อาชญากรรม

เห็นพ่อเลี้ยงถือมีดจะแทงแม่ ลูกชายเข้าไปยื้อแย่ง แทงพ่อเลี้ยงเสียชีวิต

โดย chutikan_o

20 มิ.ย. 2567

151 views

ลูกกลับมาบ้าน เห็นพ่อเลี้ยงถือมีดจะแทงแม่-ทำร้ายร่างกาย เข้าไปยื้อแย่งอาวุธมีด แทงพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ยอมรับแค้นเห็นแม่ถูกผู้ตายทำร้ายหลายครั้ง


จากกรณีเมื่อเวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง บ้านเอื้ออาทรหลังคาแดง แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น บริเวณถนนหน้าบ้านดังกล่าว พบผู้เสียชีวิต นายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกแทงคอใต้คาง และแขนซ้ายรวม 3 แผล นอนหงายจมกองเลือด ในตัวพบยาไอซ์ประมาณ 1 กรัม ภายในบริเวณห้องโถงมีร่องรอยการต่อสู้ มีคราบเลือดและอาวุธมีดประมาณ 7 นิ้วเปื้อนเลือดตกอยู่ โดยมีนายภานุพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ทำงานผู้ช่วยทำหมันหมาแมวฟรี ของมูลนิธิซอยดอก ย่านถนนติวานนท์ ลูกเลี้ยงของผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมายัง สน.ลำผักชี


ด้านพันตำรวจเอกนิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.ลำผักชี กล่าวว่า จากการพูดคุยสอบถามเบื้องต้นทำให้ทราบว่า ที่ผ่านมา แม่จะพักอาศัยอยู่กับผู้เสียชีวิตที่บ้านอีกหลังหนึ่งในเขตหนองจอก แต่ที่ผ่านมามักจะมีปากเสียงทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันอยู่เป็นระยะๆ จนทำให้ นางสาวมาริยา อายุ 42 ปี มารดานายภาณุพงษ์ หนีมาอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านที่นายภาณุพงษ์ กลับไปอยู่เป็นบางครั้ง


เมื่อคืนในก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้นำรถจักรยานยนต์เข้าไปซ่อมในตัวบ้านบริเวณห้องนั่งเล่นนางสาวมาริยา และเริ่มทำร้ายร่างกาย ชักอาวุธมีดขึ้นมาข่มขู่คล้ายกับจะนำมาก่อเหตุแทงนางสาวมาริยา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ต้องหาเข้ามาเห็น จึงเกิดการยื้อแย่งอาวุธมีดเกิดขึ้น ก่อนที่ผู้ต้องหาจะแย่งอาวุธมีดไปได้และลงมือแทงผู้เสียชีวิตจำนวนหลายครั้งโดยใช้อาวุธมีดของตัวผู้เสียชีวิตเอง


ภายหลังก่อเหตุผู้ต้องหาก็ยืนรอพบกับตำรวจ และแสดงตัวว่าเป็นผู้ก่อเหตุในทันที ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุก็ให้การกับพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนว่า มีความเก็บกดคับแค้นใจที่เห็นแม่ ถูกผู้ตายทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง และในครั้งนี้เห็นว่าผู้ตายหยิบอาวุธมีดมาคล้ายจะแทงแม่ จึงเข้าไปแย่งและล้มกลิ้งไปมา


จากการสอบปากคำตัวผู้ต้องหาเองก็ให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือกับทางตำรวจเป็นอย่างดี เท่าที่ดูไม่มีท่าทีเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และตลอดคืนที่รับตัวมาคุมขังไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลลำผักชี ตัวผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้อยู่ในภาวะเครียดมากนัก รวมถึงจากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่ามีพฤติกรรมในการใช้ความรุนแรง เป็นเด็กเรียนมีหน้าที่การงานดี โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นกับนายภาณุพงษ์ และดำเนินการคุมตัวไว้ 48 ชั่วโมงก่อนฝากขังในวันพรุ่งนี้


ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายเอ (นามสมมติ) ตาของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า เบื้องต้นตาก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักหลังนี้จึงไม่ค่อยทราบข้อมูลนัก แต่ก็รู้ว่าลูกสาวมักถูกผู้ตายทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ในส่วนของหลานชายเป็นคนตั้งไจเรียนมีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีนิสัยเกเรทำร้ายร่างกายใคร และปกติก็ไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ นานๆ จะกลับมาครั้ง เชื่อว่าน่าจะมาจากความกดดันที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ต่อหน้า


ขณะที่บรรยากาศที่ สน.ลำผักชีในช่วงสาย พบว่ามีกลุ่มของครอบครัวนางสาวมาริยา เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางตำรวจแต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ก่อนจะกลับออกไปในเวลาต่อมาไม่นานนัก แล้วยังไม่มีใครเข้าเยี่ยมตัวนายภาณุพงศ์แต่อย่างใด


คุณอาจสนใจ