อาชญากรรม

"นายจ้าง" โต้ทารุณเยี่ยงทาส แฉกลับ! สาวใช้จิ๊กเงินม้วนใส่หลอดกาแฟ บีบคอหมาเจ้านายจนหลังหัก

โดย paweena_c

27 ก.พ. 2568

323 views

นายจ้างมอบหมายให้ทนายความ พร้อมลูกจ้างอีกคน ชี้แจงกรณีทารุณกรรมลูกจ้าง รับทำร้ายจริง เพราะผู้เสียหายตีสุนัขชิวาวาเจ็บหลังหัก รักษา 2 แสน ยันจ่ายเงินเดือนครบทุกเดือน แถมทรัพย์สินสูญหาย ถูกเม้มเงินเป็นประจำ


วานนี้ ที่สภ.บางกรวย จังหวัดนนทบุรี นายสุทธิพันธ์ บุญโปร่ง ทนายความของนายจ้าง ได้พา นางสาวแบม อายุ 22 ปี เพื่อนสาวที่เป็นลูกจ้างอีกคน มาแสดงตัวที่ สภ.บางกรวย


นางสาวแบม บอกว่า เธอทำงานกับนายจ้างคนนี้มาประมาณ 1 ปีแล้ว และไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย อาจมีโดนดุบ้างเวลาที่ทำงานผิดพลาด แต่เธอก็รู้ตัวว่าเป็นคนผิด


ส่วนที่ผู้เสียหายโดนทำโทษด้วยการตีหลายครั้งตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิดนั้น เธอไม่เห็นเหตุการณ์ แต่เคยมีบางครั้งที่นายจ้างทำโทษผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายทำให้สุนัขชิวาวาของนายจ้างป่วย และไม่ดูแลให้ดี เวลาป้อนยาป้อนอาหารก็มักจะบีบคอสุนัข จับกดหัว ทำให้อาการสุนัขไม่ดีขึ้น และหลังจากที่ผู้เสียหายออกจากบ้านไปเธอเป็นคนดูแลสุนัขต่อจนอาการก็ดีขึ้น


นอกจากนี้มีบางครั้งที่นายจ้างให้ผู้เสียหายถ่ายรูปกระเป๋าแบรนด์เนมเพื่อส่งให้ลูกค้าดู แต่ผู้เสียหายก็ไม่ยอมทำงาน เอาแต่เล่นโทรศัพท์ นายจ้างก็เคยเตือนหลายครั้งแล้ว


ส่วนเรื่องเงินเดือน เธอได้เงินจากนายจ้างตามปกติ แต่สำหรับกรณีของผู้เสียหายนั้น คาดว่าได้รับเงินเดือนเช่นเดียวกัน และเวลานายจ้างให้เงินไปซื้อของ ก็มักจะเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ ไม่ได้คืนเงินทอนนายจ้างทั้งหมด และยืนยันว่านายจ้างไม่ได้ยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ หรือห้ามติดต่อญาติพี่น้อง โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายก็ยังยืมโทรศัพท์มือถือของเธอ โทรหาญาติพี่น้องบ่อยๆ


ส่วนเรื่องที่นายจ้างอ้างว่าทองหายนั้น มีบางเส้นที่นายจ้างให้ผู้เสียหายนำไปขายจริง แต่ทองที่หายไปเป็นคนละเส้นกัน


นางสาวแบม บอกว่า สำหรับนิสัยใจคอของนายจ้าง เธอ ยืนยันเป็นคนจิตใจดี เวลาเธอมีปัญหาอะไร ก็ช่วยเหลือมาตลอด ล่าสุดปู่ของเธอถูกรถชนเสียชีวิต นายจ้างก็ช่วยติดตามคดีและดำเนินการเรื่องเรียกร้องเงินเยียวยาให้ เพียงแต่นายจ้างเป็นคนละเอียดเรื่องการทำงาน


นางสาวแบม ยังบอกอีกว่า ในบ้านมีสาวรับใช้ 2 คน คือเธอ และผู้เสียหาย ดังนั้น หลังจากนี้เธอก็กลับไปอยู่กับนายจ้างเหมือนเดิม เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายจ้าง และนายจ้างก็ดูแลดีมาโดยตลอด


นายสุทธิพันธ์ บุญโปร่ง ทนายความของนายจ้าง ยอมรับว่า เห็นคลิปที่นายจ้างตีผู้เสียหายหลายครั้งแล้ว ก็รู้สึกว่าเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งก็ได้พูดคุยกับนายจ้างแล้ว นายจ้างก็พร้อมยอมรับผิดและพร้อมเยียวยาให้กับผู้เสียหาย


ส่วนสาเหตุที่ตีนั้น เกิดจากที่ผู้เสียหายตีสุนัขของนายจ้าง จนเป็นเหตุให้กระดูกสันหลังสุนัขมีปัญหา ต้องผ่าตัด จ่ายค่ารักษากว่า 2 แสนบาท จนกระทั่งตอนนี้อาการของสุนัขก็ยังไม่กลับมาเป็นปกติ ส่วนกรณีสาดน้ำแกง ยืนยันว่าเป็นอาหารแห้งไม่ใช่น้ำแกง และที่โมโหคือลูกจ้างทำอาหารไหม้ เพราะเตรียมอาหารไว้ถวายพระ


ส่วนคดีลักทรัพย์นายจ้างนั้น จากการพูดคุยกับนายจ้าง ยังคงยืนยันว่ามีทรัพย์สินเป็นทองหายไป และภายในบ้านมีอยู่กันเพียงไม่กี่คน ไม่มีบุคคลภายนอกมาที่บ้าน เมื่อทรัพย์สินหายไปในช่วงเวลาที่ผู้เสียหายออกจากบ้านไป นายจ้างย่อมสงสัยได้ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจ


ส่วนที่ผู้เสียหายอ้างว่าไม่ได้เงินเดือนนั้น เชื่อว่าไม่เป็นความจริง /ส่วนประเด็นเงินก้อน 2 แสน 7 หมื่นบาทนั้น เป็นเงินก้อนที่นายจ้างเคยพูดคุยว่าอีก 3 ปี จะเลิกทำธุรกิจ และจะจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้ พร้อมรถมือ 2 อีก 1 คัน เพื่อให้ไปตั้งต้นชีวิตใหม่ แต่ผู้เสียหายต้องทำงานต่อไปอีก 3 ปี


ทั้งนี้จากการพูดคุยกับนายจ้าง รู้สึกได้ว่านายจ้างรักผู้เสียหายมาก เมื่อผิดก็อบรมสั่งสอน และยังส่งเสียให้เรียนหนังสือ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา นายจ้างก็เพิ่งพาลูกจ้างทั้ง 2 คน ไปเที่ยว


ต่อมาทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ในเวลา 15.06 น. ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันสุดท้ายที่นางสาวบี (ผู้เสียหาย) อยู่ที่บ้านของนายจ้าง และนางสาวบี อ้างว่าเธอเอง ได้หนีออกจากบ้านหลังนี้ โดยในภาพกล้องวงจรปิด พบว่านางสาวบีเดินอยู่ในบ้าน ก่อนเปิดตู้และหยิบสิ่งของบางอย่างออกมา ซึ่งนายจ้างอ้างว่าเป็นทองของเธอที่ถูกลูกจ้างขโมยเอาไปด้วย จากนั้นนางสาวบีออกจากบ้านไป


นอกจากนี้ทางฝั่งนายจ้างยังส่งภาพที่ อ้างว่าลูกจ้างมีการบีบคอน้องหมาชิวาวาของเธอ และยังแอบเม้มเงินทอน เวลาที่เธอให้ไปซื้อของ และม้วนๆซ่อนไว้ในหลอดกาแฟด้วย ซึ่งเธอจับได้จากเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง


ด้าน พันตำรวจเอกกิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บางกรวย เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน มีกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และเห็นผู้เสียหายกำลังหยิบของในบ้าน จากนั้นผู้เสียหายก็หนีออกจากบ้านไป ตำรวจจึงขอศาลออกหมายจับลูกจ้างในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็เร่งรัดดำเนินการให้ตามปกติ หลังจากที่นายจ้างเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับลูกจ้าง ยืนยันว่าไม่มี 2 มาตรฐานการทำงานของตำรวจเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด


สำหรับการให้ประกันตัวผู้เสียหายในชั้นพนักงานสอบสวน 40,000 บาทนั้น ผู้เสียหายและนายจ้างเป็นคนคุยกันเอง ซึ่งผู้เสียหายยินยอม ไม่มีข้อขัดแย้ง พนักงานสอบสวนก็ให้ประกันตัว แต่ยอมรับว่า เป็นเรื่องแปลกที่นายจ้างเป็นคนประกันตัวให้คนที่ตัวเองแจ้งความ แต่ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/G2QIDKA0kH0

คุณอาจสนใจ