกถึง 18 ปี
-------------

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้จากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาแล้ว ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ และสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำชับให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน ก่อนตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ควบคู่ไปกับคดีทางอาญา


ซึ่งตนได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ลงพื้นที่ไปควบคุมการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ ตั้งแต่ 1 วันหลังเกิดเหตุ หลังพบความผิดปกติ อาจเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ของเรา ซึ่งตนได้แจ้งขอให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน และเมื่อได้รับทราบข้อมูล ทางจังหวัด ได้สั่งให้ชุดนี้หยุดปฏิบัติงานมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะทางตำรวจกับฝ่ายปกครอง เขาประสานกันโดยตลอด


อีกทั้ง เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้นโยบายชัดเจนในการทำสงครามกับยาเสพติด ช่วยแก้ปัญหาสังคมร่วมกันทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ดี ก็ว่ากันไป และ ยืนยันกระทรวงมหาดไทย ไม่มีการปกป้องคนทำผิด และดำเนินการอย่างเด็ดขาด แต่ย้ำว่า ตองให้โอกาส เจ้าหน้าที่ที่ตกเป็นต้องหา มีโอกาสในการต่อสู้คดี ไม่ใช่สรุปว่าออกหมายจับแล้ว ว่าเขาผิด พันเปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์”


ส่วนข่าวที่ออกมา เป็นห่วงจะกระทบกับภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ปลัด มท. ย้ำว่า มท.ตั้งใจในการแก้ไขในสิ่งผิดอยู่แล้ว นี่เป็นภารกิจหน้าที่ จึงขออยากให้แยกแยะให้ออก เพราะคนทำผิดก็คือคนทำผิด ส่วนคนทำดี ก็ต้องให้กำลังใจกัน ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจคนมหาดไทย เพราะเป็นคนของหน่วยงานเดียวกัน มีเรื่องมัวหมอง


ทั้งนี้ ทาง มท.เรายังเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดเข้มข้นต่อไป อย่างวันที่ 31 ต.ค. รายชื่อผู้ค้า ผู้เสพ ในพื้นที่ ทางผู้ว่าฯ และนายอำเภอ จะร่วมกับประชาชนในการค้นหา ก่อนส่งข้อมูลมาที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการ นำผู้เสพ เข้าสู่การบำบัดรักษา ในเชิงคุณภาพ คือ ไม่ได้มาเช้าเย็นกลับ หรืออยู่ 1-2 วัน แต่อยู่จนมั่นใจว่าเราคืนลูกหลานที่ดีให้พ่อแม่ได้ คืนคนดีให้ครอบครัวได้ ขณะที่พลเอกอนุพงษ์ บอกว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย

-------------

รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/K6utk0JG3bg

แท็กที่เกี่ยวข้อง  สงขลา ,ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ,พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ,สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ,กระทรวงมหาดไทย ,ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ,นายกรัฐมนตรี ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ,แก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ ผู้ต้องหาค้ายา ,ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสงขลา ,พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ,เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา

คุณอาจสนใจ

Related News