อาชญากรรม

'นุ่น' ภรรยาหลวง 'เสี่ยก้อง' ยื่นฟ้อง 'แหม่ม' เรื่องชู้สาว เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

โดย sujira_s

14 ก.พ. 2565

135 views

ทนายตั้มพานุ่น ภรรยาหลวงของเสี่ยก้อง เข้ายื่นฟ้องแหม่ม สาวคนสนิทเรื่องชู้สาว พร้อมเรียกค่าเสียหายสามล้านบาท ศาลเตรียมเรียกสืบพยานเดือนเมษายนนี้



ความคืบหน้า กรณี นายอภิชาติ พูลเผือก หรือ เสี่ยก้อง อายุ 39 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจร้านเกาลัดชื่อดังในจังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตหลังจากตกจากรถยนต์กระบะป้ายแดง ซึ่งมีแหม่ม หญิงสาวคนสนิทเป็นคนขับรถ โดยญาติและภรรยาของเสี่ยก้อง ต่างติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต หลังเห็นคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถ ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเสี่ยกล้องตกจากรถยนต์กระบะ และเผยให้เห็นพฤติกรรมของแหม่มรวมถึงน้องชายและเพื่อนที่ขับรถตามหลังมาแต่ไม่รีบเข้าไปช่วยเหลือเสี่ยก้อง ปล่อยทิ้งให้เสี่ยก้องนอนได้รับบาดเจ็บอยู่นานกว่า 20 นาที ก่อนตามมูลนิธิขุนรัตนาวุธมารับตัวนำส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเสี่ยก้องก็เสียชีวิตในที่สุด



ซึ่งหลังจากภรรยาและญาติๆ ของเสี่ยกล้อง ได้ออกมาเปิดเผยคลิปจากกล้องหน้ารถให้กับสื่อมวลชน และออกมา ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ทางแหม่ม หญิงสาวคนสนิทของเสี่ยก้อง และเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะป้ายแดงคันเกิดเหตุ ก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ และตัวของน้องแหม่มรวมถึงน้องชายและเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้ทอดทิ้งเสียกล้องและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ได้มีการทอดทิ้งหรือจงใจปล่อยให้เสี่ยก้องเสียชีวิตอย่างที่ครอบครัวและภรรยาของเสี่ยก้องกล่าวหา นอกจากนี้ แหม่มยังเปิดเผยว่าตนเองเป็นภรรยาคนที่ 2 ของเสี่ยก้องและมีลูกด้วยกัน 1 คน จึงไม่มีสาเหตุที่จะต้องพยายามฆ่าเสี่ยกล้องซึ่งเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกนั้น



ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 นาฬิกา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้พานางสาวพภัสสรณ์ ปิ่นจุ หรือนุ่น อายุ 37 ปี ภรรยาหลวงของเสี่ยกล้อง เดินทางมาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฟ้องน้องแหม่ม ในเรื่องชู้สาว พร้อมเรียกค่าเสียหายจากแหม่มเป็นเงินจำนวน 3 ล้านบาท โดยทนายตั้ม กล่าวว่า การเดินทางมายื่นฟ้องแหม่มในวันนี้



สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของแหม่ม ที่ได้มีการเดินสายไปออกรายการและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายสำนัก ยอมรับว่าตัวเองเป็นภรรยาคนที่ 2 ของเสี่ยก้อง และยังมีลูกกับเสี่ยก้องอีก 1 คน ซึ่งถือเป็นการยอมรับอย่างเปิดเผยและทำให้สังคมในวงกว้าง ได้รับรู้เรื่องราวดังกล่าว ทำให้นุ่น ซึ่งเป็นภรรยาหลวงที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของเสี่ยก้อง ได้รับความอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ดังนั้น น้องนุ่นจึงได้ดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากแหม่มเป็นเงิน 3 ล้านบาทดังกล่าว โดยคดีนี้ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรีจะได้นัดสืบพยานในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้



ในส่วนของคดีอาญา ทางนุ่นได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ 1 ดำเนินคดีกับแหม่มในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต 2 ดำเนินคดีกับน้องแหม่มในความผิดฐานทำร้ายร่างกายของนุ่นที่บริเวณหน้าคลินิกฝากครรภ์ในอำเภอท่าม่วง ซึ่งมีคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าคลินิกเป็นหลักฐาน และ 3 แจ้งความขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ กรณีเงินในบัญชีของเสี่ยก้องหายไป หลังจากที่เสียบกล้องเข้ารักษาตัวและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นเงินหลักแสนบาท


โดยขณะนี้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่าม่วงกำลังอยู่ในระหว่างการติดตามสอบสวน เรื่องของเงินในบัญชีที่หายไป ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลว่าใครเป็นผู้ถอนเงินออกไปจากบัญชีของเสี่ยก้องและโอนเงินไปให้ใคร ทางนุ่นก็จะได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีฟ้องร้องกับทั้งคนที่ถอนเงินและคนที่รับโอนเงินไปตามกฎหมายต่อไป



ด้านนุ่น ภรรยาหลวงของเสี่ยก้อง กล่าวว่า ในช่วงแรกที่เกิดเรื่องขึ้น ตนเองไม่มีความรู้ในเรื่องข้อกฎหมายมากนัก เมื่อได้ทนายตั้มเข้ามาช่วยดูแลเรื่องคดีความให้ ก็ได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณทนายตั้มที่มาช่วยว่าความและดูแลเรื่องคดีความในครั้งนี้ให้ ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจเข้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับแหม่ม ก็เป็นเพราะ การที่แหม่มไปเดินสายออกรายการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงเรื่องที่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเสี่ยก้องซึ่งเป็นสามี ที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายของตน สร้างความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับตนเป็นอย่างมาก



นอกจากตน ต้องเสียใจกับการที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว ยังต้องมาแบกรับและคอยตอบคำถามกับคนรู้จักที่ทราบเรื่องดังกล่าว ผ่านการให้สัมภาษณ์ของน้องแหม่ม ทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จนถึงตอนนี้ ตนเองก็ยังไม่สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ เพราะยังไม่สามารถที่จะตอบคำถามของคนรู้จักในที่ทำงานได้ ถึงได้ตัดสินใจเข้าฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจำนวน 3 ล้านบาทดังกล่าว

คุณอาจสนใจ