เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 เหยื่อผับมรณะ! ญาติรับศพพิสูจน์อัตลักษณ์ เห็นสภาพศพเข่าทรุด ร่ำไห้แทบขาดใจ

อาชญากรรม

เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 เหยื่อผับมรณะ! ญาติรับศพพิสูจน์อัตลักษณ์ เห็นสภาพศพเข่าทรุด ร่ำไห้แทบขาดใจ

6 ส.ค. 2565

18 views

แพทย์แถลง เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 14 เหยื่อผับมรณะ ขณธที่ผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 20 รายอยู่ในอาการโคม่า ด้านญาติรับศพพิสูจน์อัตลักษณ์ เห็นสภาพศพเข่าทรุดร่ำไห้แทบขาดใจ  


นายแพทย์อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะเดินทางม่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า ล่าสุดพบมีผู้บาดเจ็บ 38 ราย เสียชีวิต 14 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนัก มีจำนวน 20 ราย ทั้งใส่เครื่องช่วยหายใจและแผลไฟไหม้ ส่วนใหญ่จะเข้ารักษาตัวที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ แต่ขณะนี้พบว่าการรักษาพยาบาลเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะสถานที่รวมถึงแพทย์เฉพาะทางมีไม่พอต่อความต้องการ จึงประสานโรงพบาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขและกรมแพทย์เพื่อส่งตัวผู้บาดเจ็บอาการหนักไปรักษาตัวรวม 12 ราย อาทิ รพ.รามา รพ.ศิริราช รพ.จุฬาฯ รพ.ราชวิถี รพ.เลิศสิน ฯ ด้วยโรงพยาบาลเหล่านี้มีแพทย์เฉพาะทางดูแลได้


ขณะที่เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 ส.ค. โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ นาวาเอกอนุชา ลิขิตวงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานศัลยกรรม ได้มีการแถลงข่าวยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุเทพ มงคลแก้ว อายุ 33 ปี โดยผู้เสียชีวิตมีภาวะสำลักควันและมีเปอร์เซ็นต์ของแผลไฟไหม้ หรือดีกรีความลึก (Degree of burn wound) ที่สูงกว่า 90% ซึ่งการมีเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้สูง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากอยู่แล้ว ทางโรงพยาบาลได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้


ส่วนผู้ป่วยอีก 16 รายนั้น ทั้งหมดยังคงมีอาการหนัก ต้องรักษาด้วยการใส่เครื่องช่วยหายใจและยังไม่รู้สึกตัว ซึ่งแนวทางของการรักษาจะต้องดูแลบาดแผลไฟไหม้ ให้อาหารและน้ำ สิ่งสำคัญคือต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้ที่อาจจะสูงขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากผู้ป่วยที่มีบาดแผลไฟไหม้จะเกิดการสูญเสียน้ำ และมีโอกาสที่แผลไฟไหม้จะเกิดการติดเชื้อได้ โดยเฉลี่ยตอนนี้ผู้ป่วยทั้ง 16 ราย มีเปอร์เซ็นต์แผลไฟไหม้ที่สูงเฉลี่ยเกินกว่า 60%


โดยขณะนี้มีผู้ป่วยจำนวน 2 ราย ที่ทางโรงพยาบาลเตรียมจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ของแผลไฟไหม้อยู่ในระดับสามคือมากกว่า 80% ซึ่งศักยภาพของโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์จะมีความพร้อมมากกว่า เพราะผู้ป่วยควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด


ส่วน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รถมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ จำนวน 5 คัน เคลื่อนร่างของผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับเม้าท์เท่น บี ริมถนนสาย สุขุมวิทบางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 0.45 น. ที่ผ่านมา จำนวน 13 ศพ แบ่งเป็นชาย 9 ศพ และ หญิง 4 ศพ มาส่งชันสูตรพลิกศพ และ ผ่าพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล



นายสินชัย เต่าสา อาสามูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ เปิดเผยว่า ได้นำร่างผู้เสียชีวิตมายังสถาบันนิติเวชวิทยา เพียง 13 ศพเท่านั้น โดยเบื้องต้นมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 อยู่ด้วย 1 ศพ ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 10 รายที่สาเหตุมาจากการถูกไฟไหม้ ส่วนอีก 3 รายเสียชีวิตภายในห้องน้ำ สาเหตุมาจากการสำลักควัน โดยขณะนี้สามารถพิสูจน์รายชื่อ และตัวบุคคลได้ครบแล้วทั้ง 13 ศพ    


อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตรายที่ 14 ไม่ได้ถูกนำมาตรวจเอกลักษณ์บุคคลที่สถาบันนิติเวช เนื่องจากไม่ใช่ผู้ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นผู้บาดเจ็บเคสสีแดง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และสามารถระบุตัวบุคคลได้ จึงไม่ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์

----------------------------------------------

บรรยากาศที่มูลนิธิสว่างโรจนะฯ สัตหีบ เป็นจุดที่ทางกู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมด มาแพคห่อด้วยผ้าขาว โดยมีญาติมายืนยันตัวบุคคล เมื่อเห็นชิ้นส่วนเสื้อผ้า นาฬิกา รอยสัก ก็สามารถจำได้ว่าเป็นญาติตัวเองถึงกับร่ำไห้กอดศพ จากนั้นได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ราย ไปชันสูตรพลิกศพพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ


นางทองสา ผมเพชร อายุ 60 ปี ยาย และแม่ของนายกรวิทย์ เม็งคำมี อายุ 17 ปี หรือน้องกั๊ก (ผู้ตาย) เห็นสภาพศพก็นั่งร้องไห้ คุณยายเผยว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 2-3 ทุ่ม ปกติหลานชายจะกลับบ้าน ตนได้ยินเสียงดังกุกกั๊กบริเวณประตูหน้าบ้าน จึงตะโกนถาม “น้องกั๊กมาแล้วหรอ” พอเปิดประตูออกไปดูไม่เจอคน จากนั้นตนกลับเข้าไปนอนปกติ ไม่ได้ดูข่าว หลานชายจะไปเที่ยวที่ผับจุดเกิดเหตุประจำ

หลังเกิดเหตุทราบว่าหลานชายเสียชีวิตรู้สึกเสียใจ คืนเกิดเหตุหลานชายใส่ชุดดำไปเที่ยว ที่ผ่านมาไม่เคยใส่ ทั้งนี้วันเกิดเหตุหลานชายไปเที่ยวกับเพื่อนรุ่นพี่ ตั้งข้อสงสัยทำไมทางผับปล่อยให้เด็กอายุ 17 ปี เข้าไปเที่ยว เข้าไปได้ยังไง


ขณะที่ คุณนิรชา อาจปักษา อายุ 26 ปี ญาติ ของนางสาว พรหมภรณ์ พูลสวัสดิ์ อายุ18 ปี  เล่าทั้งน้ำตาว่า น้องสาวและกลุ่มเพื่อนมาเที่ยวที่สถานบันเทิงนี้ ซึ่งน้องสาวอายุ 18 ปี และกลุ่มเพื่อนๆ วัยเดียวกัน ก็ไม่รู้ว่าทางร้านอนุญาตให้เข้าไปได้อย่างไร


ตอนแรกไม่รู้ว่าน้องสาวเสียชีวิตเพราะคิดต่อไม่ได้ แต่เพื่อนน้องบอกว่าเสียชีวิต และไปตรวจสอบที่ รพ. เห็นสร้อยคอ เหล็กจัดฟัน ก็จำได้ว่านี่คือน้องสาว ต้องบอกว่าวภาพศพน้องคือถูกไฟไหม้ตามร่างกายทั้งตัว สภาพมืองอหงิก เห็นแล้วรับไม่ได้ สงสารน้องสาวที่จากกันแบบไม่ทันร่ำลาและคงทรมานมาก จากเหตุการณ์นี้ ก็ขอให้เจ้าของกิจการและผู้เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ

ด้าน นางเปรมใจ แซ่อึ้ง อายุ 60 ปี แม่ของนายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี เป็นนักร้องที่เสียชีวิต ซึ่งทางญาติได้ประกาศตามหาทางเฟซบุ๊ก กระทั่งพบว่าเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ทันทีที่คุณแม่เห็นสภาพร่างไร้วิญญาณของลูกชายนอนเรียงรายถูกห่อด้วยผ้าขาว ก็ปล่อยโหร้องไห้ทำใจไม่ได้


นางเปรมใจ เผยว่า คืนเกิดเหตุลูกชายมาร้องเพลงแทนเพื่อน ปกติลูกชายไม่ได้ร้องที่นี่ เขารับงานที่อื่น คืนเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าลูกชายมาร้องเพลงในผับเกิดเหตุ มาทราบข่าวตอนตี 4 ว่าไฟไหม้ผับ จึงพยายามติดต่อโทรศัพท์หาลูกชาย แต่ติดต่อไม่ได้


ทุกคนก็ช่วยกันหา เพื่อนนักร้องก็ช่วยกันไปตามหาตามโรงพยาบาลแต่ก็ไม่เจอ กระทั่งทราบว่าลูกชายเสียชีวิต มันสะเทือนใจ ไม่อยากให้ใครเจ็บหรือเสียชีวิต เห็นสภาพทุกคนนอนเป็นศพเรียงรายน่าสงสารทรมาน ตนเห็นสภาพศพก็จำได้ว่าเป็นลูกตนเอง จำรอยสัก เค้าโครงได้


 พร้อมระบุว่า จากการพูดคุยเพื่อนนักดนตรีที่หนีรอดมาได้ เล่าว่า ไฟลุกตรงหน้าลูกชายพอดี ทำให้ไม่สามารถหนีรอดออกมาได้ทัน


https://youtu.be/-nb1laRitMs



คุณอาจสนใจ

Related News