อาชญากรรม
เปิดไลน์ผู้ช่วยพยาบาล ส่งคำสุดท้ายถึงแม่ ก่อนเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์
2 ชั่วโมงที่แล้ว
30 views
ญาติสุดเศร้า ทยอยรับศพผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ หนึ่งในนั้นเป็นศพของสิบโทพิษณุ ที่เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลตำรวจเป็นศพแรก
เมื่อวานนี้ นางสมนึก นางสาวเกศินี แม่และภรรยา สิบโท พิษณุ แตงโสภา อายุ 29 ปี ได้เดินทางไปที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำเรื่องขอรับร่างกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจังหวัดสุพรรณบุรี
ทันทีที่ร่างมาถึงที่บ้าน ญาติพี่น้องได้ช่วยกันเคลื่อนโลงมาตั้งภายในบ้าน จากนั้นน้องเกรซ ลูกสาววัย 2 ขวบเศษ ของสิบโท พิษณุ ได้หอมให้กำลังใจแม่ โดยแม่ได้อุ้มน้องเกรซ ไปบอกที่หน้าโลงศพพ่อว่า อย่าได้ห่วงทางบ้าน จะดูแลทุกคนให้ดีและจะเข้มแข็งให้มากขึ้น
นางสาวเกศินี ยังเล่าถึงคืนเกิดเหตุไปเที่ยวสังสรรค์รวม 4 คน ว่าตนนั่งแถวกลาง มองไปข้างหน้ามีเปลวไฟกับควัน แฟนบอกไฟไหม้จึงบอกให้ตนออกไป ตนและเพื่อนพากันหนีออกมาได้ทั้ง 3 คน แต่แฟนไม่ได้ออกมา ตอนนั้นชุลมุนมาก จากนั้นก็เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง อยากบอกเขาทำไมไม่เกาะกันเอา ตอนนี้เสียใจมาก
ที่บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านสถานที่ประกอบพิธีศพ น.ส.มณีรัตน์ หรือ จิ๊บ อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต อยู่ที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า แม่ของจี๊บยังร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ขณะที่สิบเอกอ็อฟ สามีก็เศร้าหนักเช่นกัน เพราะเพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 1 เดือน แต่ต้องมาจากกันไปแบบไม่มีวันกลับ
นางมยุรี อายุ 57 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มา 20 ปีแล้ว ปกติลูกสาวจะโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์คุยกับแม่เป็นประจำ คืนเกิดเหตุก็คุยไลน์กันปกติ ลูกสาวบอกว่า กำลังรอสามีมารับ คุยเสร็จแม่ก็เข้านอน กระทั่งรุ่งเช้าเห็นลูกส่งไลน์มา เป็นภาพสติ๊กเกอร์ร้องไห้หลายครั้ง ก่อนจะส่งข้อความสุดท้ายมาว่า "แม่" คำเดียว จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย คิดว่า ช่วงนั้นน่าจะเกิดเหตุไฟไหม้ และลูกสาวน่าจะวิ่งหนี แต่หนีไม่รอดแล้ว จึงส่งภาพสติ๊กเกอร์มาให้หลายครั้ง ก่อนจะเขียนมาบอกลาแม่เพียงคำว่า "แม่" คำเดียว
ขณะที่ร่างของนายจรัญ เลิกนอก หรือปาล์ม อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ครอบครัวโดยคุณอา ได้รับร่างจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนางสมสวย ซึ่งเป็นป้า เล่าว่า ชีวิตของหลานชายน่าสงสาร พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนแม่นั้นแยกทางไป 10 กว่าปีแล้ว ไม่สามารถติดต่อแม่ของน้องได้อีกเลย พอหลานโตขึ้นได้ไปคัดเลือกทหารจับได้ใบแดง เป็นทหารอยู่ที่กรุงเทพฯ พอปลดทหารมา น้องก็ไปทำงานที่นิคมบางปู กลับมาบ้านปีละครั้ง ล่าสุดกลับมาในช่วงปีใหม่ ได้พูดคุยกันเพียงถามสารทุกข์สุกดิบเท่านั้น
อยากฝากไปถึงเจ้าของร้านให้เยียวยาครอบครัวที่ต้องสูญเสียหลาน ส่วนหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่รับร่างหลานออกจากโรงพยาบาลตำรวจ มาถึงบ้านช่วงตี 2 ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนโทรมาสอบถามหรือดูแลแต่อย่างใด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/OX_4nv_Gk4g
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไฟไหม้โรงเบียร์ ,ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ,โรงเบียร์ลาดพร้าว