ลูกจ้างกว่า 100 ชีวิตเคว้ง ผับดังประกาศปิดกะทันหัน หลังเจ้าของร้าน-หุ้นส่วนทะเลาะกัน

สังคม

ลูกจ้างกว่า 100 ชีวิตเคว้ง ผับดังประกาศปิดกะทันหัน หลังเจ้าของร้าน-หุ้นส่วนทะเลาะกัน

29 ส.ค. 2567

5.9K views

วันนี้ (29 ส.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจ.อุดรธานี นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิ พาพนักงานและลูกจ้างของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ในจ.อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานบันเทิงระดับแนวหน้าของจ.อุดรธานี และเพิ่งเปิดมาได้เพียง 3 เดือน เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากการปิดกิจการอย่างกะทันหันของเจ้าของ


โดยได้ยื่นหนังสือถึงนายวันชัย คงเกษม ผวจ.อุดรธานี หลังจากเจ้าของและหุ้นส่วนได้สั่งให้ปิดอย่างกะทันหัน ทำให้พนักงานรวมกว่า 100 ชีวิตช็อกและเคว้งคว้างไร้งานไร้เงิน ทุกคนต่างมีภาระกันแทบทุกคน และไม่มีคำชี้แจงใด ๆ จากทางหุ้นส่วนร้าน


ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทราบว่า หุ้นส่วนผิดใจกันเอง โดยทนายโนบิได้พาพนักงานลูกจ้างฯ เดินทางเข้าพบกับ น.ส.รัชดาภรณ์ เมืองเก่า นิติกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี นางสาวสุพัฒน์ตรา แก้วอุดม นิติกรปฏิบัติการ ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี นางหฤทัยชนก ผลบุญ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี เพื่อขอคำแนะนำและแนวทางการในการช่วยเหลือ


ทนายโนบิ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับร้องเรียนจากพนักงานของผับชื่อดังในจ.อุดรธานี ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 3 เดือนปิดตัวลงอย่างกะทันหัน โดยมีภาพวงจรปิดที่หุ้นส่วนเรียกพนักงานมาพูดคุยแล้วบอกว่า ไม่เปิดต่อไปแล้ว โดยสาเหตุมาจากหุ้นส่วนผิดใจกัน แต่มาลงที่พนักงานทำให้กว่า 100 ชีวิตได้รับผลกระทบแบบที่ไม่ได้ทันตั้งตัว


การปิดร้านแบบนี้ทำให้พนักงานได้รับผลกระทบบางคนมีภาระต้องผ่อนรถ เช่าบ้าน และใช้เงินดูแลครอบครัว ทุกๆ คน รู้ว่าปิดตัวลงก็พากันถึงกับช็อก วันนี้จึงได้พาพนักงานมาร้องศูนย์ดำรงธรรม ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจ.อุดรธานี หาแนวทางในการช่วยเหลือ เพราะพนักงานเหล่านี้เขาไม่ผิด ส่วนหุ้นส่วนจะผิดใจกันอย่างไร ไม่ควรมาลงกับพนักงานที่เขามีภาระต้องดูแล ขณะที่ทางศูนย์ดำรงธรรมจะได้เชิญหุ้นส่วนผับดังกล่าวมาสอบถามเรื่องเกิดขึ้น หากปิดจริงๆ ก็จะหาแนวทางในการช่วยเหลือพนักงานเหล่านี้ต่อไป


นายชาญณรงค์ รอง ผจก.ผับฯ บอกว่า ผับดังกล่าวเพิ่งเปิดได้ 3 เดือนเมื่อวันที่ 29 พ.ค.67 แต่จู่ ๆ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.67 หุ้นส่วนของร้านซึ่งมีอยู่ 2 หุ้นส่วนคืออดีตรองนายกฯ เทศบาลที่อุดรและภรรยาและเสี่ยจากจ.สกลนคร 1 คน โดยเฮียที่จ.สกลนครที่มีปัญหากับหุ้นส่วนคนอุดรก็บอกให้พนักงานทุกคนบอกว่า ปิดร้านไม่ต้องมาทำงานอีก เราทุกคนก็ช็อกต้องตกงานกะทันหัน เดือดร้อนกันทุกคน


อย่างผมก็เดือดร้อนลูกน้อยเพิ่งเกิดหาเงินเลี้ยงนมลูก และต้องมีภาระผ่อนรถ ดูแลครอบครัว สรุปคือทุกคนกว่า 100 ชีวิตตกงานกันหมดแบบไม่ทันตั้งตัว อยากจะฝากถึงเจ้าของร้านและหุ้นส่วน จะให้พวกผมไปหางานใหม่ทำรอ เปิดเมื่อไหร่ค่อยมา พวกผมไปหางานใหม่ไม่ทันแน่ ผมอยากจะฝากถึงหุ้นส่วนร้าน มีปัญหาอะไรกันเคลียร์กันให้จบๆ อยากให้เห็นใจพนักงานบ้าง


พีอาร์ผับสาว อายุ 32 ปี เปิดเผยกับนักข่าวว่า ตนทำงานในตำแหน่ง PR ไม่มีเงินเดือนแล้วตอนนี้ หลังเจ้าของร้านสั่งปิดกะทันหัน ทำให้เราตกงานแบบไม่ตั้งตัว พร้อมลูกจ้างอีกเกือบ100 คนก็ตกงานไปด้วย ซึ่งพนักงานหลังรู้ข่าวก็มีการสอบถามไปทางเจ้าของว่า หากสั่งปิดแล้วเราจะมีได้เงินชดเชยไหมแต่ทางร้าน กลับบอกมาว่าไม่มีเงินชดเชยให้ขอให้ไปทำงานอื่นแทน พนักงานจึงรวมตัวกันมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมภายในวันนี้


ส่วนสาเหตุที่ทำร้านปิดไปเท่าที่รู้มาก็คือมีการทะเลาะกันระหว่างหุ้นส่วน แต่ลึก ๆ แล้วตนก็ไม่รู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร หนูก็มีภาระผ่อนรถ และลูกน้อย และอีกย่างเพิ่งไปทำศัลยกรรมหน้าอกมาเกือบ 1 แสนบาท ทำนมที่ทำก็ยังผ่อนอยู่และยังไม่หมดงวด ตอนนี้ตกงานก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาผ่อนนมต่อ ขอให้หุ้นส่วนเห็นใจพนักงานด้วย มันเร็วเกินไปที่ให้พวกเราหยุดทำงาน


ขณะเดียวกันได้ต่อสายไปพูดคุยกับเฮียจอห์น หุ้นส่วนชาวจ.สกลนคร โดยเฮียจอห์น เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า กรณีปิดผับที่จ.อุดรธานี ที่ผมเป็นหุ้นส่วนอยู่นั้น การสั่งปิดเพราะหุ้นส่วนมาด่าพ่อแม่ผม แบบนี้มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ผมโดนด่าทุกวัน


สาเหตุทั้งหมดมันเป็นมาจากหุ้นส่วน เขาบอกว่าจะเอาเงินมาซื้อหุ้นส่วนจากผม เขาก็ไม่มาซื้อสักที ผมก็อยากขายอยู่แล้ว หุ้นส่วนมี 3 หุ้นส่วน มีผัวเมียเขา และผม ผัวเมียเขาคนละ 30 เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น 60 ส่วนผม 40 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่เกิดขึ้น อยากถามว่า ทำไมหุ้นส่วนไม่มาคุยกับผมบ้าง ผมอยากจะเคลียร์เหมือนกันทำไมต้องให้พนักงานไปร้องศูนย์ดำรงธรรม


ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ผับจะกลับมาเปิดอีกครั้ง เฮียจอห์นบอกว่า เป็นไปได้ที่จะกลับมาเปิดอีกครั้ง เร็ว ๆ นี้แน่นอน ฝากพนักงานทุกคนไม่ต้องห่วง อีกไม่กี่วันก็จะกลับมาเปิดอีกครั้งแน่นอน ท่ามกลางความดีใจของพนักงานที่มาร้องศูนย์ดำรงธรรมห่วงจะตกงานไร้เงินดูแลครอบครัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ