รถกู้ภัยลื่นน้ำฝน หลุดโค้งชนข้างทาง เจ้าหน้าโร่โผกอดคนไข้ลมชักแน่น จนตัวเองเจ็บสาหัส

สังคม

รถกู้ภัยลื่นน้ำฝน หลุดโค้งชนข้างทาง เจ้าหน้าโร่โผกอดคนไข้ลมชักแน่น จนตัวเองเจ็บสาหัส

7 พ.ย. 2566

3.7K views

ภาพจากกล้องหน้ารถพยาบาลหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม บันทึกภาพขณะขับฝ่าสายฝนนำผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นโรคลมชักอายุ 16 ปี มีอาการชักเกร็ง มีอาการสับสน มุ่งหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าอย่างเร่งด่วน แต่มาถึงที่เกิดเหตุบนถนนเอกชัย ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม รถพยาบาลเกิดลื่นไถลชนกระแทกขอบทาง เป็นเหตุให้นายเกษม อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ได้รับบาดเจ็บสาหัสหมดสติ และยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 1 รายคือ น.ส.ปัญจนิตย์ อายุ 21 ปี


ส่วนผู้ป่วยโรคลมชักวัย 16 ปี และ น.ส.เนียม อายุ 55 ปี ยายผู้ป่วยลมชัก ไม่ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ารักษาอาการลมชักปลอดภัยแล้ว


ต่อมาเพจหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามได้ประกาศขอรับบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือนายเกษมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัด มีประชาชนร่วมบริจาคโลหิตช่วยนายเกษมกันคึกคัก ในจำนวนนี้มี พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม นำข้าราชการตำรวจกว่า 10 นาย มาบริจาคโลหิตในครั้งนี้


พ.ต.อ.ศยาม กล่าวว่า หลังจากทราบขอรับบริจาคโลหิต ตนจึงได้ประชาสัมพันธ์ข้าราชการตำรวจมาช่วยเหลือมีจิตอาสาเข้าร่วมบริจาคโลหิต 10 นาย ทั้งนี้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ตำรวจจะช่วยเหลือได้ อีกทั้งนายเกษมเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ช่วยเหลืองานสังคมมาโดยตลอด ดังนั้นอะไรที่ช่วยได้ก็ยินดีสนับสนุนเต็มที่


ต่อมา พ.ต.อ.ศยาม ได้เดินทางไปเยี่ยมนายเกษม ที่พักรักษาตัวใน รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ซึ่งรอเข้ารับการผ่าตัดต่อกระดูกขาขวาที่หัก ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566


นายเกษม กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยอายุ 16 ปี ชักเกร็ง เมื่อไปถึงผู้ป่วยหยุดชักแต่สับสนไม่รู้ตัว จึงรีบพาตัวขึ้นรถนำส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ช่วงนั้นฝนตกมาถึงทางโค้งจู่ ๆ รถก็ลื่นไถลเสียหลักฟาดเข้ากับข้างทาง ช่วงนั้นยังมีสติแต่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง จึงแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์กู้ภัย และบอกแม่ ก่อนจะหมดสติ รู้ตัวอีกทีก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว และทราบว่าผู้ป่วยปลอดภัย ทั้งยังมีญาติผู้ป่วยมาขอบคุณและบอกว่าขณะเกิดอุบัติเหตุตนกระโดดเข้าไปกอดผู้ป่วยจนแน่นเพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย ซึ่งตนจำไม่ได้ แต่ก็คงเป็นเพราะหน้าที่และสัญชาตญาณในการช่วยเหลือ


น.ส.เนียม อายุ 55 ปี ยายผู้ป่วยลมชัก กล่าวว่า วันนั้นตนนั่งมาข้าง ๆ หลานชาย มาถึงที่เกิดเหตุรถส่ายไปมา และเหวี่ยงกระแทกแรงมาก จังหวะนั้นตนนึกถึงหลวงพ่อบ้านแหลมช่วยด้วย ขณะที่นายเกษมกระโดดเข้ากอดหลานของตนแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้หลานของตนได้รับบาดเจ็บ แต่ตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเอง ต้องขอขอบคุณนายเกษมที่ปกป้องหลานของตน ถ้าหากนายเกษมไม่กระโดดเข้ากอด หลานของตนก็คงโดนเหวี่ยงไปกระแทกตัวรถจนเสียชีวิตแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ