อาชญากรรม

ด.ช. 10 ขวบ ไม่มีทางออก หลังแม่ติดคุก เขียนจดหมายน้อยร้อง ”รมว.ยุติธรรม” ช่วยดูโทษถูกต้องหรือไม่

โดย attayuth_b

1 มิ.ย. 2565

916 views

วันนี้ (1 มิ.ย.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้รับจดหมายร้องเรียนจาก ด.ช.เอ นามสมมุติ อายุ 10 ปี เกี่ยวกับมารดาที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จากคดีเรื่องเงินว่า อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยในจดหมายระบุมาว่า แม่ของ ด.ช.เอ  ถูกจำคุก เพราะเรื่องเงิน ซึ่งด.ช.เอ มองว่า ไม่ยุติธรรม เนื่องจากแม่ของเขา ได้จ่ายเงินคืนไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังถูกฟ้อง จนต้องติดคุก ซึ่งแม่ของ ด.ช.เอ เป็นคนดูแลลูกทั้งสองคนเอง ส่วนพ่อนั้น ไม่ถูกกัน ทำให้ขณะนี้ พี่สาวของ ด.ช.เอ ต้องออกมาเรียน กศน.เพื่อช่วยประหยัดเงิน รวมถึงต้องอยู่กันเพียงลำพัง ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล จะมีเพียงเพื่อนของแม่ ที่มาช่วยดูแลบ้าง จึงอยากให้รัฐมนตรีช่วยตรวจสอบว่า การจำคุกแม่ของเขา มีอัตราโทษที่ถูกต้องหรือไม่

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนได้อ่านจดหมาย ที่เป็นลายมือของเด็กชายเอ ก็ทำให้รู้สึกได้ว่า เขาไม่มีที่พึ่งพิง จึงลองเขียนจดหมายมา แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะกระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ตามภารกิจของกองทุนยุติธรรม ที่ช่วยทั้งปรึกษาคดี มีทนายความให้ รวมถึงช่วยประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีความ ดังนั้นเมื่อตนทราบเรื่อง จึงได้ให้คณะทำงาน โทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ซึ่งทราบว่า ว่าที่พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รองนายกเทศมนตรีหัวหิน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ยุติธรรมจังหวัด และกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือแล้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบถามหน่วยงานที่ลงพื้นที่ ได้รายงานมาว่า จุดประสงค์ของด.ช.เอ จะอยู่ร่วมกับแม่ แต่คดีความ ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งแม่ของด.ช.เอ ได้รับโทษ 3 เดือน 15 วัน จะพ้นโทษ วันที่ 31 ส.ค.65 ดังนั้น จากนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำ จะอำนวยความสะดวกให้กับด.ช.เอ ได้คุยกับแม่ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยเยียวยา ส่วนการเยี่ยมแบบพบหน้า ก็สามารถทำได้ แต่เป็นความประสงค์ของแม่ ที่ไม่ต้องการให้ลูกมาเห็นภาพในเรือนจำ จึงตกลงเยี่ยมกันแบบออนไลน์

“จากการลงพื้นที่ พบว่า คุณภาพชีวิตของน้องไม่มีปัญหา โดยมีพ่อเป็นชาวต่างประเทศ ส่งเงินให้ใช้คนละ 2,500 บาท ต่อสัปดาห์ และมีเพื่อนแม่ มาช่วยดูแล ส่วนการศึกษา ด.ช.เอ ยังคงเรียนตามปกติ แต่พี่สาว ถูกเพื่อนบูลลี่ที่โรงเรียน จึงสมัครใจเรียน กศน. ซึ่งหน่วยงานที่ลงพื้นที่ พยายามช่วยให้ย้ายโรงเรียน แต่น้องไม่สมัครใจเรียนในระบบ จึงตกลงให้เรียนกศน.ไปก่อน 1 ปี เมื่อแม่ของน้องออกมา ค่อยพูดคุยกันใหม่ แต่ก็ทราบว่า ทางครอบครัวได้วางแผนว่า เมื่อน้องจบ ม.6 ก็จะย้ายไปเรียนต่างประเทศ โดยจากนี้ จะมีทุกหน่วยงานช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงไม่น่าเป็นห่วงแล้ว” รมว.ยุติธรรม กล่าว





คุณอาจสนใจ

Related News