อาชญากรรม
รวบแล้ว ‘ไอ้เม่น’ บังคับขืนใจแม่ลูกอ่อนวัย 18 ปี อ้างเป็นเพื่อนพ่อ พบประวัติโชกโชน เดือนเดียวก่อเหตุ 11 คดี
20 พ.ย. 2563
71.7K views
กรณีที่นายพีระพัฒน์ ปิดตังเสโน หรือ เม่น อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุลวงสาวแม่ลูกอ่อนวัย 18 ปี อ้างว่าเป็นเพื่อนพ่อของเหยื่อ ก่อนใช้มีดจ่อคอบังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ต่อลูกวัย 2 เดือน เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย. ที่บ้านพักใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยหลังก่อเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพผู้ก่อเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาหลบหนี
ล่าสุดช่วงเที่ยงของวานนี้ (19 พ.ย.) ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรแสนภูดาษ ร่วมกับชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ จับกุมตัวนายพีระพัฒน์ หรือเม่น ได้แล้ว โดยจับกุมได้ในพื้นที่หมู่ 4 ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังสืบทราบว่านายพีระพัฒน์ ได้เดินทางมาหาแฟนสาวที่แอบชอบในพื้นที่ดังกล่าว โดยช่วงนั้นสามีของหญิงสาวที่นายเม่นแอบชอบกลับมาที่ห้องพอดี ทำให้ต้องรออยู่รอบ ๆ ห้อง เพื่อรอเวลาจนกว่าสามีของผู้หญิงที่แอบชอบออกจากห้อง ก่อนจะถูกรวบตัวได้
โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายเม่น มาสอบปากคำที่ สภ.แสนภูดาษ เบื้องต้น ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีแรกกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 13 ปี พื้นที่ ม.5 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ คดีที่ 2 ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือที่บ่อกุ้ง ข้าง อบต.เทพราช คดีที่ 3 ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ที่ ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็น 3 คดี ที่นายเม่น เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้ ในท้องที่ สภ. สภ.แสนภูดาษ
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาถึงเหตุดังกล่าว ผู้ต้องหาบอกว่า “ขอไม่ตอบครับพี่ อยากขอโทษ ผิดไปแล้วจริง ๆ ” โดยนายเม่น ให้การว่าที่ก่อเหตุลงไปคือช่วงหลังเสพยาแล้วมีอาการดีด อยากมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา โดยจะก่อเหตุเน้นชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปซื้อยามาเสพ
ขณะก่อเหตุจะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กหญิง เด็กชาย คนชรา ที่อยู่บ้านคนเดียว และดูเป็นที่เปลี่ยวไม่เกี่ยวว่ากลางวันหรือกลางคืน ถ้าเกิดอยากเสพยาก็จะลงมือทันที หากจะข่มขืนก็จะเป็นช่วงที่เพิ่งเสพยามาทำให้มีอารมณ์ โดยจะทำเนียนอ้างกับเหยื่อว่ารู้จักคนในครอบครัวขอยืมของ หรือตีสนิทจนเหยื่อตายใจก่อนจะลงมือก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่คุมตัวกลับมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.แสนภูดาษ ซึ่งในห้องสอบสวนมีญาติของผู้เสียหายที่ถูกขืนใจอยู่ด้วยหลายคนรวมทั้งสามีของผู้เสียหายด้วย ทันทีที่เผชิญหน้ากัน ญาติของผู้เสียหายได้ต่อยและกระโดดถีบกลางหลังนายเม่น อย่างแรงด้วยความโกรธแค้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจกันตัวญาติ ๆ ออกจากห้องไป
เหตุการณ์นี้ผู้เสียหายสาววัย 18 ปี ที่โดนขืนใจ ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุแฟนของตนได้ไปทำงานเหลือเพียงตนนั่งเลี้ยงลูกวัย 2 เดือน อยู่บนบ้านเพียงคนเดียว จากนั้นนายเม่น ผู้ก่อเหตุซึ่งตนไม่เคยรู้จักมาก่อน เดินเข้ามาหาและบอกว่าเป็นเพื่อนของพ่อ อ้างว่าพ่อให้เอาโทรศัพท์มาชาร์จแบต ตนถามว่า “พี่เป็นใคร” เขาบอกว่า “จำพี่ไม่ได้เหรอพี่ชื่อเม่น”
ผู้ก่อเหตุยังอ้างอีกว่า พ่อของตนเคยเอาเขามาเลี้ยงตอนที่ตนยังเล็ก ๆ ตนจึงบอกไปว่า “จำไม่ได้” จากนั้นเขาเดินไปในบ้าน ก่อนที่จะเดินกลับออกมาและเข้ามาในห้องของตน เอาแขนมาล็อกคอใช้มีดจี้ที่คอบังคับให้ตนนอนลง ตนพยายามบอกอย่าทำอะไรเพราะตนมีลูกอยู่ แต่สู้แรงมันไม่ไหว เขาขู่จะฆ่าถ้าไม่ยอม จะเอามีดฟัน ตนขัดขืนไม่ได้ก็ต้องยอม
“หลังจากนั้นนายเม่น ก็หนีออกจากบ้านไป ตอนที่นายเม่นเข้ามาทำก่อเหตุ ตนกำลังนั่งเลี้ยงลูกวัย 2 เดือน อยู่ในห้อง เขาทำตนต่อหน้าลูก ตนไม่ได้ล็อกห้อง เขาเดินเข้ามาถือมีดเข้ามาด้วยตนไม่เห็น พ่อตนก็อยู่บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ติดกัน ตอนนั้นตนอยู่ในห้องคนเดียวกับลูก มีดที่เขาถือเข้ามาก็เป็นมีดของบ้านตนที่วางไว้บนชั้นรองเท้า เขาถือเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งแฟนตนก็พึ่งไปทำงานวันแรก ทุกวันแฟนจะอยู่กด้วย เหมือนมันรู้ คล้ายมาดักรอ”
พี่สาวของผู้เสียหาย เผยว่า ตอนนี้น้องสาวอยู่อย่างผวา ใช้ชีวิตไม่ปกติ ไม่กล้าอยู่คนเดียวกลัวไปหมด กลัวลูกจะเป็นอะไรด้วย ฝังใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะผู้ต้องหาขู่ว่าถ้าแจ้งความจะกลับมาฆ่า รู้สึกดีที่จับกุมคนร้ายได้ แต่ก็กลัวว่าเขานจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกตนอีก อยากถามผู้ต้องหาว่า “ทำได้ยังไง มีความเป็นคนหรือเปล่า”
จากการตรวจประวัติพบว่านายพีระพัฒน์ เพิ่งพ้นโทษออกจากคุกเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ไม่ถึง 3 เดือน ก็มาก่อเหตุหลายคดีต่อเนื่อง ในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรปราการ ไม่ถึง 1 เดือน ก่อเหตุโชกโชน 11 คดี ทั้งทำอนาจารเด็ก ข่มขืน ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเคยก่อเหตุอาชญากรรมหลายครั้ง
-7 พ.ย.63 ก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 13 ปี โดยได้ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่ ม.5 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ท้องที่ สภ.แสนภูดาษ
-11พ.ย.63 ก่อเหตุลักทรัพย์เป็นอาวุธปืน ในพื้นที่ ต.แสนภูดาษ ท้องที่ สภ.แสนภูดาษ จ.ฉะเชิงเทรา
-12 พ.ย.63 ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราหญิงชรา ท้องที่ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
-13 พ.ย.63 ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
-15 พ.ย.63 ก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ ที่ ต.พิมพา อ.บางปะกง ท้องที่ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
-15 พ.ย.63 ก่อเหตุชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ ที่บ่อกุ้งข้าง อบต.เทพราช ได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ท้องที่ สภ.แสนภูดาษ
-16 พ.ย.63 ก่อเหตุลักทรัพย์ รถ จยย. ในพื้นที่ อ.เมือง ท้องที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา
-16 พ.ย.63ก่อเหตุลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ ต.เทพราช ท้องที่ สภ.แสนภูดาษ จ.ฉะเชิงเทรา
-17 พ.ย.63 ก่อเหตุลักทรัพย์ รถ จยย. ในพื้นที่ ต.ลาดขวาง ท้องที่ สภ.แสนภูดาษ จ.ฉะเชิงเทรา
-18 พ.ย.63 ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราหญิง ที่ ซ.วัดสวนส้ม ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
-18 พ.ย.63 ก่อเหตุลักทรัพย์รถ จยย.ที่ตลาดนินจา ท้องที่ สภ.เมืองชลบุรี โดยหลอกขอความช่วยเหลือแล้วเอารถไป
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางประเสริฐ ทาแก้ว อายุ 54 ปี ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาชิงทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ ที่บ่อกุ้งข้าง อบต.เทพราช ได้โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง เมื่อวันที่ 15 พ.ย.63 เล่าว่า ตนนั่งอยู่ที่กระต๊อบ จู่ ๆ ผู้ต้องหาซึ่งไม่เคยเห็นหน้าขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ถามว่า “มีเงินหรือเปล่า” ตนบอกไม่มี แล้วขู่เอาโทรศัพท์มือถือจากตน หากไม่ให้จะฆ่าตาย ด้วยความกลัวจึงให้ไป ตนพูดเสียงดังว่า “อย่าทำอะไรป้าเลย” เขาคงกลัวคนได้ยินจึงจับโทรศัพท์มือถือตบไปที่หน้าของตน 2 ครั้ง
ขณะที่นายชารี อาจใจ เล่าว่า ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกผู้ต้องหาลักทรัพย์รถ จยย. เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายเห็นผู้ต้องหาเดินจูงรถอยู่ข้างทาง ถนนสายสิริโสธร เขาบอกวา น้ำมันหมดแล้วให้การช่วยเหลือ หลอกเอารถไปว่าจะไปเงินที่พ่อมาเติมน้ำมันรถ จากนั้นก็ขี่หายไปเลย
เช่นเดียวกับ น.ส.พรชนก โพธิรอด เล่าว่า ผู้ต้องหารู้จักกับแฟนของหลานสาว เขาไปที่บ้านแล้วขอยืมรถจักรยานยนต์จากหลานสาว แล้วก็ขับหนีหายไปเอามาคืน กระทั่งทราบข่าวว่านายเม่น ไปก่อเหตุหลายคดี พอรู้ว่าถูกจับจึงมาตามเรื่องให้หลานสาว เพื่อจะถามผู้ต้องหาว่านำรถจักรยานยนต์ที่ยืมไปไว้ที่ไหน หากเขาบอกว่ารถอยู่ที่ไหนก็จะไม่แจ้งความ
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OdNApsHg8aI
แท็กที่เกี่ยวข้อง