นักโภชนาการแนะผู้ป่วยมะเร็งควรกินโปรตีน

สังคม

นักโภชนาการแนะผู้ป่วยมะเร็งควรกินโปรตีน

5 ธ.ค. 2565

5.7K views

หลังเกิดดรามา เพจสอนกินอาหารเพจหนึ่ง  ได้ออกมาโพสต์ ให้ความรู้กับลูกเพจที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งว่า ไม่ควรกินโปรตีน อกไก่ปั่นไข่ขาว โดยระบุว่าอาหารเหล่านี้ไม่ใช่อาหารคลีนในนิยามของตนเอง ระวังโปรตีนนั้นจะไปทำลายเซลล์มะเร็ง 


ล่าสุด เพจ ฟาฮัดเป็นนักกำหนดอาหาร ซึ่งเป็นนักวิชาการโภชนาการ หน่วยโภชนศาสตร์คลินิกและโรคอ้วน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ออกมาให้ความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับอาหารของคนป่วยเป็นโรคมะเร็งไว้ว่า " ขอมาส่งเสียงว่า “เป็นมะเร็งกินโปรตีนได้ เเละต้องกินเยอะกว่าคนปกติด้วย”

คือยังงี้ครับ โดยปกติโปรตีนเป็นสารอาหารหลักในการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงเสริมสร้างการทำงานการของระบบภูมิคุ้มกันอยู่เเล้ว

เเต่เมื่อป่วยด้วยโรคมะเร็ง เซลล์มะเร็งจะมีการหลั่งสารที่กระตุ้นการอักเสบ (Tumor-driven inflammation) ประกอบกับการที่ผู้ป่วยกินอาหารได้น้อยไม่ว่าจะด้วยความอยากอาหารลดลง การอักเสบในช่องปาก การรับรสชาติและกลิ่นเพี้ยนไปหรือลดลง ความเจ็บปวด ความอ่อนเพลีย ฯลฯ  ร่ายกายเลยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานเเทนอาหารที่ไม่ได้กินเข้าไป

ด้วยเหตุฉะนี้เอง จึงเกิดเป็นความเชื่อที่ว่า “เซลล์มะเร็งกินโปรตีน” คนไข้หลายคนเลยไม่ยอมกินโปรตีน ซึ่งในทางการแพทย์จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากแม้ว่าผู้ป่วยจะไม่รับประทานอาหารที่มีโปรตีน ร่างกายก็จะไปสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อออกมาอยู่ดี ในที่สุดจะยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม ขาดสารอาหาร เกิดเป็นภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก หรือ cancer cachexia ตามในภาพ จนไม่อาจทนต่อการรักษาได้ หรือไม่มีโปรตีนเพียงพอจะสร้างเม็ดเลือดขาว จึงต้องเลื่อนการรักษา (หากเม็ดเลือดขาวต่ำเกิน แพทย์จะเลื่อนการรักษาออกไป และให้ผู้ป่วยกินอาหารให้เยอะขึ้นเพื่อให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น) ซึ่งหากเลื่อนการรักษา อาจทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นระหว่างนั้นได้ #สุดท้ายตายจากการขาดสารอาหารมากกว่าตายเพราะมะเร็ง

#เเล้วยังงี้ควรเเนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารอย่างไร ????

หากคนไข้สามารถรับประทานอาหารแบบปกติได้ดี ให้คนไข้กินอะไรก็ได้ เน้นกินให้ได้ก่อนนะครับ เพราะส่วนใหญ่จะกินไม่ค่อยได้ เเต่ขอให้ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ในเเต่ละวัน เน้นให้คนไข้กินโปรตีนสูงขึ้นมาหน่อยได้เลยครับ “ไม่ต้องกลัว”

จะกินเป็นโปรตีนจากพืช หรือ สัตว์ก็ไม่ติด (เเม้คุณภาพของโปรตีนโดยรวมจากเนื้อสัตว์จะดีกว่าพืชมาก) เเต่ขอให้กินโปรตีนรวมให้ได้ประมาณ 1.2-1.5 กรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เเละผมขอเน้นย้ำไว้ตรงนี้เลยว่า “ว่าน้ำหนักของเนื้อสัตว์ ไม่เท่ากับน้ำหนักของโปรตีนนะครับ” โดยเนื้อสัตว์สุกทุกๆ 30 กรัม หรือประมาณ 2 ช้อนกินข้าวพูนๆ จะมีโปรตีนแค่ 7 กรัม ครับ

ส่วนตัวอยากเเนะนำให้เลือกทานเป็นเนื้อปลาก็จะดีครับ โดยเฉพาะปลาทะเล เนื่องจากเป็นเเหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย เป็นเเหล่งของ กรดไขมัน Eicosapentaenoic acid (EPA) ปริมาณสูง ซึ่งเมื่อถูกเปลี่ยนแปลงด้วย เอนไซม์ Cyclooxygenases และ Lipoxygenases จะได้สาร Series 3 Prostaglandins และ Series 5 Leukotriene ซึ่งมี คุณสมบัติในการลดการอักเสบ

อย่างปลาทู 100 กรัม นี่มี EPA สูงถึง 1,636 มก. เลยนะครับ โดยแนวทางเวชปฏิบัติ (Guideline) สถาบันทางโภชนศาสตร์และการกำหนดอาหารของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับ EPA 1.1-1.2 กรัม/วัน ของออสเตรเลีย 1.4-2.0 กรัม/วัน และ European Society for Clinical Nutrition and Metabolism (ESPEN) แนะนำช่วงกว้างๆ ไว้คือ คือ 0.26-6.0 กรัม/วัน โดยทั่วไปจะเเนะนำที่ 1.5 ถึง 2 กรัมต่อวัน ครับ  เเต่ถ้าหากกินอาหารในรูปแบบปกติไม่ได้ หรือ ได้น้อย อาจเสริมด้วยอาหารทางการเเพทย์สูตรครบถ้วนโปรตีนสูงที่มีส่วนประกอบของ EPA ก็ได้ครับ มีให้เลือกอยู่ 2-3 ยี่ห้อ สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารได้ครับ

นอกจากเรื่องโปรตีนเเล้วก็อยากให้คนไข้เลี่ยงของหมักดอง พวกอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารที่ไม่สุก หรืออาหารอะไรก็ตามที่ไม่สะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากภูมิคุ้มกันในคนไข้มะเร็งจะต่ำอยู่เเล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ครับ

#สุดท้ายนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าโพสต์นี้จะไปถึงมือใครบ้าง แต่ขอส่งเสียงไปถึงทุกคนไม่ว่าจะเป็นเหล่า clinician หรือ ญาติ ให้ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เรื่องอาหารของผู้ป่วยมะเร็งมากขึ้น เพราะนี่ คือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะไขประตูไปสู่การรักษาในขั้นต่อๆ ไปครับ

“ให้เขากินดีกว่า เพราะเขากินได้น้อยอยู่แล้ว ยังไงก็เน้นโปรตีนหน่อยนะ”



คุณอาจสนใจ