ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลอบตั้งเครื่อง sim box ในไทย สาวไต้หวันหัวหน้าแก๊งจ่อหนีไปกัมพูชา แต่ไม่รอดถูกจับ

สังคม

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลอบตั้งเครื่อง sim box ในไทย สาวไต้หวันหัวหน้าแก๊งจ่อหนีไปกัมพูชา แต่ไม่รอดถูกจับ

1 ก.พ. 2568

481 views

วันนี้ (1 ก.พ.68) ที่ ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์. รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร์ เหล่ากำเนิดเพชร. ผกก.สืบสวน จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี,พ.ต.ท.อรรคพล วงษ์ฤทธิวัลย์ รองผกก.สืบสวน จ.อุดรธานี ผู้แทนจากตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวผลการบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยสามารถจับกุม Miss.HSI อายุ 41 ปี สัญชาติไต้หวัน ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.11/2568 ลง 10 มกราคม 2568 ดำเนินคดีตามกฎหมาย และ Mr.CHING อายุ 27 ปี สัญชาติไต้หวัน ตามหมายจับศาลอุดรธานี ที่ จ. 12/2568 ลง 10 มกราคม 2568 (หลบหนี) ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, และใช้คลื่นความถี่ใน การประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึด อุปกรณ์ GSM Gateway หรือ SIM BOX จำนวน 6 เครื่อง



พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์. รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ กองกำกับการ สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดอุดรธานี เปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลังพบว่ามีกลุ่ม อาชญากรลักลอบเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี



โดยกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ลักลอบนำอุปกรณ์ SIM BOX ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างหมายเลขโทรศัพท์ เข้ามาติดตั้งในหอพักใจกลางเมืองอุดรธานี ตำรวจจึงร่วมกันวางแผนบุกตรวจค้นและยึด SIM BOX 2 เครื่อง ต่อมาได้ขยายผลสืบสวนและยึด SIM BOX เพิ่มได้อีก 4 เครื่อง รวมเป็น 6 เครื่อง



จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนจับกุมตัวการสำคัญของเครือข่ายในประเทศไทย ซึ่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาหญิง HSI สัญชาติไต้หวัน ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ส่วน CHING ผู้ต้องหาชาย สัญชาติไต้หวัน ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศลาวตั้งแต่ วันที่ 9 มกราคม 2568 แล้ว



ทั้งนี้ตร.ภาค 4 และตร.อุดรธานี จะไม่หยุดเพียงเท่านี้พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่การจับกุมตัวการใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาตินี้ให้สิ้นซาก ซึ่งในระหว่างการตรวจค้นหอพักที่พบเครื่อง SIM BOX เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจพบว่า ผู้ดูแลหอพักดังกล่าวได้ปล่อยให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาพักอาศัย โดยไม่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 38 ของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เจ้าหน้าที่จึงได้ ดำเนินคดีกับเจ้าของหอพักในข้อหาดังกล่าวเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป



อย่างไรก็ตามหากประชาชนพบพฤติกรรมต้องสงสัยหรืออุปกรณ์ที่ อาจเกี่ยวข้องกับคอลเซ็นเตอร์ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4



พ.ต.ท.อรรคพล วงษ์ฤทธิวัลย์ รอง ผกก.สืบสวน จ.อุดรธานี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เปิดเผยว่า ซิมบ๊อกซ์ อุปกรณ์ที่เรายึดในครั้งนี้จะเป็นตัวต้นทางที่จะส่งสัญญาณโทรไปยังของผู้เสียหายหรือเหยื่อ ข้อมูลทางเทคนิคซิมบ๊อกซ์ 1 เครื่อง สามารถโทรได้ 25,000 เบอร์ต่อเครื่องต่อวัน จากการตรวจยึดทั้ง 6 เครื่อง สมมุติหากเครื่องนี้ถูกติดตั้ง และทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ อาจจะมีผู้ถูกหลอกและอาจจะเกิดความเสียหายวันละ 105,000 เบอร์ โดยการตรวจยึดและจับกุมครั้งนี้ตำรวจเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ที่ต้นทาง
สำหรับระบบการทำงานของเครื่องนี้คนใช้งานและตัวซิมการ์ดจะอยู่ที่ต่างประเทศ มีเพียงซิมบ๊อกซ์ที่เราตรวจยึดติดตั้งในประเทศไทย ตอนนี้เราได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาวไต้หวันจับกุมได้แล้ว 1 คน อีก 1 คนอยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุมและทราบข้อมูลว่าตอนนี้หลบหนีไปต่างประเทศ ผู้ต้องหาที่จับตัวได้จากการตรวจเช็กพบว่ากำลังจะเดินทางไปที่ปอยเปต ส่วนสาเหตุที่เลือกอุดรธานีเป็นฐานคาดว่าอาจเป็นเพราะเป็นเมืองที่มีความสะดวกในการเดินทางทั้งเป็นที่อยู่พำนักและเตรียมหลบหนีก็ออกได้หลายช่องทาง เช่น ลาว นั่งเครื่องบินไปได้หลายที่

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ