โผล่อีก! ซื้อวุฒิปริญญาตรีปลอม ม.ดัง สมัครดำรงตำแหน่ง รองนายก อบจ.

สังคม

โผล่อีก! ซื้อวุฒิปริญญาตรีปลอม ม.ดัง สมัครดำรงตำแหน่ง รองนายก อบจ.

8 ก.ค. 2567

243 views

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ ศูนย์ทนายคลายทุกข์ นายพิชิต คำแก้ว ประธานภาคีเครือข่ายประชาชนตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน (ภคง.) ได้เดินทางมาพบนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา เพื่อร้องเรียนถึงกรณีที่นางกัลยกร อดีตรองนายก อบจ.มุกดาหาร ใช้เอกสารวุฒิการศึกษาปริญญาตรีปลอมของมหาวิทยาลัยดังที่กำลังนี้ประเด็นเช่นนี้อยู่ มาใช้สมัครเป็นรองนายก อบจ.มุกดาหาร เงินเดือนกว่า 40,000 บาท ทั้งที่ทางมหาวิทยาลัย ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วไม่พบประวัติการสมัครเรียน และสำนักทะเบียนไม่พบข้อมูลการผลการเรียนของนางกัลยากร


ทั้งนี้ ได้มีการร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงนำเอกสารข้อเท็จจริงมาให้ทนายเดชา ตรวจสอบนั้น


นายพิชิต คำแก้ว ประธานภาคีเครือข่ายประชาชนตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน (ภคง.) เปิดเผยว่า อดีตรองนายก อบจ.มุกดาหาร มีการใช้วุฒิการศึกษาปลอมจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว เมื่อครั้งสมัครตำแหน่ง รองนายก อบจ.มุกดาหาร


โดยตนได้ข้อมูลจากประชาชนว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้จบปริญญาตรี ซึ่งตามกฎหมายแล้วในตำแหน่งงานดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติ วุฒิการศึกษาปริญญาตรี เนื่องจากจะได้รับเงินเดือน 40,000 บาท ปรากฏว่าตนได้รับข้อมูลว่าในช่วงกรอกใบสมัครแรก ๆ บุคคลดังกล่าวได้อ้างว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอีกแห่ง แต่พอรู้ว่าจะมีการตรวจสอบจึงไปเปลี่ยนข้อมูลภายในใบสมัครเป็นมหาวิทยาลัยนี้แทน


ตนจึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการตอบกลับตนมาว่า “ตามหนังสือที่อ้างอิง ภาคีเครือข่ายประชาชนตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน เรื่อง ให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ พ.ต.ท.จิตต์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารและนางกัลยกร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เรื่อง การใช้เอกสารปลอมในการแต่งตั้งนางกัลยกร เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร


มหาวิทยาลัย ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วไม่พบประวัติการสมัครเรียนและสำนักทะเบียนไม่พบข้อมูลผลการเรียนของนางกัลยกร จึงได้ไปดำเนินการแจ้งความเกี่ยวกับการใช้เอกสารแสดงผลการเรียน เอกสารวุฒิการศึกษาและหนังสือรับรองการจบของทางมหาวิทยาลัยเป็นการใช้เอกสารปลอมไปสมัครรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ตามบันทึกแจ้งความ เล่มที่ 0060 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เป็นที่เรียบร้อย”


นายพิชิต กล่าวอีกว่า ภายในเอกสารรายงานบันทึกประจำวันดังกล่าว ระบุใจความว่า นายชาตรี อายุ 62 ปี มา สภ. แจ้งว่าได้รับมอบอำนาจจากมหาวิทยาลัย โดยนางประภาพรรณ แจ้งความกรณีนางกัลยกร ใช้เอกสารแสดงผลการเรียนวุฒิการศึกษา หนังสือรับรองการจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยปลอมแล้วนำไปสมัครงาน อบจ.มุกดาหาร จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน


นายพิชิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนได้รับเอกสารจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ที่นำมาใช้แสดงยืนยันว่ารองนายก อบจ.มุกดาหาร รายดังกล่าวได้มีการจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจริง แต่ว่าตนไม่เชื่อจึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยตามที่ได้เรียนแจ้งข้างต้น


ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ยืนยันว่าไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอย ของบุคคลดังกล่าวและไม่ขอรับผิดชอบเอกสารทั้งหมด ซึ่งหากตรวจสอบดูในใบรับรองวุฒิการศึกษาของรองนายก อบจ. จะพบว่า จบการศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต เกรดเฉลี่ย 3.40 เข้าศึกษาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2555 จบการศึกษาเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2558 มีการเซ็นรับรองจาก ดร.ประเชิญ นายทะเบียนมหาวิทยาลัย และ ดร.ประภาพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัย


นายพิชิต กล่าวด้วยว่า จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.พ.66 ตนได้ร้องเรียนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร ซึ่ง ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้ทำการตรวจสอบเมื่อวันที่ 15 ก.พ.67 และได้แจ้งกลับว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อมูลหรือรายละเอียดไม่เพียงพอ และมีคำสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณา แต่ได้บอกด้วยว่าตนสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งตนได้ดำเนินการไปแล้ว


อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 ม.ค.67 ก่อนที่จะมีหนังสือตอบกลับจาก ป.ป.ช. ตนยังได้ร้องเรียนขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายกับ พ.ต.ท.ดร.จิตต์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร กรณีแต่งตั้งนางกัลยกร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นครั้งที่ 4 เนื่องจากตนได้ทำเอกสารยื่นไปหลายครั้ง ไม่ว่าจะทำหนังสือยื่นไปยัง ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ แม้เป็นการยื่นครั้งที่ 4 ก็ยังได้รับหนังสือตอบกลับว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อมูลหรือรายละเอียดไม่เพียงพอ และมีคำสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณา


นายพิชิต ระบุว่า สำหรับความเสียหายจากการแต่งตั้งรองนายก อบจ.มุกดาหาร รายนี้คิดเป็นมูลค่าแล้วมีจำนวน 200,000 บาท เนื่องจากอัตรารายเดือนของตำแหน่งรองนายก อบจ.มุกดาหาร จะได้รับเดือนละ 40,000 บาท ซึ่งตนทราบว่าได้มีการเรียกเงินเดือนคืนเเล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวได้มีการคืนเงินเดือนหรือไม่ และที่ตนเดินทางมายื่นเอกสารและข้อเท็จจริงกับทนายเดชาเพราะมั่นใจว่าจะได้รับการตรวจสอบและจะทำให้ประชาชนได้รู้ว่ามันมีการซื้อขายวุฒิการศึกษาอยู่จริง


“เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนยังได้คุยโทรศัพท์กับนายชาตรี ฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัย ว่าทำไมมหาวิทยาลัยฯ ไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนางกัลยกร อบจ.มุกดาหาร แต่กลับลงบันทึกประจำวันแทน เพราะในเรื่องนี้ตนมองว่ามันทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย แต่ทางฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัยก็แจ้งกลับว่าที่ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษเพราะต้องการเซฟตัวเอง ว่าไม่เกี่ยวข้อง ตั้งการ์ดสูงไว้ แต่จริง ๆ เรื่องนี้ควรที่จะต้องดำเนินคดี เพราะมันมีพยานหลักฐานครบทุกอย่าง” นายพิชิต ระบุ.


นอกจากนี้ นายพิชิต ระบุด้วยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ตนไม่ได้ร้องเรียนไปที่ อบจ.มุกดาหาร และสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร เท่านั้น แต่ยังได้ตรวจสอบไปหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย และสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ส่วนหนังสือที่ตนเคยยื่นสอบถามไปยังนายกรัฐมนตรี ทราบว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ผู้ว่าฯ จ.มุกดาหาร เป็นคนตอบคำถาม ซึ่งทางผู้ว่าฯ ก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะทาง ป.ป.ช. ได้ตีตกไป


ซึ่งตนมีประเด็นติดใจที่ ป.ป.ช. ตีตกทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน และทางมหาวิทยาลัยแค่ลงบันทึกประจำวัน ไม่มีการดำเนินคดี ทั้งที่มีหลักฐานครบ จึงเกิดความสงสัยว่ามีการช่วยเหลือกันเบื้องหลังหรือไม่


นายพิชิต ระบุอีกว่า ตนขอฝากไปยัง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า ท่านต้องเอาจริง เนื่องจากเมื่อคืนตนได้อ่านข่าวและทราบว่าท่านกำลังจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ อย่าเพียงแค่แถลงข่าวแล้วเพียงไฟไหม้ฟางก็หายไป แต่ควรต้องเอาจริง เพราะว่าในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงมหาวิทยาลัยพิษณุโลก เพียงแห่งเดียวที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ตนเชื่อว่ามีอีกหลายมหาวิทยาลัยแต่เพียงว่าเป็นข่าว โดยในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นกับ รมว.อว. เพื่อให้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ