อาชญากรรม

เปิดใจเหยื่อสามีตำรวจคลั่งยา ผู้กำกับไกล่เกลี่ยอ้างเรื่องในครอบครัว

10 พ.ย. 2565

78 views

ภรรยาเหยื่อสามีตำรวจขี้ยา เปิดใจถูกทำร้าย ถุงดำคลุมหัว บีบคอ ใส่คอมแบตกระทืบ แจ้งความแต่โดนบอกว่าเรื่องในครอบครัว แถมผู้บังคับบัญชาพยายามไกล่เกลี่ย  อัยการซัด “ทะเบียนสมรส” ไม่ใช่ใบอนุญาตตบตี

รายการโหนกระแส ทางสถานี่โทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งดำเนินรายการโดย “กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้จัดรายการในตอน “งามไส้ครั้งที่เท่าไหร่ ตำรวจเมายาซ้อมเมีย ถุงคลุมหัว ทำร้ายลูก”

โดยเป็นกรณีผู้เสียหาย ที่ถูกสามีตำรวจทารุณกรรม ถูกถุงดำคลุมหัวเมื่อไปร้องกับผู้บังคับบัญชากลับมีการดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการดำเนินคดี

โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย “คุณเอ” ผู้เสียหาย, กัน จอมพลัง ผู้ให้การช่วยเหลือ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส และ แรมรุ้ง วรวัธ รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

โดย “คุณเอ” ผู้เสียหายเล่าว่า  โดนสามีตำรวจ ทำร้ายเป็นประจำ ซึ่งตนกับสามีคบกันมา 8 ปี มีลูกด้วยกันหนึ่งคนอายุแปดขวบ

“แรกๆ เขาก็ดี พอหลังๆเขาเปลี่ยนไปติดเพื่อนมากขึ้น เป็นทั้งเพื่อนข้างนอกและเพื่อนในที่ทำงาน พฤติกรรมเริ่มจากเงินที่ไม่ค่อยเพียงพอกับครอบครัว เงินเริ่มหายไป พอถามก็จะอ้างว่าเอามาใช้จ่ายในครอบครัวและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อจับได้ว่าเขาเอาไปเสพยา โดยเสพตอนเป็นตำรวจ”

คุณเอเล่าต่อว่า แรกๆ ก็ไม่ทราบแต่มามาทราบภายหลังเนื่องจากเขาเอายาเสพติดเข้ามาในบ้านและเคยเอาหลักฐาน เป็นน้ำกระท่อมผสมยาบ้าให้ผู้บังคับบัญชา

ขณะที่ กัน จอมพลัง บอกว่า ตอนแรกน้องจะกระโดดน้ำตายและอินบอกซ์มาขอความช่วยเหลือ ให้มาเอาของที่วางไว้ ตนเลยส่งทีมงานไปรับและมาคุยกัน จึงทราบว่าจะว่าถูกสามีทำร้าย และเมื่อขอความช่วยเหลือผู้บังคังบัญชาคนเดิมพฤติกรรมก็เหมือนเดิม ส่วนที่ใหม่ไปแจ้งความก็บอกว่าไม่ได้ เป็นเรื่องของครอบครัวไปเคลียร์กันก่อน ผู้เสียหายโดนเอาถุงดำคลุมหัว บีบคอระหว่างในถุง เอาท่อพีวีซีตี เอาแอลกอฮอล์วางข้างๆ ถ้าจุดไฟจะทำยังไง

“คุณเอ” เล่าต่อว่า พอติดยาพฤติกรรมก็เปลี่ยนไป เขาไม่ค่อยเข้าเวร เขาเคยไปบำบัด เขาหลอน ตนกับลูกหลับ กลางคืนเขาเดินขึ้นห้องเดินมาอยู่ในชุดถุงดำเหมือนกัน (เอาถุงขยะตัดเป็นเสื้อ) เขาก็เอาถุงดำมาใส่ตัวเธอ และบอกว่าอย่าส่งเสียงดัง  และเอามือปิดปาก เธอจึงยกมือขอร้องว่าไว้ชีวิตบอกว่าอย่าทำ เขาก็ไม่ฟัง เขาก็บีบคอ เธอก็บอกว่า อย่าทำเดี๋ยวลูกเห็นสภาพแบบนี้  พอเขาใจเย็นจึงคลานออกจากถุงดำไปนอนกอดลูก เพราะห่วงลูก พอเขาเห็นเขาก็เอาถุงดำมาห่ออีก และมากอดคล้ายอยากจะมีอะไรด้วย  พอเธอออกจากถุงดำก็หนีมาขอความช่วยเหลือจากสารวัตรข้างบ้าน สามีก็หนีและตามล่าเอาปืนหนึ่งกระบอกไปด้วยและบุกขึ้นสำนักงานตำรวจ แต่ตำรวจก็ระงับเหตุโดยให้ร้อยเวรเข้าล็อกตัวและยึดปืนและส่งบำบัด  

“เขาก่อเหตุแบบนี้บ่อย หนักสุดคือกระทืบด้วยรองเท้าคอมแบต เหตุมาจากขอดูในเป้ว่ามีอะไรเพราะสงสัยว่าจะมียาเสพติด” คุณเอเล่า

คุณเอ ยังบอกต่อด้วยว่า ก่อนหน้านี้สามีเคยถูกนำไปบำบัดเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่วันนี้ก็ยังเสพอยู่

ด้าน รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่าในครอบครัวเมื่อไหร่ที่มีการกระทำความรุนแรง และผู้ถูกกระทำแจ้งความ กลไกการคุ้มครองถือว่าเกิดแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ถูกส่งต่อมายังเจ้าหน้าที่ การคุ้มครองที่ถูกต้องมันจึงไม่เกิด

ต่อมาภายในรายการได้เปิดเสียงสนทนาของ ผู้กำกับ สภ.ฮอด ที่ไกล่เกลี่ยเรื่องนี้และบอกว่าไม่ให้นำเรื่องนี้ออกสื่อ โดย “คุณเอ” เล่าว่าเรื่องนี้ก็มีโอกาสคุยกับ ผกก. ฮอดว่าเธอถูกกระทำ แต่ผู้กำกับบอกว่าเดี๋ยวเคลียร์กันก่อน มันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ใจเย็นๆ

รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯบอกด้วยว่า จากเสียงที่ได้ยิน เขาพูดถูกว่าเป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัว และเมื่อไหร่ที่มีการแจ้งไม่ต้องเซ็น ไม่ต้องเขียน พนักงานเจ้าหน้าที่ ก็มีอำนาจต้องนำเรื่องนี้แจ้งทีมสหวิชาชีพ  ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าเคหสถานโดยไว และนำออกมาในที่ปลอดภัยโดยเร็วและพาไป รพ. เพื่อไปดูว่าบาดแผลคืออะไรบ้าง

ด้านอัยการปรเมศวร์ กล่าวว่า กรณีนี้ชัดแล้วว่าเป็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว และต้องส่งสำเนาให้ศูนย์คุ้มครองทั้งหมด เป็นหน้าที่ตำรวจ แต่ตำรวจยุคหลังเราเป็นอะไรไม่รู้ต้องแจ้งความ ความจริงคือเรื่องที่เป็นความผิดที่ไม่ใช่ความผิดส่วนตัวไม่ต้องแจ้งความ ถ้าเห็นคนตายต้องแจ้งความไหม คุณต้องปฏิบัติหน้าที่ การที่ไม่แจ้งศูนย์คุ้มครองเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ใช่หน้าที่ตำรวจในการเคลียร์  

“กรณีอย่างนี้ต้องบำบัดให้หายไม่ใช่ไปเคลียร์ให้” นายปรเมศวร์กล่าว

กัน จอมพลัง กล่าวว่า “ฝากว่าท่าน ผู้กำกับรู้ไหมเขาอยากได้อะไร เขาอยากได้รับความเป็นธรรม เขาถูกสามีตีเขาไปแจ้งความแล่้วไม่ได้รับแจ้งความ มีคลิปด้วยบอกว่าอย่าไปออกสื่อให้ทำเอกสาร หากออกก็ไปดำเนินการเรื่องละเมิด ถามว่าผมมาช่วย ท่านจะมาบอกว่าละเมิด วันที่เขาเดือดร้อนท่านช่วยอะไรเขาวันนี้ผมมาช่วยท่านชี้ให้เขามาเล่นผมเรื่องละเมิดเหรอครับ”

ต่อมาในรายการได้ต่อสายโทรศัพท์สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ระบุว่า ตอนนี้ได้สั่งตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงไปก่อน วันพรุ่งนี้จะได้รับการประสานพาผู้เสียหายมาพบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง  

ส่วนเรื่องที่ทางผู้กำกับที่ต่อรองเจรจาเรื่องอการอย่าไปแจ้งความหรือออกสื่อ เรื่องนี้เราก็สอบสวน การโทรศัพท์เขาพยายามที่จะไกล่เกลี่ย แต่คำพูดอาจจะไม่เหมาะสม โดยผู้กำกับท่านนี้เพิ่งเข้ามารักษาราชการแทนผู้กำกับคนเก่าไม่ถึงเดือน เพิ่งทราบเรื่องเหมือนกันเลยยายามไกล่เกลี่ยตรวจสอบข้อเท็จจริง มีการว่ากล่าวไปแล้วและจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ “รับรองว่าผมจะดูแลให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝั่งอย่างเต็มที่” พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าว

ในตอนท้าย กัน จอมพลัง กล่าวว่า “ฝากถึง ตำรวจ เรื่องคำว่าเรื่องในครอบครัวแล้วไม่รับแจ้งความฟังมาเยอะมาก  ผมบอกให้นะครับ ถ้าเมื่อใดคนเราต่อยกันตีกันเอาไม้ฟาดกันเอาถุงดำคลุมหัว ผมว่าไม่ใช่แล้วครับ คำว่าครอบครัวไม่มีครอบครัวไหนหรอกครับดูแลกันด้วยการเอาถุงดำคลุมหัว เอามือบีบคอเอาไม้ตีกัน แล้วท่านถือกฎหมาย ถ้าไปหาแล้วท่านไม่ช่วยแล้วจะไปหาใคร”

ขณะที่นายปรเมศวร์กล่าวเสริมว่า “ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่ใบอนุญาตตบตีนะ”




คุณอาจสนใจ

Related News