อุตุฯเผย 'อุณหภูมิที่เรารู้สึกได้' บางนาพุ่ง 45.5 องศา - ดัชนียูวีพุ่งทะลุ 11 อันตรายแทบทั่วไทย ส่งผลต่อดวงตา

สังคม

อุตุฯเผย 'อุณหภูมิที่เรารู้สึกได้' บางนาพุ่ง 45.5 องศา - ดัชนียูวีพุ่งทะลุ 11 อันตรายแทบทั่วไทย ส่งผลต่อดวงตา

5 เม.ย. 2566

600 views

วานนี้ (4 เม.ย. 66) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์ค่าดัชนีความร้อนสูงสุดรายวัน ตามภาคของประเทศไทย วันที่ 5-6 เมษายน 2566 


ทั้งนี้ ดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือ 'อุณหภูมิ' ที่คนเรารู้สึกได้ในขณะนั้นว่า อากาศร้อนเป็นอย่างไร หรืออุณหภูมิที่ปรากฎในขณะนั้นเป็นเช่นไร


โดยค่าดัชนีความร้อน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อระบุความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อน หากพื้นที่ที่มีอากาศร้อนเกิดร่วมกับความชื้นสูงแล้ว จะทำให้คนเรารู้สึกเหมือนอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของอากาศ ณ ขณะนั้น ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพ


โดยจังหวัดที่มีค่าดัชนีความร้อนสูงสุด มีดังนี้ 


วันที่ 5 เมษายน 2566

  • แม่สอด จ.ตาก 41 องศา
  • ศรีษะเกษ 38.4 องศา
  • บางนา 45.5 องศา
  • ชลบุรี 45.8 องศา
  • พังงา 43.3 องศา


วันที่ 6 เมษายน 2566

  • เพชรบูรณ์ 40.6 องศา
  • ศรีษะเกษ 41.5 องศา
  • บางนา 50.2 องศา
  • แหลมฉบัง จ.ชลบุรี 49.4 องศา
  • ภูเก็ต 47.9 องศา

-------------

วานนี้ (4 เม.ย. 66) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการคาดหมายดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต (UV Index) ช่วงวันที่ 3 - 9 เมษายน 2566 ดัชนียูวีสูงสุดกรณีท้องฟ้าโปร่ง เวลา 12.00 น. โดยหลายจังหวัด ค่าดัชนียูวีสูงพุ่งทะลุ 11


ภาคเหนือ 

  • เชียงราย 11 สูงจัด
  • เชียงใหม่ 11 สูงจัด
  • น่าน 11 สูงจัด
  • ลำปาง 11 สูงจัด  


ภาคอีสาน

  • หนองคาย 11 สูงจัด
  • สกลนคร 11 สูงจัด
  • ขอนแก่น 11 สูงจัด
  • อุบลราชธานี 11 สูงจัด
  • บุรีรัมย์ 11 สูงจัด
  • นครราชสีมา 11 สูงจัด


ภาคกลาง

  • กำแพงเพชร 11 สูงจัด
  • เพชรบูรณ์ 11 สูงจัด
  • นครสวรรค์ 11 สูงจัด
  • กรุงเทพฯ 12 สูงจัด


ภาคตะวันออก

  • ตราด 13 สูงจัด
  • จันทบุรี 12 สูงจัด
  • ชลบุรี 12 สูงจัด
  • กาญจนบุรี 11 สูงจัด


ภาคใต้

  • ประจวบคีรีขันธ์ 13 สูงจัด
  • ชุมพร 13 สูงจัด
  • สุราษฎร์ธานี 13 สูงจัด
  • นครศรีธรรมราช 13 สูงจัด
  • ภูเก็ต 13 สูงจัด
  • สงขลา 13 สูงจัด
  • นราธิวาส 13 สูงจัด


ทั้งนี้ ระดับค่าดัชนียูวี มี 5 ระดับ คือ 

  • สีเขียว (0-2) Low : มีผลต่อผิวหนังต่ำ
  • สีเหลือง (3-5) Moderate : เริ่มมีผลต่อผิวหนัง ควรแต่งกายให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง และทาครีมกันแดด
  • สีส้ม (6-7) High : ควรแต่งกายให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง และทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชม.
  • สีแดง (8-10) Very High : ปฏิบัติเช่นเดียวกับระดับสีส้ม แต่ความเข้มข้นระดับนี้ เริ่มส่งผลเสียรุนแรงต่อผิวหนังและดวงตา
  • สีม่วง (มากกว่า 11 ขึ้นไป) Extreme : ควรหลีกเลี่ยงการออกแดด เพราะแสงอาทิตย์จะเผาไหม้ผิวหนัง และส่งผลเสียต่อดวงตา ในเวลาไม่กี่นาที


ซึ่ง การได้รับ UV ปริมาณมากในช่วงเวลา 09.00-15.00 น. สามารถเกิดผิวหนังเกรียมแดด (sun burn) จากการได้รับแสดงแดดติดต่อกันประมาณ 15 นาที (ระยะยาว มีผลกระทบต่อดวงตา และทำลาย DNA)
-------------

วานนี้ (4 เม.ย. 66) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระบุว่า


ในช่วงวันที่ 6 - 9 เม.ย. 2566 บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้


ทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่


ทั้งนี้จะเริ่มมีผลกระทบในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน ส่วน ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

----------



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zqKmb6G7plU


คุณอาจสนใจ

Related News