อาชญากรรม

สาวตกนรกทั้งเป็น ถูกสาวสองบังคับขายตัวใช้หนี้แทนเพื่อน ท้าแจ้งความเย้ยไม่กลัวตำรวจ

โดย chutikan_o

26 มิ.ย. 2567

89 views

สาวร้อง เหมือนตกนรกทั้งเป็น ถูกสาวสองอ้างรับจ้างทวงหนี้ จับตัวไปขัง บังคับขายบริการล้างหนี้ หนีมาได้กลับถูกตามรังควาน พาพวกรุมทำร้ายร่างกาย แถมส่งคลิปขู่ ท้าให้แจ้งความเย้ยไม่กลัวตำรวจ อ้างรู้จักคนยศใหญ่

ผู้เสียหายโพสต์คลิปร้องขอความช่วยเหลือ เป็นเหตุการณ์ที่เธอถูกสาวสองร่างใหญ่ พร้อมพวกรุมทำร้าย ทั้งตบ ตี กระชากผม กระทืบซ้ำ และพยายามจะฉุดกระชากขึ้นรถเก๋ง แต่เธอไม่ยอม ก่อนที่กลุ่มสาวสองจะหลบหนีไป เหตุเกิดเที่ยงคืนวันที่ 22 เข้าสู่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง ในซอยพัทยาใต้ หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ผู้สื่อข่าวไปคุยกับผู้เสียหาย น.ส.เอ (นามสมมติ) เล่าว่า เรื่องเริ่มจากตนได้เซ็นค้ำประกันให้เพื่อนที่ไปกู้เงินนอกระบบเป็นเงิน 30,000 บาท เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แล้วเพื่อนก็หนีไปต่างประเทศ เจ้าหนี้จึงตามมาทวงหนี้กับตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันไว้

กระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม มี นายเก๋ หรือฉายา เมซิ อายุ 21 ปี เป็นสาวสอง มาอ้างว่า รับจ้างจากเจ้าหนี้ หรือ เจ้าของเงินกู้นอกระบบ ให้มาจับตัวไปขังไว้ที่ ร้านสักแห่งหนึ่งในซอยรุ้งแลนด์ พัทยาใต้ แล้วยึดโทรศัพท์มือถือ บัตรประชาชนไป พร้อมขู่บังคับว่า "ถ้าอยากได้โทรศัพท์มือถือ และบัตรประชาชนคืน จะต้องทำงานใช้หนี้ ซึ่งงานที่ว่าคือ ขายบริการทางเพศ"

ตอนนั้นกลัวมาก และก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาคืนเจ้าหนี้ จึงยอมทำตาม โดย นายเก๋ จะเป็นคนหาลูกค้าให้ใช้เวลาไม่ถึง 4 วัน ตนเองก็ใช้หนี้ได้ทั้งหมด 30,000 บาท แต่นายเก๋ ไม่ยอมจบ โดยขอเงินค่าติดตามทวงหนี้ เพิ่มอีก 5,000 บาท ตนอยากได้อิสรภาพ อยากได้โทรศัพท์มือถือและบัตรประชาชนคืน จึงยอมให้เงินเพิ่มไปอีก 5,000 บาท

แต่นายเก๋ไม่ยอมจบอีก โดยบอกว่า ได้รับการติดต่อจากเจ้าหนี้ ที่ น.ส.เอ กับแฟนเก่าไปสร้างหนี้ไว้ เป็นเงิน 90,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว ตอนแรกที่ได้ยินก็ตกใจมาก ว่าเขารู้เรื่องได้อย่างไร แต่คิดว่าน่าจะดูในโทรศัพท์มือถือตอนที่ถูกยึดไป ซึ่งนายเก๋ ได้บังคับใช้หนี้ด้วยวิธีเดิม

รอบนี้ต้องทำงานนานเกือบ 1 เดือน ต้องยอมลำบาก ยอมเจ็บตัว ต้องขึ้นกับลูกค้า วันละ 10 รอบ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ติดต่อผ่านแอปพลิเคชั่น ได้เงินครั้งละ 2,000 ถึง 3,000 บาท แต่ตนไม่เคยได้ใช้แม่แต่บาทเดียว เพราะนายเก๋เก็บไปหมด จะได้ใช้เฉพาะเงินทิปจากลูกค้า พอใช้หนี้ครบจึงตัดสินใจหนีออกมา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน แล้วมาอาศัยอยู่ที่ห้องพักที่เกิดเหตุ

ตนอยู่สงบได้แค่ 2 วัน นายเก๋ก็สืบทราบว่าตนอยู่ที่นี่ แล้วยกพวกตามมาก่อกวน โดยมีกล้องวงจรปิดจับได้ ตอนที่นายเก๋ และพวก แอบย่องทางด้านหลังตึกมาเคาะประตู พยายามกดดันให้ตนออกมาคุย โดยอ้างกับ รปภ.ของหอพักว่า ตนเองมีหมายจับ 5 ใบ จน รปภ.ไม่กล้ายุ่งเกี่ยว แต่ได้โทรตามตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา มาตรวจสอบ

พอตำรวจมาถึง ตนจึงยอมออกจากห้อง ออกมานั่งคุยกับนายเก๋ เจรจากันอยู่นาน สุดท้ายนายเก๋ยอมคืนโทรศัพท์มือถือให้ แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ส่วนตำรวจสายตรวจก็แนะนำให้ตนเองไปแจ้งความ แต่หลังจากที่ตำรวจออกจากหอพักไปไม่ถึง 10 นาที กลุ่มนายเก๋ ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง แล้วมาทำร้ายร่างกายตามคลิป ตนเองจึงนำหลักฐานกล้องวงจรปิด เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา

จากนั้นได้โทรศัพท์ไปถามเจ้าหนี้ตัวจริง โดยรายที่ตนเป็นคนเซ็นค้ำประกัน 30,000 บาท บอกว่า ได้เงินคืนครบ แต่รายที่มียอดเงิน 90,000 บาท บอกว่า ไม่เคยได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว ทำให้เสียใจมาก จึงตัดสินใจนำคลิปมาขอความช่วยเหลือ อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับนายเก๋ และพวก ให้ถึงที่สุด พร้อมขอทวงเงิน 90,000 บาท ที่ยอมทำงานมาตลอด 1 เดือน ไปคืนเจ้าหนี้ตัวจริง

ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า ตอนนี้เธอต้องอยู่หวาดระแวง เพราะหลังจากที่หนีออกมา กลุ่มคู่กรณีก็พยายามส่งข้อความมาข่มขู่ อ้างว่า รู้จักตำรวจยศใหญ่ ไม่กลัวที่เธอจะไปแจ้งความ พร้อมบอกว่า ถ้าตำรวจเรียกกู กูจะตามไปตบมึงซ้ำ

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. โมงที่ผ่านมา พันตำรวจโท ฐานานนท์ อธิพันสีห์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.เอ เพื่อรวบรวมรายละเอียดสำคัญเพิ่มเติม เบื้องต้น รู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 5 คนแล้ว โดยมี นายเก๋ เป็นตัวการหลัก หลังจากรวมรวบพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จะขอคำสั่งศาลออกหมายจับต่อไป


https://youtu.be/hQLdoSC-4lo

คุณอาจสนใจ