“เคนโด้-อี้” พาผู้เสียหายร้อง ปคบ. ตรวจสอบบริษัทซิม-ตู้เติมเงิน ชักชวนลงทุน มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้าน

สังคม

“เคนโด้-อี้” พาผู้เสียหายร้อง ปคบ. ตรวจสอบบริษัทซิม-ตู้เติมเงิน ชักชวนลงทุน มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้าน

6 ธ.ค. 2567

1.1K views

เมื่อ 12.00 น. วันที่ 6 ธ.ค.67 ที่สนามหญ้าหน้าศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ และเคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พาตัวแทนผู้เสียหาย 8 คน เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ บก.ปคบ. หลังถูกบริษัทแห่งหนึ่งชักชวนหลอกลงทุนซิมและตู้เติมเงิน อ้างสิทธิ์ กสทช. พร้อมเปิดข้อมูลมีคนดังเอี่ยวทำการตลาด พบมีผู้เสียหาย 5,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท


โดย อี้ แทนคุณ กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวมีปัญหาตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเบิกถอนได้ ลักษณะคือการจำหน่ายซิมและเครื่องเติมเงินที่รับการรับรองจาก กสทช. ด้วยใบอนุญาตประเภทที่ 1 โดยใช้ใบอนุญาตนี้ในการกล่าวอ้างเชิญชวนลงทุนตามที่ต่าง ๆ เสมือนเป็นใบอนุญาตในการลงทุนและขาย ซึ่งการขายซิมตู้เติมเงินไม่ผิด แต่ประเด็นคือ เป็นการทำในลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือไม่ เพราะพบการเชิญชวนให้มีการลงทุนในอัตราส่วนเริ่มต้นที่ไม่มากในจำนวนเงิน 5,000 บาท และได้คืนมา 3 เท่า คือ 15,000 บาท โดยมีกำหนดคืนเงินในระยะเวลา 500 วัน ซึ่งจะได้เงินคืนตามสัดส่วนที่ได้มีการลงทุนไป ทั้งนี้ กสทช. ได้อนุญาตให้บริษัทดังกล่าวขายซิมตู้เติมเงินได้ แต่เคยมีหนังสือเตือนไปที่บริษัทว่า ห้ามนำเรื่องของการอนุญาตในครั้งนี้ไปทำเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ก็ไม่มีความหมาย บริษัทดังกล่าวไม่เชื่อและมีการชักชวนเชิญชวน จนกระทั่งผู้เสียหายไม่ได้รับคืนเงินมา 2 เดือนแล้ว โดยมีการอ้างว่าปรับปรุงระบบ



ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวยังได้ข่มขู่ผู้เสียหายผ่าน Open Chat ว่าจะแจ้งความกลับและจะไปร้อง สคบ. ว่า กลุ่มผู้เสียหายทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่า 1) ความเกี่ยวโยงของ กสทช. ที่มีต่อบริษัทนี้ว่า มีส่วนร่วมและรู้เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร 2) บริษัทดังกล่าวที่มีปัญหาในลักษณะนี้จะเข้าข่ายผิดกฎหมายในข้อหาใดบ้าง ซึ่งจะต้องให้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายก่อนว่าจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ 3) พบว่าศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่



นายแทนคุณ กล่าวอีกว่า การแอบอ้างหรือการใช้ กสทช. ในการกระทำความผิดแบบนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าทาง กสทช. ควรจะร่วมเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในฐานะหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลเรื่องนี้และเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้เสียหาย รวมทั้งจะต้องตรวจสอบว่า จะมีเทวดาใน กสทช. อีกหรือไม่ เพราะหน่วยงานที่กำกับดูแลและออกใบอนุญาตต่าง ๆ จะถูกตั้งข้อสังเกตเหมือนกัน เมื่อดูแผนธุรกิจแล้วพอจะเข้าใจว่าเป็นการชักชวนร่วมลงทุน



นอกจากนี้ นายแทนคุณ ระบุว่า ยังปรากฏภาพผู้บริหารหญิงของบริษัทดังกล่าวถ่ายภาพร่วมกับดารา และนักการเมือง ซึ่งผู้บริหารหญิงคนนี้ถือเป็นมาดามท่านหนึ่งของบริษัทดังกล่าว วันนี้จะนำพยานหลักฐานที่พบความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของดาราดัง ซึ่งจะเกี่ยวข้องอย่างไร ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนดู แต่เท่าที่ทราบ ถือว่ามีบทบาทสำคัญพอสมควร ไม่ใช่แค่พรีเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังปรากฏคลิปในการเชิญชวนต่าง ๆ ด้วย และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้เสียหายสมัครใจร่วมลงทุนด้วย จึงได้นำหลักฐานพร้อมผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามการกระทำของนักแสดงคนดังกล่าว



ด้านนายเกรียงไกรมาศได้ตั้งคำถามไปถึง กสทช. ว่าใน กสทช. มีเทวดาด้วยหรือไม่ เพราะมีการออกใบอนุญาตให้กับบริษัทนี้ ก่อนบริษัทจะนำไประดมทุนกับประชาชนจนได้รับความเสียหาย และทางรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ออกมาเปิดเผยหลังการตรวจสอบเส้นเงินของนักการเมือง พบว่ามีเส้นเงินโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับบริษัท และบริษัทดังกล่าวนำรถประจำตำแหน่งไปให้กับนักการเมืองใช้ นอกจากนี้ยังปรากฏภาพศิลปิน ดารา คนดัง นักการเมืองอยู่ด้วยจำนวนมาก ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะมีความเกี่ยวข้องอย่างไร ทั้งนี้มีผู้ใหญ่ใน กสทช. 3 คน เซ็นรับรองว่า บริษัทดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ถูกต้องและใช้แผนของการขายตรงมาระยะยาวมาก ๆ



ทางฝั่งของตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีแม่ทีมของบริษัทได้มาชักชวน โดยสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้เข้าไปร่วมประชุม ซึ่งก่อนการประชุมจะมีดารานักแสดงมาโชว์ก่อน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ จากนั้นจะให้โค้ชเข้ามาบรรยาย โดยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 บริษัทดังกล่าวได้มีการเปิดตัวที่ กสทช. โดยมีผู้ใหญ่ใน กสทช. มาร่วมแสดงความยินดีด้วย ทั้งนี้ก่อนเข้าร่วมลงทุน ตนเองได้ตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ พบว่ามีซิมใช้งานได้จริง มีใบอนุญาตรับรอง แต่เมื่อเข้ามาได้เพียงหนึ่งเดือนกว่า ก็ไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนได้



ขณะที่ นายบรรพต ผู้เสียหายอีกราย ซึ่งเป็นนายกสมาคมแพทย์แผนไทยส่งเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า ตัวเองถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนจนสูญเงินไป 40,000 บาท ทั้งนี้เตือนไปถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในต่างจังหวัดให้ระมัดระวังการลงทุน เพราะหากเห็นเพียงใบรับรองจาก กสทช. อาจหลงเชื่อได้ ทำให้ต้องเสียทรัพย์สินมากมายเหมือนตัวเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ