สังคม
ชาวสวนยางยื่นหนังสือถึงนายกฯ แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จี้เอาผิดนายทุนกดราคา
21 เม.ย. 2568
289 views
ตัวแทนชาวสวนยาง จ.บึงกาฬ ยื่นหนังสือถึง “นายกรัฐมนตรี” แก้ปัญหาชาวสวนถูกกดราคารับซื้อยางพารา ราคาลดลง 10 บาทต่อ 1 กิโลกรัม จี้เอาผิดนายทุน
วันที่ 21 เม.ย. เวลา 10.00น. ที่ห้องประชุม สำนักงานเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายอดิศักดิ์ พินทา ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางตำบลหอคำ และประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ พร้อมตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดบึงกาฬ กลุ่มสหกรณ์กองทุนสวนยางทั้ง 52 กลุ่ม เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายจมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการกดราคารับซื้อยางพารา และเรื่องร้องให้แก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยมีนายสมหวัง อารีเอื้อ รอง.ผวจ.การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการเกษตร ร่วมปรึกษาหารือและรับหนังสือจากตัวแทนเกษตรกร ที่บริเวณหน้ามุข ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ
นายอดิศักดิ์ พินทา ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางตำบลหอคำ และประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางพาราซื้อขายในตลาดภายในประเทศในห้วง เดือนเมษายน พ.ศ. 2568 มีราคาลดลงและตกต่ำประมาณ 10 บาทต่อ 1 กิโลกรัม อย่างมีนัยสำคัญและมีทีท่า ว่าลดลงอย่างต่อเนื่อง อันส่งผลต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ในด้านต้นทุนการผลิตและประสบภาวะขาดทุน และก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อชีวิตและครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยางอย่างมาก ทั้งที่ สินค้ายางพาราเป็น สินค้าทางเกษตรที่สำคัญและมีการควบคุม
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกลุ่มนายทุน บริษัทรับซื้อยางพารา รายใหญ่ ได้ใช้วิธีการรับซื้อที่ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกร จงใจกดราคารับซื้อให้ต่ำกว่าราคาที่เป็นจริงเกินสมควร ทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคายางพาราในตลาด เป็นการเอาเปรียบทางการค้า อย่างไม่เป็นธรรม ขาดไร้คุณธรรม ส่งผลต่อราคาตลาดในภาพรวม เป็นการฉกฉวยโอกาสและถือโอกาสกดราคา อย่างไม่เป็นธรรม โดยอาศัยสถานการณ์ที่ผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการทางภาษี 37% ซึ่ง มาตรการดังกล่าว ก็มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วันแล้ว และยางพาราที่ทำการซื้อขายก็ไม่ใช่สินค้า ที่อยู่ในห้วงการส่งออกไปยังต่างประเทศแต่ประการใด จึงอาจเข้าข่ายการกักตุนสินค้ายางพาราเพื่อเก็งกำไร หรือเป็นการกดราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อประโยชน์ทางการค้าที่เอาเปรียบและย่ำยีชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง ประมาณ 1.6 ล้านครอบครัว รวมสมาชิก 5 ล้านคน ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ขอเรื่องร้องให้พิจารณามีมาตรการช่วยเหลือชาวเกษตรกรชาวสวนยางพารา และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1. ให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ออกประกาศกำหนดราคาซื้อ ตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ ในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรมต่อชาวเกษตรกรชาวสวนยางพารา (โดยให้มีการหารือ ประสานข้อมูลกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนมีการออกประกาศ)
2. ให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ออกประกาศกำหนดตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ ให้ผู้รับซื้อยางพาราแจ้งปริมาณ ณ สถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต แผนการนำเข้า แผนการส่งออก แผนการซื้อ แผนการจำหน่าย แผนการเปลี่ยนแปลงราคา หรือ รายการอื่นใดที่เกี่ยวข้องในการรับซื้อ การจำหน่ายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือการอื่นใดตามอำนาจหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้ายางพาราให้มีเสถียรภาพทางราคา ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร (โดยให้มีการหารือ ประสานข้อมูลกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนมีการออกประกาศ)
3. เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพฤติการณ์ หรือการกระทำที่ถือว่าเป็นการทำให้ราคา สินค้ายางพาราต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้ายางพารา ให้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่ถือว่าเป็น การทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควรหรือ ทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคา
4. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีกับนายทุน บริษัทรับซื้อยาพารา ที่ได้จงใจกดราคารับซื้อให้ต่ำกว่าราคาเกิน สมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคายางพารา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 มาตรา 41, มาตรา 42
5. เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการขนย้ายยางพาราในพื้นที่ชายแดน ที่มีความเสี่ยงต่อ การนำยางพาราที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ ให้มีมาตรการในการควบคุม การขนย้ายยางพาราในพื้นที่ชายแดนที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ป้องกันการลักลอบนำเข้า หรือการนำ ยางพารานำเข้าสวมเป็นยาพาราในราชอาณาจักรไทย เป็นต้น
6. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัทที่รับซื้อยางพาราที่มีการกดราคากับเกษตรกรอย่างไม่เป็นธรรม มีการจัดทำ บัญชีรับซื้อ/ขายไม่ตรงกับความเป็นจริง ราคาซื้อ ราคาจำหน่ายไม่ตรงกับต้นทุน (ข้อมูลบริษัท ดังกล่าวมีอยู่ที่ การยางแห่งประเทศไทย ) อันมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยให้ อธิบดีเข้าไปหรือ ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรเข้าไปในสถานที่ประกอบกิจการนั้นๆ หรือ ยานพาหนะใดเพื่อ ทำการตรวจค้น ยึด หรืออายัดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่า เกี่ยวกับภาษีอากร ที่จะต้องเสีย เพื่อดำเนินการตามประมวลรัษฎากร ให้มีการชำระภาษีแก่รัฐโดยถูกต้อง ครบถ้วน โดยให้ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เจ้าพนักงานตำรวจ และเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมาย ทุกบทความผิดต่อไปด้วย
7.ให้ปรับปรุงบทกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป
8. ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมยางฯ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ. ว่าด้วยควบคุมสินค้าและบริการ เข้าตรวจบัญชีการรับซื้อยาง บัญชีคุมคุมสินค้า ตามประกาศคณะกรรมการ กลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ, พ.ร.บ.ควบคุมยางฯ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย
9.ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการสินเชื่อเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง (คก. 10,000 ล้าน – 5,000 ล้าน) ที่ผ่านคณะกรรมการยางธรรมชาติ (กนย.) เพื่อขยายเวลาการชำระหนี้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จักได้รับความช่วยเหลือจากท่าน และ ขอให้แจ้งตอบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากกลุ่ม เกษตรกรชาวสวนยางไม่ได้รับคำตอบ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม พวกเราจะยกระดับการขับเคลื่อนเพื่อ ต่อสู้เรื่องนี้ต่อไป ..
แท็กที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี ,ยางพาราตกต่ำ ,ชาวสวนยางพารา