'พระนรวิชญ์' เตรียมสึกวันนี้ ยันซื้อบิ๊กไบค์ ถูกตาม กม. 'พระอุปัชฌาย์' เผยบวชให้ไม่รู้มีคดีติดตัว

อาชญากรรม

'พระนรวิชญ์' เตรียมสึกวันนี้ ยันซื้อบิ๊กไบค์ ถูกตาม กม. 'พระอุปัชฌาย์' เผยบวชให้ไม่รู้มีคดีติดตัว

โดย thichaphat_d

26 ม.ค. 2565

89 views

จากกรณีที่ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน พร้อมร.ต.ต.นิคม บัวดก ผบ.หมู่ งานจราจร สน.ปทุมวัน บิดา ได้ปลงผมและเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดปริวาสสงคราม ย่านพระราม 3 กรุงเทพฯ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับ แพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย

วานนี้ (25 ม.ค.) นายคณพล ศรีหอมรื่น ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางมาที่วัดปริวาสราชสงครามย่านพระราม 3 เพื่อขอพบเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาส โดยสอบถามกับพระที่ออกรับสังฆทานบริเวณศาลาเจ้าคุณ ซึ่งได้แจ้งว่าทั้ง 2 รูป ไปกิจนิมนต์ต่างจังหวัด ตัวแทนสำนักพุทธฯ จึงเดินทางกลับ โดยไม่ได้ขอพบพระนรวิชญ์และพระนิคม

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ พระครูสถิตย์ ยุญวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดด่านและเจ้าคณะเขตยานนาวา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ที่บวชให้กับพระนรวิชญ์และพระนิคม ซึ่งวานนี้ (25 ม.ค.) พบว่ามีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา เดินทางมาที่วัดด่านเพื่อทำความเข้าใจกับพระอุปฌา ถึงกรณีที่บวชให้กับพระสองพ่อลูก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังบวชแล้ว ปรากฎว่าเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์เป็นวงกว้าง อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ ก็ได้รับการติดต่อจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาถึงกรณีที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะการบวชที่น่าจะไม่ได้เข้าระบบถูกต้อง ซึ่งเจ้าอาวาสเองก็บอกกับอาตมาว่าทางเดียวที่จะระงับปัญหาได้ ก็คือต้องให้พระนรวิชญ์สึกออกไป

โดยได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว ก็ยินยอมที่จะสึก เบื้องต้นกำหนดไว้ว่า ในเย็นวานนี้ (25 ม.ค.) จะไปร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิตอีก 1 วัน แล้วจะกลับมาสึกที่วัด แต่จะยังคงให้นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8 ต่อไป ส่วนพระพ่อ จะบวชต่อให้ครบกำหนด 3 วัน

ต่อมา 16.45 น. พระนรวิชญ์ และพระพ่อ ได้เดินออกมาจากกุฎิวัดปริวาสฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ 2 นาย สวมชุดสีดำเข้ามารับตัวเพื่อจะขึ้นรถกระบะ ไปยังวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อจะไปร่วมงานสวดอภิธรรมคืนสุดท้ายของหมอกระต่าย โดยระหว่างที่กำลังเดินไปขึ้นรถนั้นทางพระนรวิชญ์ ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพจิตใจตนเองไม่ดี เพราะเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งตนเองได้ไปกราบขมาพ่อแม่หมอกระต่ายและครอบครัวแล้วตั้งแต่เกิดเหตุ และได้ไปเคารพศพเพื่อร่วมไว้อาลัยโดยเมื่อวานนี้ (25 ม.ค.) ตั้งใจจะไปเคารพศพหมอกระต่าย คืนสุดท้าย ก่อนจะสึกในวันนี้(26 ม.ค.) เมื่อถามว่าสึกเพราะถูกกดดันให้สึกหรือไม่ พระนรวิชญ์ ยืนยันว่า ไม่ใช่

โดยพระนรวิชญ์ ได้เปิดเผยเรื่องที่คุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า "อยากขอขมา" เมื่อถามเรื่องรถว่ารถซื้อถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่พระนรวิชญ์ ตอบว่า "ถูกต้องตามกฎหมายและได้นำเอกสารไปให้กับร้อยเวรเรียบร้อยแล้ว" เมื่อถามว่าซื้อรถมาจากไหน "ซื้อรถมาจากร้าน ซื้อมาได้ประมาณร่วมเดือนแล้ว"

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ได้พาพระนรวิชญ์ขึ้นรถเพื่อไปร่วมพิธีฟังสวดอภิธรรมศพหมอกระต่าย ณ วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน และหลังจากเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพหมอกระต่าย ในวันที่ 26 ม.ค. นี้ แล้ว ทาง ส.ต.ต.นรวิชญ์ จะลาสิกขา ทันที ที่วัดปริวาส พระราม 3  พร้อมยินดีที่จะเข้าสู่การดำเนินคดี ในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

เวลา 18.10 น. พระนรวิชญ์ พร้อมพระพ่อ เดินทางด้วยรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 7กอ 7483 ถึงวัดพระศรีวรมหาธาตุวรมหาวิหาร (บางเขน) เดินไปด้านหลังศาลา 3 ร่วมฟังงานสวดอภิธรรมศพ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เป็นคืนที่ 3 หลังประสบอุบัติเหตุ บิ๊กไบค์ดูคาติ มอนสเตอร์ ชนเข้าระหว่างข้ามทางม้าลายจนเสียชีวิต

ทั้งนี้ พระนรวิชญ์ ยังคงพันผ้าพันแผลที่แขนขวา และมีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะตอบคำถามสื่อมวลชนสั้น ๆ เพียงว่า“ขอเข้าไปร่วมงานก่อน” และย้ำว่ารถบิ๊กไบค์คันดังกล่าวได้ซื้อขายมาอย่างถูกต้อง จากนั้นพระนรวิชญ์ และพระพ่อ จึงไปนั่งเก้าอี้อยู่นอกศาลา 3  เพื่อฟังพระสวดอภิธรรม

จากนั้นเวลา 19.00 น. พระนรวิชญ์ และพระพ่อได้ลุกเข้าไปภายในศาลาที่ตั้งศพ โดยยืนสงบนิ่งและเคารพต่อหน้าโลงศพหมอกระต่าย โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะเดินออกจากศาลา เพื่อไปขึ้นรถกระบะพี่จอดรออยู่ เดินทางกลับไปที่วัดปริวาส

ด้านพระนิคม (พ่อของพระนรวิทย์) ยืนยันว่าพระลูกชายจะลาสิกขาบทวันนี้ (26 ม.ค.) แน่นอน ส่วนตนเองยังไม่ทราบว่าจะลาสิขาบทวันไหน กรณีที่พระลูกชายจะลาสิกขาบทนั้นไม่เกี่ยวกับแรงกดดันหรือข้อครหาใด ๆ ส่วนประเด็นเรื่องรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

พระครูสถิตย์ ยุญวัฒน์ พระอุปฌาย์  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. เจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ ได้โทรศัพท์มาบอกกับตนตอนบ่ายโมงว่าขอให้ช่วยไปทำพิธีบวชให้กับตำรวจทั้ง 2 นาย ตอนบ่ายสาม โดยใช้คำว่า "ขอให้ช่วยสงเคราะห์" ซึ่งตนกับเจ้าอาวาสวัดปริวาสฯ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน จึงไปบวชให้โดยไม่ได้ถามเหตุผลหรือรายละเอียด เพราะปกติแล้วการรับบวชจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าอาวาสมาแล้ว โดยตำรวจทั้งสองนายบอกว่า จะบวชเป็นเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ หากยึดตามเงื่อนไขรายละเอียดตามที่กฎมหาเถรสมาคมระบุไว้ ผู้ที่จะมาบวชได้ จะต้องมีการตรวจสอบประวัติจากเลขบัตรประชาชนก่อน เพื่อป้องกันบุคคลที่หนีคดีมาบวช และหากเป็นผู้ต้องหา ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี แม้ศาลจะยังไม่ตัดสินความผิด แต่หากต้องมีนัดรายงานตัวก็ไม่ควรให้บวช เพราะการห่มผ้าเหลืองไปรายงานตัวเรื่องทางคดีอาญานั้น ถือว่าไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ สำหรับกรณีของข้าราชการที่จะบวชตามหลักแล้วต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างาน โดยต้องมีการเซ็นเอกสารมา และใช้อ่านในโบสถ์ขณะทำพิธีบวชด้วย แต่กรณีของพระนรวิชญ์ ไม่ได้มีเอกสารมา แต่ผู้บังคับบัญชา ยศ‘พลตำรวจตรี’  เดินทางมารับรองในพิธีด้วยตนเอง มีตำรวจมาร่วมพิธีเต็มโบสถ์

พระครูสถิตย์ ยังระบุอีกว่า อาตมาก็เพิ่งเคยเจอกรณีที่ข้าราชการบวชแล้วผู้บังคับบัญชาเดินทางมารับรองเองเป็นครั้งแรกเหมือนกัน แต่ก็พอจะประเมินได้ว่าเกิดจากความสัมพันธ์อันดี เจ้าอาวาสจึงช่วยสงเคราะห์ เพราะปกติเวลาตำรวจควบคุมฝูงชนมาปฏิบัติงาน วัดปริวาสฯ ก็จะเอื้อเฟื้อสถานที่ให้พักอยู่เป็นประจำ

โดยบรรยากาศในการทำพิธีบวชนั้น อาตมาสังเกตเห็นว่า พระนรวิชญ์ แสดงอาการชัดเจนว่ากำลังมีปัญหาอยู่ภายในจิตใจ ดูแล้วน่าเป็นห่วง คล้ายอาการของคนซึมเศร้า ส่วนการที่พ่อบวชด้วยเมื่อวานนี้ พ่อของพระนรวิชญ์เองก็ตื้นตันถึงขั้นร้องไห้ออกมา แต่อาตมาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะโดยมารยาทไม่ควรไปล้วงเรื่องส่วนตัวของผู้ที่จะบวช แต่ก็ได้แนะนำว่าบวชแล้วก็ให้เน้นปฏิบัติธรรมด้วยการเข้ากรรมฐาน เพื่อบำบัดจิตใจ ซึ่งอาตมาก็ประเมินว่าเหตุที่เจ้าอาวาสอนุญาตให้บวช เป็นเพราะมองเรื่องจิตใจเป็นอันดับแรก เรื่องกฎเกณฑ์มาทีหลัง

ด้านนายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. เผยว่า กรณีดังกล่าว เมื่อพิจารณาตามพระธรรมวินัยแล้ว ถือว่าไม่สามารถเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระได้ เพราะเป็นผู้ต้องคดีอาญาที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้แจ้งให้เจ้าคณะปกครองในพื้นที่ เข้าไปทำความเข้าใจกับพระอุปชา จะต้องสึกหรือไม่สึกนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางวัดอีกที

ขณะที่นายสิปป์บวร บัวงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยทางโทรศัพท์ กรณีส.ต.ต.นรวิชญ์ และพ่อบวชให้กับหมอกระต่าย ว่า การสึกขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการสึกว่าจะสามารถสึกที่วัดใด เวลาใดก็ได้

ส่วนเรื่องการบวชให้ผู้ต้องคดีอาญานั้น มีข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น 1.หนีอาญาแผ่นดิน เช่น หนีทหาร 2.หนีราชการ และ 3.ทำผิดคดีอาญา ซึ่งเป็นคดีมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ยังไม่จำเป็นต้องถึงขั้นตอนการตัดสินของศาลจนถึงที่สุด ต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนจึงจะบวชไม่ได้

หากพระอุปัชฌาย์ รู้อยู่แล้วว่าคนที่มาบวชมีความผิดติดตัว มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว ก็ถือเป็นความผิดของพระอุปัชฌาย์เจ้าคณะผู้ปกครองจะพิจารณาโทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ถึงขั้นให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่หากไม่รู้ว่าต้องคดีอาญาก็ให้บวช แต่เมื่อรู้แล้วว่ามีความผิดก็ต้องรีบให้ลาสิกขาทันที ซึ่งเรื่องนี้มีมติมหาเถระสมาคมบัญญัติไว้ตั้งนานแล้ว

คุณอาจสนใจ