อาชญากรรม

“หมอปลา” นำทีมบุกสุสานสัปเหร่อซ่อนศพ ขุดศพเด็กส่งคืนญาติ เหยื่อโผล่แฉเพิ่มอื้อ

6 ชั่วโมงที่แล้ว

34 views

หมอปลาพาญาติ บุกสุสานวัดสิงห์ อ่างทอง ขุดศพทารกส่งตรวจอัตลักษณ์และคืนญาติ หลังถูกสัปเหร่อดังทำพิธี แล้วนำมาฝังโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านเจ้าอาวาสและฝ่ายปกครองยันไม่เคยรู้เรื่อง ขณะที่ผู้เสียหายโผล่เพิ่ม ให้ปากคำ บิ๊กเต่า หลังถูกหลอกทำพิธีอาบน้ำมนต์กับสัปเหร่อชื่อดัง เผยทั้งตกใจ ถูกข่มขู่ และต้องสูญเงินเกือบหมื่นบาท ยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เมื่อวานนี้หลังจากจบรายการ โหนกระแส หมอปลา และทนายหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้พาผู้เสียหายเดินหน้าทวงคืนร่างลูกและหลานจาก ลุงสนม สัปเหร่อชื่อดัง โดยได้ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เพื่อใช้เอกสารยื่นขออนุญาตขุดหาร่างทารกกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากนั้นได้เดินทางไปยังวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสุสานฝังศพเด็กทารกจากหญิงสาวตายทั้งกลม โดยได้ไปพบกับเจ้าอาวาสวัดสิงห์ พระสมุห์ประเสริฐ ฐานยุโต เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และหารือเรื่องทางกฎหมาย ซึ่งได้พบกับ นางสำเริง อายุ 77 ปี ภรรยาของนายสนม สัปเหร่อ กล่าวเพียงว่า สามีและตนเองไม่เคยจะเก็บศพเด็กทารกตายทั้งกลมไว้เลย หากทางญาติต้องการนำกลับไปก็ยินดีที่จะให้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเก็บเอาไว้

โดยเจ้าอาวาสชี้แจงว่า ทราบเพียงว่ามีการทำพิธีอาบน้ำมนต์ แต่ไม่ทราบว่ามีการอนาจาร ส่วนเรื่องการฝังศพเด็กนั้น ลุงสนม สัปเหร่อ เป็นผู้ดำเนินการเอง ทางวัดไม่ทราบรายละเอียด แต่จากนี้หากมีผู้เสียหายจะมาขอขุดศพเด็กที่เป็นลูกหลานของตนเองไปบำเพ็ญกุศลก็อนุญาต

ขณะเจ้าหน้าที่ อบต.ศาลเจ้าโรงทอง ก็ยืนยันเช่นกันว่า ไม่เคยออกใบอนุญาตให้ฝังศพในพื้นที่ หรือใช้สถานที่นี้เป็นสุสาน เช่นเดียวกับกำนันตำบลศาลเจ้าหลงทอง ก็พูดเหมือนกันว่า รับรู้เพียงการทำพิธีอาบน้ำมนต์เท่านั้น แต่ในความผิดปกติต่างๆ ไม่เคยทราบ

หลังพูดคุยกับเสร็จสิ้น จึงให้ผู้เสียหายและญาติไปที่จุดศพทารกตายทั้งกลม โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าดำเนินการในจุดที่ญาติชี้ตำแหน่ง ขุดลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ก็เจอศพแรก พร้อมกับเจอขวดนม ขวดน้ำ และสบู่เหลวอาบน้ำเด็ก โดยคุณวาสนา ยืนยันว่าเป็นร่างของ น้องเนย หลานสาวจริง เจ้าหน้าที่จึงห่อผ้าขาวนำมาถวายเจ้าอาวาส ก่อนส่งมอบให้กับญาติ

ขณะเดียวกัน มีคุณแม่อีก 1 ราย คือคุณน้ำหวาน ติดต่อหาหมอปลา หลังจากเห็นข่าว โดยเดินทางมาจากสมุทรปราการ ระบุว่า ได้นำร่างลูกที่เสียชีวิตหลังคลอด มาฝังกับลุงสนม เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 จึงกังวลว่าลูกอาจไม่ได้รับการประกอบพิธีอย่างเหมาะสม เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดค้น ก็พบโครงกระดูกทารกห่อผ้าสีชมพู ซึ่งคุณน้ำหวาน ยืนยันว่าเป็นร่างลูกตน เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นห่อผ้าขาวส่งคืนให้แม่เด็ก

ด้านหมอปลา เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายติดต่อมาหาหลายราย โดยวันนี้พบโครงกระดูกแล้ว 2 ร่าง ส่วนอีก 1 ที่นำมาฝังเมื่อ 6 ปีก่อน ยังไม่พบ เนื่องจากมีลักษณะการฝังดินเป็นชั้นๆ และฝังซ้อนกัน ต่อจากนี้จะประสานนำกระดูกที่พบส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยได้เก็บ DNA จากแม่หรือญาติใกล้ชิด ไปตรวจเทียบที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ

ส่วนเรื่องการรื้อสุสาน ทาง อบต.ให้เวลา 15 วัน แต่ทางภรรยาของสัปเหร่อยังไม่เห็นด้วย ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ นอกจากนี้ ภรรยาสัปเหร่อ ยอมรับว่าเคยโกนผมบวชชีให้หญิงสาวจริง แต่ยืนยันไม่มีการบังคับหรือล่วงละเมิด และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ลุงสนมยังไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ช่วงบ่าย

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะเก็บโครงกระดูกไว้ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ ก่อนส่งตรวจตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บิ๊กเต่า-พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นัดหมายผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยมีผู้เสียหายรายใหม่เดินทางมาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

คุณไก่ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงต้นเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา รู้จักสัปเหร่อผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนตั้งใจไปทำบุญและเข้าพิธีอาบน้ำมนต์ เนื่องจากคนใกล้ชิดมีปัญหาสุขภาพ โดยในวันแรกไปไม่ทันพิธี จึงกลับไปอีกครั้งช่วงกลางดึกและรอจนเช้าเพื่อเข้าพิธี พร้อมซื้อเครื่องบูชาตามที่ถูกแนะนำในราคา 200 บาท โดยไปกันทั้งหมด 5 คน

คุณไก่ เล่าว่า ตอนที่ทำพิธี ลงสัปเหร่อให้ถอดเสื้อผ้าและเข้าไปในห้องที่เรียกว่า "ห้องดอกแก้ว" จากนั้นถูกสัมผัสร่างกายทั้งหน้าอกและของลับ ด้วยความตกใจและไม่สบายใจ จึงพยายามปรึกษาเพื่อนว่าจะหยุดทำพิธี แต่กลับถูกสัปเหร่อกดดันและข่มขู่ว่าจะเอามีดปาดคอ และลุงสัปเหร่อก็ใช้มีดนั้นขูดตามเนื้อตัวอยู่ ทำให้เกิดความกลัว จนต้องยอมทำตามขั้นตอนทั้งหมด และอาบ น้ำมนต์จนครบ 6 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการโกนขนตามร่างกาย

หลังจากกลับบ้านมา เธอและเพื่อนมีสุขภาพจิตใจย่ำแย่ ต้องปรึกษากันว่าจะไปตรวจร่างกาย จิตใจหรือแจ้งความได้หรือไม่ แต่ขณะนั้นไม่ได้ดำเนินการ เพราะไม่มั่นใจว่าคดีจะได้รับความสนใจ

เมื่อเห็นข่าวผู้เสียหายรายอื่นออกมาเปิดเผยเรื่องราว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความด้วยในวันนี้ พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างหนัก รู้สึกอับอาย ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง และถือเป็นความทรงจำเลวร้ายที่สุดในชีวิต แต่ขณะนี้ต้องการเดินหน้าดำเนินคดี โดยระบุว่าสูญเงินไปคนละประมาณ 2-3 พันบาท รวมกันแล้วก็หลักหมื่นบาท จากค่าเครื่องบูชา ค่าเข้าพิธี และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ด้านผู้เสียหายอีกรายที่เข้าพบตำรวจในวันเดียวกัน ให้ข้อมูลในลักษณะแบบเดียวกันว่า ถูกชักชวนให้เข้าพิธีผ่านช่องทางออนไลน์ และตัดสินใจเข้าร่วมเพราะเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาชีวิต ก่อนพบว่าขั้นตอนบางอย่างเกินกว่าที่คาดคิดไว้ จึงร่วมเข้าแจ้งความพร้อมกลุ่มผู้เสียหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีร่วมกันอย่างเต็มที่



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/rP06bs-9En0

แท็กที่เกี่ยวข้อง  สัปเหร่อ ,หมอปลา ,ศพเด็ก

คุณอาจสนใจ

Related News