อาชญากรรม

ฆ่าคนทางอ้อม! แม่เฒ่าอุดรผูกคอดับ ลูกสาวเชื่อเหตุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก สูญเงิน 3 แสน

โดย nattachat_c

23 มิ.ย. 2565

372 views

วานนี้ (22 มิ.ย. 65) เจ้าหน้าที่ สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านพักตำบลบ้านเลื่อม จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี


พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางพิณ อายุ 67 ปี ใช้เชือกไนล่อนสีแดง ผูกคอตัวเองเข้ากับโครงเหล็กหลังคาหน้าบ้าน ญาติได้นำร่างลงมา ก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง โดยมีลูกสาว อายุ 35 ปี ลูกสาวร้องไห้เสียใจที่แม่มาคิดสั้น ส่วนสาเหตุแม่โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก สูญเงิน 3 แสนบาท


ลูกสาว เปิดเผยว่า ก่อนหน้าประมาณ 1 เดือน แม่เล่าให้ฟังว่า พี่ชายที่ไปทำงานประเทศไต้หวัน ได้เงินค่าถูกทำร้ายร่างกาย (โดนแทง) และโอนเงินมาให้แม่เป็นเงินหลักแสน เพื่อเอาไปใช้หนี้สิน แต่คนที่โอนเงินมาให้ ทำหมายเลขบัญชีธนาคาร ผิดไปหนึ่งตัว


ขณะนี้ เงินเข้ามาในเมืองไทยแล้ว ทำให้เงินถูกอายัด จึงจำเป็นต้องเสียค่าดำเนินการในการปลดล็อก ซึ่งอ้างว่ามีค่าธรรมเนียมใหม่ หากมีการโอนเงินหลักแสนขึ้นไป จะต้องเสียค่าภาษีด้วย รวมเงินทั้งหมดของแม่ เงินของพี่ชาย และค่าดำเนินการ จำนวน 4.5 แสนบาท เชื่อว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้กลอุบายหลอกแม่ เพราะมีพฤติกรรมการเหมือนกับที่เคยเป็นข่าว


จากนั้น แม่ก็ไปหากู้ยืมเงินญาติพี่น้องและคนรู้จัก โอนเงินไปให้เขาแล้ว จำนวน 3 แสนกว่าบาท แล้วในวันนี้จะโอนไปให้เขาอีก 5 หมื่นบาท แต่ยังไม่ได้โอนเพราะยังหาเงินไม่ได้ อาจจะทำให้แม่เครียดสะสมและกลุ้มใจในเรื่องนี้ ทำให้แม่คิดสั้นผูกคอเสียชีวิต และแม่เคยพูดว่า “หากแม่ไม่อยู่ แต่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ให้ลูกๆ แล้ว”

นายสมบูรณ์ อายุ 54 ปี ญาติผู้ตาย เปิดเผยว่า ยายพิณโทรมาหาตน เรื่องว่าจะโดนหลอกหรือเปล่า เพราะลูกชายบอกว่าให้โอนเงินมาให้ เพราะมีเงินในบัญชีอยู่ 450,000 บาท ที่จะโอนให้แม่ แต่ต้องโอนเงินไปให้ลูกชายก่อน โดยลูกชายแจ้งมาว่า จะต้องมีรายการโอนเงินแจ้ง 3 รายการ ที่ต้องจ่ายดังนี้ คือ

1. ค่าแก้ไขเอกสาร 30,000 บาทจ่ายแล้ว

2. ค่าดำเนินงานขอยกเลิกอายัดเงิน 50,000 บาท

3. ตัวนี้สำคัญมาก เขาเขียนว่า ค้ำประกันบัญชี และยืนยันตัวจริงผู้รับเงิน 50,000 บาท รวมทั้งหมด 100,000 บาท ทางธนาคารของเราจะคืนเงินให้ทั้งหมด (เพื่อป้องกันการฟอกเงินข้ามประเทศ)


ที่เขาขอมารอบแรก 100,000 บาท และยายก็ส่งเอกสารการโอนเงินทั้งหมดที่โอนไปด้วย ยายพิณก็ยืมตังญาติๆ เพื่อโอนไปให้ลูกชาย 100,000 บาท พอโอนไปแล้วแต่ลูกชายก็ยังไม่โอนให้ ลูกชายก็โทรมาอีกว่าให้โอนเงินมาให้อีก 50,000 บาท ยายก็ไปหยิบยืมญาติๆ โอนให้อีก


ทีนี้ยังไม่พอ ลูกชายก็โทรทางเฟซบุ๊กมาอีกว่า ต้องโอนเงินมาอีก รวมยอดที่ยายพิณโอนไป 330,000 บาท แกก็เอาโฉนดไปจำนองกู้เงินมาส่งให้ลูกชายอีก เงินที่ยายจะได้ประมาณ 400,000 บาทเศษ ก็ยังไม่ได้


พอแกมาปรึกษาตนวันอาทิตย์ วันจันทร์ก็คุยดีๆ วันอังคารก็มาบอกว่า เขาขออีก 50,000 บาท แกก็ไปหยิบยืมจากญาติๆ อีก เพื่อโอนไป เขาก็บอกว่า วันอังคารจะได้ตังค์ พอช้าวันพุธก็รู้ว่าแกผูกคอตาย ก่อนตายช่วงกลางคืน แกก็ยังคุยกับลูกชายปกติ ส่วนคนที่โทรหาบอกเรื่องโอนเงินก็เป็นเสียงลูกชายทุกครั้ง แต่ผมไม่มั่นใจว่าลูกชายจะมีส่วนร่วมหรือไม่ คงต้องสอบถามลูกชายที่จะเดินทางมาร่วมงานศพบวชให้แม่


ส่วนจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพหรือไม่ ยังไม่ขอปักใจเชื่อ เพราะคนที่โทรมาหาคือลูกชายของแม่ แต่สงสัยว่า เวลาแม่โอนไป แต่ไม่ใช่เบอร์บัญชีของลูกชาย มันก็แปลกๆ เป็นบัญชีของชื่อคนอื่น

  • บัญชีที่ 1 ชื่อ นายวัลลพ ฉัยยา
  • บัญชีที่ 2 ชื่อ นายธนพล ปิดรอด
  • บัญชีที่ 3 ชื่อ นางสุดารัตน์ สาระพันธ์


เรื่องนี้มันแปลกๆ เพราะคนที่โทรมาให้โอนคือเสียงลูกชาย แต่บัญชีที่โอนไปเป็นบัญชีอื่น หรือบัญชีจะถูกแฮ็ก แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะเสียงที่บอกให้โอนเป็นเสียงลูกชาย ตอนนี้อยากถามลูกชายมากว่า ลูกชายหลอกให้แม่โอนตังค์ให้ หรือลูกชายหลวมตัวไปร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเปล่า คงต้องให้ตร.ตรวจสอบเรื่องนี้ และรอคำตอบจากลูกชายอีกครั้ง


ทางด้านนางน้อย ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ยายมาขอยืมตังค์ 50,000 บาท แกว่าลูกชายโดนจับที่ไต้หวัน พาสปอร์ต และวีซ่าหาย รอคำตอบจากลูกชาย คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิต น่าจะมาจากการโอนเงินให้ลูกมากไป และหนี้สินที่ยืมโอนไปให้ลูก ส่วนเรื่องมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่  ญาติยังไม่สรุปว่าจะใช่สาเหตุที่ทำให้คุณยายเสียชีวิตหรือไม่


ขณะที่ เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า แม่เฒ่าผูกคอตายเพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริงหรือไม่ หรืออาจจะถูกคนที่โอนเงินโทรหลอกคุณยายว่า ต้องจ่ายภาษีก่อนจะได้รับเงินเพราะเงินอายัด ซึ่งจะได้ตรวจสอบต่อไป


ขณะที่แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายและต่อสู้แต่อย่างใด ซึ่งทางญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ซึ่งญาติจะตั้งศพเพื่อบำเพ็ญกุศล 3 วัน และจะประกอบพิธีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 65 นี้




คุณอาจสนใจ