อาชญากรรม
แจ้งข้อหาหนัก อดีต จนท.ไล่ยิงหัวหน้าไฟป่า แค้นถูกจับรุกที่
3 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าที่กาญจนบุรี ถูกอดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไล่ยิง เคราะห์ดีวิ่งหนีไปเจอชาวบ้าน จึงรอดชีวิตมาได้ เผยปมเหตุ แค้นสะสมที่ถูกจับคดีรุกป่า
ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เผยให้เห็นเหตุการณ์ เริ่มจากได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะเห็นนายวรุณ จันทร์สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟฟ้าสลักพระ-เอราวัณ วิ่งกุมท้องเข้ามาขอความช่วยเหลือ พร้อมตะโกนว่า "ช่วยด้วย ผมถูกยิง" จากนั้นเห็นผู้ก่อเหตุ คือ นายสมศักดิ์ พวงกุล อายุ 57 ปี ถือปืนวิ่งตามเข้ามา หวังยิงซ้ำ แต่พอเห็นมีคนอยู่เยอะ จึงวิ่งหลบหนีไปอีกทาง เหตุเกิดช่วงบ่ายเมื่อวานนี้
หลังเกิดเหตุมีกู้ชีพเข้าช่วยเหลือนายวรุณ โดยพบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด อาการสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาฯ
ส่วนนายสมศักดิ์ หลังก่อเหตุ ได้วิ่งหลบหนีไปตามแนวแม่น้ำแควใหญ่ ก่อนจะถูกตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ลาดหญ้า
เบื้องต้น ทราบว่า นายสมศักดิ์เคยทำงานร่วมกับนายวรุณ ซึ่งตอนนั้นนายวรุณเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก่อนที่นายสมศักดิ์จะถูกไล่ออก เมื่อเดือนกันยายน 2598 เพราะมีพฤติกรรมการบุกรุกป่าและยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้มีปัญหาเคืองใจกัน
กระทั่งวันเกิดเหตุนายวรุณได้นำกำลังออกไปตรวจจับการบุกรุกเผาป่า เมื่อนายสมศักดิ์มาเห็น จึงใช้ปืนที่พกติดตัวมายิงใส่นายวรุณ และเจ้าหน้าที่อีก 1 คน แต่โดนนายวรุณ เพียงคนเดียว
ต่อมา พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไปเยี่ยมนายวรุณ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น โดยรับปากว่าจะดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
จากนั้นไปที่ สภ.ลาดหญ้า เพื่อพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย ใช้เวลา 20 นาที จากนั้นได้ออกมาเปิดข้อมูลที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ลงมือยิงนายวรุณ เพราะไม่พอใจที่ถูกนายวรุณจับกุม เรื่องการบุกรุกป่า เนื้อที่ประมาณ 2 งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมอุทยานฯ อนุญาตให้ผู้ที่ครอบครองอยู่เดิม อาศัยทำมาหากิน และส่งต่อให้กับทายาทเท่านั้น แต่ผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นทายาท จึงถูกดำเนินคดี
ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนที่มีทะเบียน ซึ่งเป็นชื่อของพ่อของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตไปแล้ว และได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อของพี่ชายของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาจะนำปืนมาก่อเหตุ เพียงแต่พกติดตัวออกมาเพื่อไปเฝ้าไร่เท่านั้น แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า นายวรุณทำหน้าที่โดยสุจริต เพราะนายสมศักดิ์ บุกรุกป่าจริง ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งกันแต่อย่างใด เบื้องต้นแพทย์ได้ผ่าตัด พบว่า กระสุนสร้างความเสียหายให้กับม้าม จนต้องตัดม้ามส่วนที่เสียหายออก นอกจากนี้กระสุนยังไปถูกกระเพาะอาหาร และไปหยุดอยู่ที่กระบังลมก่อนถึงปอด แม้ว่าจะรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังอ่อนเพลีย เพราะเสียเลือดมาก และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
ด้านพันตำรวจเอก สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผู้กำกับการ สภ.ลาดหญ้า เผยว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายสมศักดิ์ 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ / มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต / พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร / และยิงปืนในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ล่าสุด เช้าวันนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำทีมเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ร่วมกันบริจาคเลือดเพื่อนำไปให้หัวหน้าวรุณ ที่ยังต้องใช้เลือดในการรักษาตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยได้รับความร่วมมือจากกองพลทหารราบที่ 9 ทหารมณฑลทหารบกที่ 17 และกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองกาญจนบุรี มาร่วมการบริจาคเลือด จำนวนกว่า 30 คน
รับชมผ่าน Youtube :https://youtu.be/DimGOawUoi0