อาชญากรรม
แท็กซี่จิตอาสา ถูกเจ้าถิ่นยิงดับคาเกาะสมุยต่อหน้า นทท. ตำรวจอ้างกล้องวงจรปิดเสีย
1 ชั่วโมงที่แล้ว
30 views
แท็กซี่จิตอาสาช่วยรับส่งคนพิการ คนแก่ คนท้องฟรี ถูกแก๊งแท็กซี่เถื่อนเจ้าถิ่นรุมทำร้าย ก่อนชักปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิตคารถต่อหน้านักท่องเที่ยวและผู้โดยสารบนเกาะสมุย ขณะที่ตำรวจอ้างกล้องวงจรปิดเสีย
ญาติของนายศิขรินทร์ พรหมเจริญ อายุ 31 ปี คนขับแท็กซี่สาธารณะและเป็นจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือรับส่งคนท้อง คนแก่ คนพิการ และผู้ยากไร้ฟรี เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับ เพจสายไหมต้องรอด หลังถูกกลุ่มแท็กซี่เถื่อนป้ายดำรุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต เมื่อกลางดึกวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่คดีกลับตาลปัตร โดยตำรวจอ้างว่ากล้องวงจรปิดเสีย และเป็นการทำร้ายจากผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว จนกระทั่งภรรยาของผู้เสียชีวิตได้รับคลิปเหตุการณ์จากพลเมืองดี จึงตัดสินใจออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้ผู้ตาย
โดย นายกร พี่ชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องชายเป็นอดีตทหาร และภรรยาเพิ่งคลอดลูกได้เพียง 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.25 น. ผู้เสียชีวิตขับรถแท็กซี่ไปรับส่งผู้โดยสารที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังส่งลูกค้าลงจากรถ มีกลุ่มชายเกือบ 10 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแท็กซี่เถื่อนป้ายดำในพื้นที่ กรูเข้ามาเปิดประตูรถทั้งสองฝั่ง ก่อนรุมทำร้ายทั้งกระทืบและใช้ไม้เบสบอลตี ขณะที่ผู้เสียชีวิตยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย
หลังถูกทำร้าย ผู้เสียชีวิตพยายามขับรถหลบหนี แต่บริเวณดังกล่าวเป็นซอยตัน ระหว่างกำลังพยายามเข้าเกียร์เพื่อขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ มีชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุชักอาวุธปืนยิงใส่บริเวณหน้าอก รวม 5 นัด ขณะยังนั่งอยู่ภายในรถ ทำให้รถพุ่งชนกำแพง และเสียชีวิตคาที่อยู่ภายในรถ
พี่ชายผู้เสียชีวิต ระบุอีกว่า หลังเกิดเหตุ ภรรยาและแม่ของผู้ตายเข้าแจ้งความที่ สภ.บ่อผุด แต่ตำรวจแจ้งว่า จากการสืบสวนพบผู้ก่อเหตุเพียง 1 คน และเป็นการยิงเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่น อีกทั้งผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกจากเกาะสมุยไปแล้ว โดยใช้สปีดโบ๊ตเดินทางออกนอกพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวมองว่าข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคลิปเหตุการณ์ที่ได้รับมา เพราะในคลิปปรากฏภาพกลุ่มชายหลายคนรุมทำร้ายผู้เสียชีวิตบริเวณรถแท็กซี่
ขณะที่ตำรวจระบุว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันด้านนอก ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะวิ่งขึ้นรถเพื่อหลบหนี และผู้ก่อเหตุวิ่งตามมายิง โดยครอบครัวได้นำคลิปวงจรปิดและหลักฐานทั้งหมดส่งให้ตำรวจเพิ่มเติมแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
นอกจากนี้ ญาติยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยมีปัญหากับกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำ จากเรื่องการรับผู้โดยสาร และการพูดกระแหนะกระแหนกัน แต่ผู้เสียชีวิตไม่เคยตอบโต้ เพราะมองว่าต่างฝ่ายต่างทำมาหากิน
ครอบครัวยังอ้างอีกว่า กลุ่มแท็กซี่ป้ายดำในพื้นที่มีการห้ามรถแท็กซี่คันอื่นเข้ามารับผู้โดยสาร หากต้องการเข้ามารับ จะต้องจ่ายส่วย ซึ่งผู้เสียชีวิตก็ยอมจ่ายมาตลอด เดือนละ 3,500 บาท แต่ถึงแม้จะจ่ายแล้ว ก็ยังถูกกดดันให้ต้องเปิดทางให้กลุ่มดังกล่าวรับผู้โดยสารก่อน
ญาติของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเรื่องเงียบและไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุยังเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้ครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวและไม่ปลอดภัย
หลังเกิดเหตุ ยังมีสายปริศนาโทรศัพท์หาญาติของภรรยาผู้เสียชีวิต อ้างให้ไปสอบปากคำ แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่ใช่สถานีตำรวจ และเป็นจุดเดียวกับที่ผู้เสียชีวิตถูกยิง ทำให้ครอบครัวหวาดระแวงและตัดสินใจออกจากเกาะสมุย ไปพักอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีชั่วคราว
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเขตสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เตรียมประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงขอให้ผู้กำกับการ สภ.บ่อผุด ลงมากำกับดูแลคดีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้ครอบครัวยังไม่กล้าแม้แต่จัดงานศพ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุอันตรายภายในงาน
นายเอกภพ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะกลายเป็นว่าคนดีต้องคอยหลบหนี ขณะที่ผู้ก่อเหตุซึ่งก่อเหตุยิงกันเสียชีวิตกลางเมือง กลับยังไม่ถูกจับกุมแม้แต่รายเดียว พร้อมเตรียมประสานกระทรวงยุติธรรม ผ่านกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอให้ส่งชุดคุ้มครองพยานเข้ามาดูแลความปลอดภัยของครอบครัวและพยานในคดี
นอกจากนี้ ยังฝากถึงหน่วยงานภาครัฐให้เร่งแก้ไขปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลและมาเฟียในพื้นที่อย่างจริงจัง เพราะหากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ปัญหาลักษณะนี้ก็จะลดลงได้ พร้อมระบุว่า หากครอบครัวต้องการขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน หรือให้กองปราบปรามเข้ามารับผิดชอบคดี ทางทีมงานก็พร้อมพาเข้ายื่นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง เกาะสมุย ,แท็กซี่จิตอาสา