อาชญากรรม

ไม่สะท้าน! ไอ้เหี้ยม 'ฆ่าข่มขืนยาย' ยิ้มเยาะตอบสื่อ "ไม่มีอะไรจะพูดโว้ย" หลานยายลั่น! ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต

โดย nattachat_c

28 ก.ค. 2565

161 views

ชายวัย 66 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนฆ่าคุณยายวัย 72 ปี ถูกรวบตัว แต่ปฏิเสธทุกข้อหา ยันไม่ได้ทำ ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ช่วงถูกคุมตัวมาสอบสวนถูกสื่อรุมซัก เจ้าตัวลั่น “ไม่มีอารมณ์” ด้านหลานสาวคุณยาย ร่ำไห้ อยากรู้คนร้ายจิตใจทำด้วยอะไร ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม หรือไม่ใช่คน

ผู้การภาค 7 เผยช่วงสอบสวนนายออง อ้างขอนั่งพัก ไม่ให้การ แต่กลิ่นสุราหึ่ง ผลตรวจฉี่สีม่วง อ้างกินยาจิตเวช บางช่วงนั่งยิ้มเยาะไม่ตอบคำถาม พบประวัติเพิ่งพ้นคุกเมื่อปลายปีที่แล้ว เชื่อตั้งใจก่อเหตุไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ เล็งขยายผลเอี่ยวคดีข่มขืนคนสูงวัยในพื้นที่ที่เป็นคดีดังเมื่อ 5 ปีที่แล้วหรือไม่

กรณี นายละออง อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าข่มขืน คุณยายอายุ 72 ปี แถว ต.นางบวช จ.สุพรรณบุรี


พฤติกรรมของนายละออง ต้องบอกว่าโหดเหี้ยมมาก โดยนายพุทธิพงศ์ หลายชายคุณยาย เล่าว่า ผู้เสียชีวิตเป็นย่าของตนเอง คุณย่าอาศัยอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัวอาศัยในบ้านใกล้ๆ กัน 


วันเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทำร้ายร่างกายกัน แต่ไม่ได้ยินเสียงร้อง จึงเดินไปดู และเห็นนายออง บอกว่า อย่ามายุ่ง จากนั้นตนเห็นท่าไม่ดี จึงโทรตามญาติๆ และโทรบอกญาติของนายออง


เมื่อญาตินายละอองมาก็เห็น นายละอองกำลังข่มขืนคุณยาย จึงเรียกชาวบ้านมาช่วยกัน ตอนนั้น นายละออง ลากร่างคุณย่าจากประตูรั้ว เข้าไปใต้ต้นมะม่วง และลงมือข่มขืนอีก พวกตนและญาติก็ช่วยกันจับ แต่นายละอองวิ่งหนีไปในสภาพเปลือย และก็หายไปในความมืด ตอนที่หลานของนาละยออง ทำร้ายนายละอองเพื่อให้หยุดทำร้ายคุณยาย นายอองยังบอกว่าเดี๋ยวกูจะกลับมาเอามึง


ภาพขณะเกิดเหตุนั้น พบว่า คุณยายพยายามขัดขืนต่อสู้ โดยญาติได้บันทึกภาพ ตอนเข้าช่วยชีวิตคุณยายได้ คุณยายอยู่ในสภาพ สวมเสื้อคอกระเช้า ใส่ผ้าถุง ใบหน้าเขียวช้ำ บวมปูด ที่คอ มีรอยคล้ายเชือกรัดคอเป็นรอยช้ำแดง และที่ศีรษะ แตกเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดอาบ นอนหายใจรวยริน ก่อนจะสิ้นลมหายใจ

-------------

หลังจากที่นายละอองก่อเหตุแล้วหลบหนีไป ช่วงสายวานนี้ (27 ก.ค. 65) ตำรวจก็พบตัวนายละออง ในลักษณะซ่อนตัวในป่ามะม่วง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมของกลางไม้ที่ตีคุณยาย  


ในระหว่างที่อยู่ สภ.เดิมบางนางบวช พบว่า นายออง มีอาการคข้ายคนพูดจาไม่รู้เรื่อง และบอกตำรวจว่า ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น


จากนั้นตำรวจควบคุมตัวไปที่ สภ.เมืองสุพรรรบุรี เพื่อสอบปากคำ ตรวจร่างกาย พบว่า ช่วงที่ตำรวจนำตัวนายละอองมาขึ้นรถ ก็ปิดใบหน้าด้วยผ้าขาวม้า ช่วงนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรจะพูดหรือไม่ นายละอองตอบด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “ไม่มีอะไรจะพูดโว้ย ไม่มีอารมณ์ กูไม่พูดกับมึง"

--------------

พลตำรวจโทธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เดินทางมาที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อสอบปากคำนายละออง โดยตำรวจนำตัวไปสอบปากคำ นายละอองมีท่าทางสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามนักข่าว


เมื่อเข้าไปในห้องสอบปากคำ พบว่า นายละอองทีท่าทางส่ายหัว และไม่ตอบคำถาม ผู้บัญชาการภาค 7 ใช้เวลาสอบปากคำไม่ถึง 10 นาที เพราะนายละอองไม่พูด

หลังสอบสวนผู้ต้องหา พลตำรวจโทธนายุตม์ ได้แถลงข่าวการจับกุมว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังขอไม่ให้การ บอกว่าขอนั่งพักสักพักก่อน ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่แม้จะให้การ ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุพบถังน้ำมัน ท่อนไม้ เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใส่ ซึ่งสามารถตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด


รวมทั้ง สภาพบาดแผลตามร่างกายคุณยาย และอวัยวะเพศฉีกขาด หลักฐานเหล่านี้ชัดเจน รวมทั้งพยานบุคคลที่เข้าไปช่วย หลังจากนี้จะทำการสอบสวนถึงมูลเหตุที่แท้จริงโดยละเอียด เพราะผู้ก่อเหตุอายุไม่น้อยแล้ว “เชื่อว่าต้องตั้งใจไปก่อเหตุกับคุณยาย และมีมูลเหตุ”


โดยตอนที่เข้าไปสอบสวนยังได้กลิ่นสุรา และผลตรวจปัสสาวะก็เป็นสีม่วงด้วย สิ่งที่ผู้ต้องหาก่อเหตุไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือตั้งใจนั้น ผู้ต้องหายังไม่ตอบ และในระหว่างสอบปากคำ ถามผู้ต้องหาว่า ทำไมต้องก่อเหตุ หากเป็นพ่อแม่พี่น้องตนเองจะเป็นอย่างไร และมีความสำนึกผิดหรือไม่ “ผู้ต้องหาไม่ตอบ แต่ยิ้มใส่ ลักษณะเหมือนยิ้มเยาะ” 


ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่า มีการกินยารักษาโรคทางจิตเวชนั้น ยังเป็นแค่คำกล่าวอ้าง เพราะจากการตรวจสอบภายในบ้านพัก ไม่พบยาใดๆ แต่ตำรวจก็จะให้ความเป็นธรรม โดยการไปตรวจสอบประวัติการรักษาโดยละเอียดอีกครั้ง เพราะยาประเภทนี้ไม่สามารถที่จะซื้อมารับประทานเองได้ นอกจากนี้จะต้องส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจหาสารในร่างกายโดยละเอียดอีกครั้งด้วยว่า มีสารที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศด้วยหรือไม่


พลตำรวจธนายุตม์ กล่าวอีกว่า จากพฤติการณ์ ค่อยข้างมั่นใจว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุไปโดยมีสติรู้ตัวตลอด เพราะช่วงที่พยานพบเห็นคนแรก จะเข้าไปช่วย คุณยาย ผู้ต้องหาก็ยังบอกว่า ถ้าไม่อยากตายอย่ายุ่ง และยังลากร่างยายเข้าไปข่มขืนซ้ำอีก


พฤติกรรมนี้ มองว่า มีคนเข้ามาห้ามแล้วยังไม่หนี แต่ยังก่อเหตุต่อ คงเป็นเพราะนิสัยของตัวผู้ต้องหาเองด้วย เพราะจากการตรวจสอบประวัติ พบว่า เพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ในคดีบุกรุกทำร้ายร่างกาย พื้นที่ สภ.ด่านช้าง โดยติดคุกอยู่ 8 เดือน พ้นโทษมาก็ยังไม่เข็ดหลาบ ทั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่า ผู้ต้องหาตั้งใจจะมาก่อเหตุ เพราะน้อยคนที่จะก่อเหตุข่มขืนคนแก่


ซึ่งกรณีที่ก่อเหตุกับคนแก่หรือหญิงสูงอายุนั้นพบว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา มีลักษณะคนร้าย ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ทั้งฆ่าเหยื่อและทำร้ายร่างกาย ซึ่งไม่สามารถจับกุมผู้ค้องหาได้ จากนี้ได้สั่งให้แต่ละจังหวัด รื้อคดีตรวจสอบข้อมูล และนำมาเปรียบเทียบกับคดีนี้รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่

------------

พลตำรวจตรีเกรียงไกร วุฒิพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสภาพศพของผู้เสียชีวิตเบื้องต้นโดยแพทย์นิติเวช พบว่า


มีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะ ซึ่งคาดว่าใช้ท่อนไม้ เพราะพบตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่พบอาวุธอื่น และที่บริเวณอวัยวะเพศของผู้เสียชีวิตก็ฉีกขาด ซึ่งจะต้องทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ บริเวณหลังของผู้เสียชีวิต ยังพบร่องรอยของการถูกลาก และไหล่ซ้ายหลุดด้วย


โดยจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะลากผู้เสียชีวิตไปเป็นระยะทางถึง 9 เมตร และจากการตรวจสอบปัสสาวะของผู้ต้องหา พบว่าเป็นสีม่วง ซึ่งจะทำการตรวจเลือดโดยละเอียดอีกครั้ง


เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / และข้อหา เมื่อเจ้าพนักงานสอบถามชื่อและที่อยู่ตามกฎหมาย แล้วโกหกไม่ให้การตามข้อเท็จจริง เนื่องจากตอนแรกผู้ต้องหาไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นบุคคลตามหมายจับ โดยหลังจากนี้ หากสอบสวนแล้วพบความผิดข้อหาอื่นๆ ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

-------------

นายพุทธิพงศ์ หลายชายคุณยาย เล่าว่า ผู้เสียชีวิตเป็นย่าของตนเอง คุณย่า อาศัยอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัวอาศัยในบ้านใกล้ๆ กัน  

วันเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียง คล้ายคนทำร้ายร่างกายกันแต่ไม่ได้ยินเสียงร้อง จึงเดินไปดู และเห็นนายละออง บอกว่า อย่ามายุ่ง จากนั้น ตนเห็นท่าไม่ดี จึงโทรตามญาติๆ และโทรบอกญาติของนายละออง


เมื่อญาตินายอองมาก็เห็นนายละออง กำลังข่มขืนคุณย่า จึงเรียกชาวบ้านมาช่วยกัน ตอนนั้น นายละออง ลากร่างคุณย่าจากประตูรั้ว เข้าไปใต้ต้นมะม่วงและลงมือข่มขืนอีก พวกตนและญาติก็ช่วยกันจับ แต่นายละอองวิ่งหนีไป ในสภาพเปลือย และก็หายไปในความมึด ตอนที่หลานของนายละออง ทำร้ายนายละอองเพื่อให้หยุดทำร้ายย่า นายละอองยังบอกว่า เดี๋ยวกูจะกลับมาเอามึง


พฤติกรรมของนายออง เชื่อว่าวางแผนมาก่อเหตุมาก่อน เพราะก่อนเกิดเหตุ เข้ามาที่บ้านย่าแอบดูลาดเลามาก่อน ส่วนคำให้การที่นายออง อ้างว่า กินยาจิตเวชนั้นไม่เชื่อ สิ่งที่นายอองทำนั้นเกินไป ต้องได้รับโทษ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ประหารไปเลยดีกว่า คนแบบนี้ออกมาก็ก่อเหตุอีก

-------------

หลานสาวผู้ต้องหา (หลานสาวนายออง ผู้ก่อเหตุ) เล่าว่า

ตอนเกิดเหตุ ยายยังไม่ตาย ซึ่งตนมาเห็นก็พยายามห้าม แต่นายละอองกลับไล่ตนไม่ให้มายุ่ง เพราะบอกกำลัง ….. อยู่ ตนเลยกลับบ้านไปตามหาคนมาช่วย ซึ่งก่อนหน้านี้ นายละอองไม่เคยมาอยู่ที่นี่ แต่กลับมาอาศัยที่หมู่บ้านแห่งนี้มา 2 สัปดาห์ ตนรู้ว่าเคยติดคุกมาก่อน 

-------------

สำหรับนายละอองนั้น คุณยายสาลี่ ได้ว่าจ้าง ให้มาตัดต้นไม้ในสวนข้างบ้าน วันเกิดเหตุ ช่วงเย็นนายละอองไปกินเหล้ากับเพื่อน แล้วก็ซื้อเหล้ามากินต่อที่ข้างบ้านคุณยาย ยังพบหลักฐานเป็นแก้วน้ำและเหล้าขาวผสมน้ำอัดลมวางอยู่ ในขณะที่นายละอองกินเหล้านั้น คาดว่า คุณยายไล่ให้กลับบ้าน และกำลังจะปิดประตูรั้วหน้าบ้าน นายละอองก็เลยก่อเหตุ


หลังก่อเหตุ ก็อาศัยความมึดวิ่งหนีจากบ้านที่ก่อเหตุ ลัดเลาะไปตามป่า แล้วก็ว่ายน้ำข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ไปบ้านของนายเลิศ เพื่อนสนิท ไปขอเสื้อผ้าเปลี่ยน 1 ชุด ตอนนั้นมีท่าทางกังวล และขอข้าวกิน ระหว่างนั้น ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ นายละอองไหวตัวทันหนีไปได้ โดยลัดเลาะจากหลังบ้าน เดินไปตามริมคลองและไปขึ้นถนนใหญ่ โดยมีกล้องวงจรปิดของชาวบ้านบันทึกภาพได้ ซึ่งนายละอองเดินหนีไป ด้วยท่าทางปกติ

-------------

พี่สาวนายละออง เล่าว่า นายละอองออกจากคุกมาก็มาขออาศัยอยู่ด้วยประมาณ 1 เดือน เพราะภรรยาและลูกไม่ให้อยู่ด้วย


นายออง เก็บของเก่าขายและรับจ้างทั่วไป พฤติกรรมเป็นคนดี ไม่เคยลวนลามหรือทำไม่ดีกับคนในครอบครัว แต่หากกินเหล้าแล้วนิสัยจะเปลี่ยน ซึ่งผู้เสียชีวิตกับนายละอองก็เป็นเครือญาติกัน วันเกิดเหตุ นายละอองลงมือฆ่าและข่มขืนยายสาลี่จริง ทุกคนเป็นพยานได้


ส่วนกรณีที่นายละอองบอกกับตำรวจว่า กินยาจิตเวชนั้น ไม่จริง ตนไม่เคยเห็น และตั้งแต่ออกคุกมาก็ไม่ได้ไปหาหมอ มีแต่กินยาพาราแก้ปวดเท่านั้น


ส่วนการช่วยเหลือทางคดี คงไม่มีปัญญาช่วย ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลของกรรม ชีวิตนายอองน่าสงสาร หากจะต้องประหารชีวิต ก็แล้วแต่

-------------
ด้านหลานสาวคุณยาย กล่าวทั้งน้ำตา ว่า อยากรู้ว่าคนร้ายจิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงมาทำกับน้า (ยายสาลี่มีศักดิ์เป็นน้า) ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม หรือไม่ใช่คน


ส่วนเพื่อนบ้านของยาย กล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า ยายเป็นคนดี เป็นเข้าวัดทำบุญ ซึ่งคนก่อเหตุเป็นคนเลวมาก และต้องการให้ประหารชีวิตคนก่อเหตุรายนี้ไปเลย


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sMrfWxVWBHg


คุณอาจสนใจ