อาชญากรรม

แฉขบวนการ ‘ฉ้อโกงประกันภัย’ จัดฉากสร้างบาดแผล หลอกเคลมเงิน สูญ 20 ล้าน

โดย nicharee_m

29 ธ.ค. 2564

195 views

ตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมตำรวจกองกำกับการ 6 กองปราบปราม ตำรวจ ปทส. สนธิกำลัง จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาฉ้อโกงบริษัทประกันภัย ค่าเสียหาย 20 ล้านบาท

โดยจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 15 จุดในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา จับกุมผู้ต้องหา 16 คน  และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 คน  ในการจับกุม พบเอกสารหลักฐานสำคัญต่างๆ และพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน จำนวน 2 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 12 นัด

พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผู้กำกับกองกำกับการ 6 กองปราบปราม เปิดเผยว่า คดีนี้ ได้รับแจ้งความจากได้มีกลุ่มบริษัทประกันภัย ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ในการฉ้อโกงบริษัทประกันภัย เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายหลายบริษัท ซึ่งรูปแบบการกระทำความผิดของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะจัดฉาก และแบ่งหน้าที่กัน โดยจ้างชาวบ้าน ให้ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลแล้วนำไปเคลมประกัน

พฤติกรรมของผู้ต้องหา 16 คนนี้ จะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยมี

1. คนวางแผน จะเป็นพวกอดีตพนักงานขายประกัน หรือผู้ที่ชำนาญในการเบิกค่าชดเชย

2. เป็นกลุ่มทำข้อมูล หาชาวบ้าน ที่ไม่มีรายได้ ไม่มีที่อยู่อาศัย จ้างให้ชาวบ้านมาทำงานด้วย โดย ตกลงค่าจ้างหลักหมื่น เมื่อชาวบ้านคนไหนตกลง รับงาน ก็จะย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ตามบ้านญาติ หรือคนรู้จัก สร้างภาพให้น่าเชื่อถือ

3. กลุ่มตระเวนซื้อประกันภัย เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ก็มีกลุ่มซื้อประกันภัยตระเวนซื้อประกันสุขภาพแบบรักษาและชดเชยรายได้ ต่อคนซื้อประกันรายละ 10 กรรมธรรม์ขึ้นไป

4. กลุ่มสร้างบาดแผลปลอม กลุ่มนี้จะทำหน้าที่ สร้างบาดแผลให้ชาวบ้านที่รับจ้าง ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนำไป  เคลมกับบริษัทประกันภัย เช่น ทำแผลน้ำร้อนลวก แผลอุบัติเหตุ

5. กลุ่มเคลมประกัน จะทำการชักชวนคนที่มีรายได้น้อยมาร่วมก่อเหตุ ถ้าใครสนใจก็จะนำชื่อย้ายเข้ามาในทะเบียนบ้านของกลุ่มมิจฉาชีพ จากนั้นจะพาไปเปิดบัญชีธนาคารและทำเอทีเอ็ม โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะยึดสมุดบัญชีและบัตรไว้ พร้อมสร้างโปรไฟล์ปลอม เพื่อไปตระเวนสมัครทำประกันอุบัติเหตุตามบริษัทต่างๆ

วิธีการสร้างบาดแผล ให้สามารถเคลมประกันได้ ตำรวจบอกว่า เขาศึกษามาอย่างดีว่าบาดแผลชนิดไหนเบิกค่าชดเชยได้เยอะ รักษาตัวหลายวัน  คือ การโดนน้ำร้อนลวก

กลุ่มผู้ต้องหานี้ จะสร้างเรื่องเช่น นายเอ ยอมรับจ้างร่วมงานกับกลุ่มผู้ต้องหา เมื่อเสร็จเรื่องเอกสาร ซื้อประกันภัยแล้ว  ถึงเวลาสามารถเคลมได้ก็จะเริ่มลงมือ โดยวิธีการ คือ ให้ชาวบ้านที่รับจ้าง ยืนในห้องน้ำ และนำน้ำร้อนเดือดจัด ราดที่ขาตั้งแต่ต้นขาไปถึงน่อง แล้วก็ราดซ้ำด้วยแกงเผ็ดประเภท แกงส้ม หรือแกงที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เพื่อให้ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ ในภาพจะเห็นว่า ขาของผู้รับจ้างเป็นแผลไหม้ พุพอง ทั้งสองขา

เมื่อเป็นแผลแล้วก็จะนำส่งโรงพยาบาลโดย ระบุว่า เป็นอุบัติเหตุ อุ่นแกงแล้วลวกขา บาดแผลขนาดนี้ ทางโรงพยาบาล ก็ให้รักษาตัวในโรงพยาบาล หลายวัน ทั้งนี้พบว่า ตั้งแต่กลุ่มผู้ต้องหานี้ทำมา แต่ละราย รักษาตัวในโรงพยาบาลขั้นต่ำก็ 10 วันขึ้นไป

เมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล กลุ่มนี้ก็จะจ่ายค่าจ้างให้ชาวบ้านที่รับจ้าง โดยคิดเงินค่าจ้างจากการนอนรพ.คืนละ 3,000 บาท ตามที่รพ.ให้รักษาตัว หากรพ.ให้นอน 10 คืน ก็ได้ค่าจ้าง 3 หมื่นบาท

เมื่อรักษาตัวหายแล้ว กลุ่มผู้ต้องหานี้ ก็จะนำเอกสารใบรับรองแพทย์ ไปเบิกค่าชดเชยจากบริษัทประกันที่ทำไว้ เช่น บริษัทนี้จ่ายค่าชดเชย วันละ 5,000 บาทก็คูณจำนวนวันที่รักษา ซึ่งแต่ละราย กลุ่มผู้ต้องหาจะสามารถรับเงินชดเชย ตั้งแต่ 3 แสน ถึง 5 แสนบาท เพราะแต่ละคน ทำประกันไว้ 10 บริษัทขึ้นไป

ส่วนการจ่ายค่าจ้างก็จะจ่ายให้ชาวบ้านที่รับจ้าง คิดจากจำนวนคืนที่นอนรักษาในรพ.เท่านั้น เฉลี่ยรายได้ประมาณ 3-5 หมื่นบาทต่อราย

การกระทำของกลุ่มผู้ต้องหานี้ ตระเวณทำตามจังหวัดต่างๆของภาคใต้ พบว่า 1 เดือนใน 3 จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ น้ำร้อนลวก ลักษณะเดียวกันถึง 13 ราย

นอกจากน้ำร้อนลวกแล้ว ยังมีอีบัติเหตุรถจยย.ล้ม โดยกลุ่มสร้างบาดแผลก็จะให้ชาวบ้าน แกล้งทำเป็น ปั่นจักรยานล้ม แล้วนำค้อนปอนด์ มาทุบที่นิ้วเท้า ขา ให้หัก แล้วนำกระดาษทราย มาขัดที่ผิวหนังให้เหมือนแผลถลอก

ซึ่งแต่ละบาดแผลที่สร้างนั้น ล้วนแต่สร้างความทรมานและบาดเจ็บอย่างมาก แต่ชาวบ้านที่มารับจ้างก็ยอมทน เพราะไม่มีรายได้ อยากได้เงินก็ยอมทำ บริษัทประกันเกิดความสงสัย จึงเข้าแจ้งความ ตำรวจใช้เวลาสืบสวน จนพบพยานบุคคลสำคัญ ที่รับจ้างทำงานให้กลุ่มผู้ต้องหา

โดยมีกลุ่มผู้ต้องหานี้ มี 3 เครือข่ายใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้ พบมีความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ในจำนวนนี้พบว่าบริษัทประกันภัยได้จ่ายเงินค่าชดเชยไปแล้ว รวมเป็นเงินกว่า 14 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาจ่ายเงินประกันอีกกว่า 6 ล้านบาท      

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน แต่ผู้บงการยังคงให้การปฏิเสธ ตำรวจควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/JCbzOFyfjaI

คุณอาจสนใจ

Related News