สังคม
โจรทำทีขอดูสร้อยทองเส้นใหญ่ หนัก 5 บาท ก่อนขโมยหลบหนีไป พบทำแม็กกาซีนปืน-ไฟแช็กตกไว้
18 ส.ค. 2567
347 views
เมื่อเวลา 12.45 น. พ.ต.ท.นคร ตั้งรวมทรัพย์ สว. (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างย่านรัชดา ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพ จึงแจ้งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุตั้งอยู่บนชั้น 2 เป็นร้านจำหน่ายทองคำรูปพรรณและทองคำแท่ง ใกล้กับเชิงบันไดเลื่อน พบพนักงานอยู่ในร้านมีอาการตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่ามีคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมหมวกแก๊ปสีขาวใส่แมสปิดบังใบหน้า สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีดำ มีกระเป๋าสะพายข้าง ทำทีเข้ามาขอดูทองก่อนจะชิงทรัพย์ทองคำหนัก 5 บาท
จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีผ่านทางบันไดเลื่อนลงไปด้านล่าง โดยระหว่างวิ่งหลบหนีคนร้ายได้ทำไฟแช็กและแม็กกาซีนปืนหล่นไว้ตรงบันไดเลื่อนขึ้นลงที่บริเวณชั้น 1 ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเทาดำ ทะเบียน 6119 ที่จอดอยู่ด้านข้างห้างแล้วหลบหนีไป
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บรอยนิ้วมือแฝงที่บริเวณจุดเกิดเหตุ บันทึกภาพ แม็กกาซีนปืนและไฟแช็กที่คนร้ายทำตกไว้ พร้อมขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากทางห้าง เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
สอบสวนเบื้องต้น พนักงานร้านให้ข้อมูลว่า รอบแรกทางผู้ก่อเหตุใส่หมวกและแมสปิดบังใบหน้า ทำทีเดินเข้ามาจากนั้นดูสร้อยข้อมือทองคำ โดยชี้ไปที่ทองแล้วถามว่าเส้นนี้หนักเท่าไร่ พนักงานจึงตอบไปว่า หนัก 2 บาท แต่พนักงานไม่ได้หยิบให้ และบอกให้ผู้ก่อเหตุ "รอสักครู่นะคะ" เนื่องจากมีลูกค้าอีกคนอยู่ในร้าน
จากนั้นคนร้ายได้เดินออกจากร้านไป ผ่านไปราว 5-10 นาที คนร้ายได้กลับมารอบที่ 2 และขอดูสร้อยทองเส้นใหญ่ จะซื้อให้แฟน จากนั้นคนร้ายเดินไปที่ด้านหน้าตู้แล้วบอกพนักงานว่า จะเอาเส้นนี้ ก่อนฉวยโอกาสวิ่งหลบหนีไป
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คนร้ายสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นและสวมหมวกแก๊ป พร้อมกับสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายได้ทำทีมาเดินดูลาดเลาบริเวณหน้าร้านแล้วเดินกลับออกไป ลักษณะเหมือนว่าชั่งใจที่จะก่อเหตุหรือไม่
5 นาทีผ่านมา เวลาประมาณ 12.40 น. คนร้ายได้กลับมาที่ร้านอีกครั้ง โดยได้ขอพนักงานร้านว่าดูสร้อยคอทองคำ ซึ่งคนร้ายได้ยืนบริเวณด้านข้างของร้าน ทางพนักงานร้านทองเห็นว่าผิดสังเกตและเกรงว่าหากได้สร้อยคอทองคำคนร้ายจะวิ่งหลบหนี จึงได้เรียกให้คนร้ายเข้ามาดูภายในร้าน
จากนั้นคนร้ายก็ทำทีขอพนักงานร้านดูสร้อยคอทองคำจำนวน 2 เส้น โดยเส้นแรกเมื่อคนร้ายดูแล้วก็คืนกับพนักงาน แต่เส้นที่ 2 ปรากฏว่าในระหว่างที่คนร้ายกำลังดูสร้อยคออยู่นั้น พนักงานร้านเห็นว่า คนร้ายมีลักษณะพิรุธ คือ มือไม้สั่น รวมทั้งขณะนั้น คนร้ายได้สวมหมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า จึงกำลังจะบอกให้คนร้ายถอดหมวกและเปิดใบหน้า แต่ก็ไม่ทันการณ์ คนร้ายก็คว้าสร้อยข้อมือทองคำ มูลค่า 5 บาท วิ่งออกไปจากร้านทันที โดยคนร้ายได้สะดุดทางต่างระดับจนทิ้งรองเท้าแตะเอาไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะวิ่งลงบันไดเลื่อนหนีไป
ทันใดนั้น พนักงานร้านทองที่ทำหน้าที่เลี่ยมพระอยู่หน้าร้าน ได้วิ่งตามคนร้ายเพื่อช่วยสกัดจับ แต่พอถึงบันไดเลื่อนชั้น 1 ปรากฏว่าคนร้ายได้คว้าอาวุธปืนหันมายิงพนักงานร้านถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกกระสุนด้านและครั้งที่ 2 กระสุนลั่นลงพื้น ทำให้พนักงานร้านไม่วิ่งต่อเพื่อความปลอดภัย แล้วจากนั้นคนร้ายก็ได้วิ่งไปขึ้นจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที
หลังเกิดเหตุ ก็ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นเตรียมตั้งข้อหาเอาผิดคนร้ายจำนวน 4 ข้อหาได้แก่ ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะ, พยายามฆ่าผู้อื่น, ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอฝากเตือนภัยไปยังบรรดาร้านทองว่า หากพบลูกค้าปิดบังอำพรางใบหน้า ไม่ควรที่จะให้ลูกค้ารายดังกล่าวเข้ามาภายในร้าน ควรจะต้องแจ้งให้ลูกค้าถอดหมวกหรือเครื่องปิดบังอำพรางใบหน้าออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นคนร้ายที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุและเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ร้านทองถูกชิงทรัพย์ในหลายพื้นที่นั้น ทางตำรวจ สน ห้วยขวาง จะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยตามร้านทองต่าง ๆ ให้มากขึ้น
ต่อมา พ.ต.อ.ประสพโชค เปิดเผยเพิ่มเติมที่ สน.ห้วยขวาง ว่า ขณะนี้ทางฝ่ายสืบสวนสามารถพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายผู้ต้องสงสัยได้แล้ว เป็นชายอายุช่วงประมาณ 17 - 20 ปี พบมีที่พักอาศัยอยู่ในย่านห้วยขวางไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุและญาติพี่น้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัยต่อไป โดยได้เบาะแสว่าหลังก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางแยกห้วยขวางตลอดแนวถนนรัชดาภิเษก ออกไปทางถนนวิภาวดีรังสิต จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งไล่ล่าไปตามตัวเพื่อนำมาดำเนินคดี คาดว่าจะได้ตัวเร็ว ๆ นี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง