อาชญากรรม
พลเมืองดีหรือมีเอี่ยว! ญาติคาใจคดีชนสาว 19 ดับ หวั่นสลับตัวคนขับ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
30 views
ญาติขอความเป็นธรรม หลังสิบตรีขับรถกระบะชนมอเตอร์ไซค์ ลูกสาววัย 19 ปีเสียชีวิต ส่วนเพื่อนบาดเจ็บทั้งตัว หวั่นคดีไม่คืบ และวันเกิดเหตุ มีชายปริศนาโผล่โวยวาย ไล่กู้ชีพ ตำรวจและญาติผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ ตั้งคำถาม "พลเมืองดี" หรือมีเอี่ยวช่วยคนขับกระบะหลบหนี เพราะวงจรปิดพบมีการสลับตัวคนขับด้วย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นคืนวันที่ 20 มี.ค.69 ประมาณตี 1 กว่าๆ บริเวณถนนเพชรเกษม หน้าวัดอุดมรังสี หลังเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุให้ นายฉัตรภูมิ อุตรุน หรือ น้องเต้ย อายุ 26 ปี คนขับรถมอเตอร์ไซค์ ได้รับบาดเจ็บหนักหลายจุดตามร่างกาย ส่วน นางสาวบุญญาลักษ์ บำเรอจิตร หรือน้องโอ๋เอ๋ อายุ 19 ปี ที่ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุและคนขับกระบะทิ้งเดินหนี้เข้าไปในวัดอุดมฯ
หลังจากนั้นไม่นานอยู่ๆก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 2-3 คนมาโวยวายตามคลิป ลักษณะไม่พอใจและพยายามขัดขวาง ไล่เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ตำรวจ และญาติคนเจ็บและเสียชีวิตที่มายังที่เกิดเหตุให้กลับไปรอที่โรงพัก มีอะไร ให้ไปคุยกันที่โรงพัก ซึ่งทุกคนก็งงว่า ชายคนนี้จะโวยวายทำไม และทุกคนต่างกำลังปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบในรถกระบะ พบบัตรประชาชนสิบตรีอธิเมศร์ เป็นชื่อผู้ครอบครองรถกระบะคันดังกล่าว เเต่ยังไม่ทราบว่าจะใช่คนขับกระบะในคืนนั้นหรือไม่
ต่อมาคุณมุก นายจ้างของน้องโอ๋เอ๋ ผู้เสียชีวิตและน้องเต้ย คนเจ็บ ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หวั่นไม่ปลอดภัย หลังคืนเกิดเหตุพบกลุ่มชายปริศนาเข้ามาแสดงพฤติกรรมลักษณะนั้นและยิ่งคนขับมียศสิบตรี ก็เกรงว่า คดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมีการโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอความเป็นธรรม
โดยคุณมุก เล่าว่า คืนเกิดเหตุ น้องโอ๋เอ๋ และ น้องเต้ย เพิ่งทำงานที่ร้านอาหารของเธอเสร็จและกำลังจะขับรถกลับที่พัก น้องเต้ย อาสาไปส่งน้องโอ๋เอ๋ ซึ่งหอพักอยู่ห่างจากร้านไปไม่กี่กิโลเมตร หลังทั้งคู่ออกไปได้ไม่นาน ก็ได้รับแจ้งจากกู้ภัยฯว่า ลูกน้องเธอทั้งสองคนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเธอเองก็เป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยอยู่แล้ว จึงรีบขับรถพยาบาลส่วนตัวออกจากบ้านทันที เมื่อไปถึงพบว่า น้องโอ๋เอ๋ อาการสาหัส เลือดจากศีรษะไหล่นองเต็มครึ่งถนน จึงรีบเข้าไปช่วยปั๊มหัวใจ (CPR) ทันที ส่วนคนอื่นก็ไปช่วยน้องเต้ย คนเจ็บ
แต่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ กลับมีกลุ่มชายไม่ทราบฝ่าย เข้ามาโวยวายเสียงดัง ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไล่ไม่ให้ยุ่งกับเอกสาร และห้ามเข้าไปหาคนขับรถกระบะที่หลบอยู่ภายในวัด ทั้งที่ตนและทีมกู้ภัยไม่มีอาวุธ และมีเพียงเจตนาช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ
กลุ่มชายดังกล่าวมีพฤติกรรมเหมือนต้องการปกป้องบางอย่าง และพยายามกันไม่ให้เข้าถึงตัวคนขับที่เดินหนีเข้าไปให้วัด และ ที่ตกใจไปกว่านั้น เมื่อไปขอภาพกล้องวงจรปิดจากทางวัดคล้ายมีการสลับตัวบุคคล โดยหลังเกิดเหตุคนขับรถกระบะ (เสื้อดำ) เดินคุยโทรศัพท์เข้าไปในวัด เสียงจากกล้องวงจรปิดที่พอจะบันทึกได้จับใจความได้ว่าคนขับกระบะคุยกับใครบางคนและพยายามอธิบายว่า รถมอเตอร์ไซค์ขับปาดหน้า
จากนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์ขี่เข้ามาในวัด คนขับขี่สวมเสื้อ (สีขาว) แต่ขากลับออกไปกลับพบว่าคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์กลายเป็นเสื้อสีดำรูปร่างลักษณะคล้ายกับคนขับรถกระบะที่เกิดเหตุ ส่วนเสื้อขาวที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาตอนแรกขาออก เดินกลับออกไปจากวัด ทำให้คุณมุก และครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เกิดข้อสงสัยว่า อาจมีการสลับตัวคนขับและช่วยเหลือให้หลบหนีหรือไม่
ขณะเดียวกัน มุกยังเปิดเผยว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวที่โวยวายชาวบ้านบอกว่า หนึ่งในนั้นน่าจะเป็น "เอส บางแค" เคยมีพฤติกรรมก่อเหตุลักษณะกร่างมาก่อน อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
ด้านความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มชายปริศนากับคนขับกระบะ แม้ฝ่ายคนขับจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักกัน แต่เมื่อตรวจสอบในโซเชียลกลับพบมีการกดไลก์โพสต์กัน ทำให้เชื่อว่าอาจมีความเกี่ยวข้อง
คุณมุก ฝากถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หากเป็นพลเมืองดีจริง ขอให้นำหลักฐาน เช่น กล้องหน้ารถ ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ มามอบให้ตำรวจ เพื่อพิสูจน์ความจริง แต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ ก็ขอให้ออกมาแสดงตัว
ส่วนคดีความ ขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังไม่เข้ามอบตัว โดยอ้างความกลัวฝั่งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะไปทำร้ายร่างกาย ซึ่งเธอมองว่า เป็นข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาอะไรหรือเปล่า เพราะขนาดตำรวจนัดก็ยังไม่มา
ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยืนยัน จะเดินหน้าติดตามความยุติธรรม และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด โดยเฉพาะบทบาทของกลุ่มชายปริศนาที่เข้ามาในคืนเกิดเหตุ ว่าเป็นเพียงพลเมืองดี หรือเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยผู้กระทำผิดหลบหนีออกจากพื้นที่กันแน่
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/UYvYyDOKRjE
แท็กที่เกี่ยวข้อง ขับรถชน ,สลับตัวคนขับ ,คนขับรถ