อาชญากรรม

‘ทนายรณรงค์’ ร้องดีเอสไอ รับคดีไฟไหม้ ‘เมาท์เทนบี’ เป็นคดีพิเศษ ไม่เชื่อ ‘เสี่ยบี’ เป็นเจ้าของตัวจริง

โดย chutikan_o

9 ส.ค. 2565

38 views

ทนายรณรงค์ ร้องขอให้ดีเอสไอรับคดีไฟไหม้เมาท์เทนบีเป็นคดีพิเศษ เพราะไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจพื้นที่ หวั่นจะเป็นการตัดตอน ถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง


ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีไฟไหม้สถานบันเทิงเมาท์เทนบี เป็นคดีพิเศษ โดยมีพันตำรวจโทวรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับหนังสือ


ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องการให้ดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษมีอยู่ 3 ข้อคือ เชื่อว่าการเปิดสถานบริการดังกล่าว ต้องมีการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ อาจจะเป็นทั้งทางมหาดไทย ตำรวจในพื้นที่ หรือทางจังหวัดเอง ซึ่งหากให้ตำรวจในพื้นที่เป็นผู้ทำคดี ก็จะไม่ตรวจสอบไปถึงผู้รับผลประโยชน์


ประเด็นต่อมา ไม่เชื่อว่าเสี่ยบีจะเป็นเจ้าของตัวจริง เพราะอายุเพียงแค่ 27 ปี ซึ่งเสี่ยบีอาจเป็นคนบริหารผับ แต่เงินทำทุนน่าจะไม่ใช่เงินของตัวเอง โดยปกติแล้วธุรกิจผับบาร์ มักจะมีหุ้นลม ซึ่งส่วนมากคือคนมีสี


จึงต้องการให้ดีเอสไอ สืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนว่าเงินจากธุรกิจนี้ปันผลไปให้ใคร เพราะหากสรุปจบที่ว่าเสี่ยบีเป็นเจ้าของ และไม่มีการสืบสวนหาผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องต่อก็จะเป็นการตัดตอน


ทนายรณณรงค์ กล่าวอีกว่า เมื่อไปดูในข้อกฎหมาย จะพบว่า หลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ซานติก้าผับ จนมาถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ผ่านมา 13 ปี แต่ไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมายอะไรเลย แม้กระทั่งการที่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่รู้เรื่อง ก็ค่อนข้างชัดเจนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ และถ้าสุดท้ายจะยังทำแบบเดิมเหยื่อก็จะไม่ได้รับการเยียวยาและเจ้าของผับตัวจริง หรือหุ้นลม ก็จะลอยนวล


พันตำรวจโทวรณัน กล่าวว่า หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาค 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน จากนั้นก็จะนำมาพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์จะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ซึ่งในคำร้องที่ทนายรณณรงค์ยื่นมาได้ระบุว่า อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ด้วย ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่เข้าข่ายการเป็นคดีพิเศษ แต่ต้องตรวจสอบก่อน

คุณอาจสนใจ

Related News