มึน! เจอบิ๊กไบค์จอดหน้าแฟลต ไม่ใช่จุดเก็บของกลาง เจ้าของรถมือสอง ยันขายให้คนอื่น ไม่ใช่ ตร.

อาชญากรรม

มึน! เจอบิ๊กไบค์จอดหน้าแฟลต ไม่ใช่จุดเก็บของกลาง เจ้าของรถมือสอง ยันขายให้คนอื่น ไม่ใช่ ตร.

โดย thichaphat_d

25 ม.ค. 2565

9K views

ประเด็นการตรวจสอบ รถบิ๊กไบค์ ดูคาติ 1 กผ 9942 เชียงราย ที่ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขับชนกับ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ซี่งก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า รถคันนี้ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ซื้อมือสองมา และมีเอกสาร การซื้อขาย อย่างถูกต้อง

แต่เมื่อวานนี้ มีผู้โพสต์รายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “รถบิ๊กไบค์คันนี้ เป็นรถจากทางร้านผมขายไปเอง แต่ไม่ได้ขายรถให้ตำรวจนะครับ ลูกค้าขับไปโดนจับยึดรถไว้ที่สน.ตำรวจเอาออกไปขี่ ตำรวจขับรถชนหมอตาย คนขับมันก็ยืนอยู่ตรงนั้น ทำไมไม่จับมันละ เสือกไปจับคนไม่รู้เรื่อง เพราะมีชื่อผู้ครอบครองรถ”

เลือกมาไล่ให้กูไปหาใบซื้อขาย คือ กูต้องช่วยตำรวจใช่มั้ย

RIP นะครับคุณหมอ ผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่ผมไม่ช่วยคนผิดแน่นอน

ทีมข่าว สอบถามไปยังเจ้าของโพสต์ ชื่อคุณชัย (นามสมมุติ) เล่าว่าตนเองทำธุรกิจซื้อขายรถ บิ๊กไบค์มานาน ซึ่งรถคันที่ ส.ต.ต นรวิชญ์ ขับไปชนคุณหมอกระต่ายนั้น เป็นรถที่มาจากร้านของตน เมื่อ2-3 ปีที่แล้ว จำวันเวลาไม่ได้ ได้ซื้อรถคันนี้มาจากลูกค้า ที่ภาคเหนือจังหวัด เชียงใหม่หรือเชียงราย ไม่แน่ใจ

จากนั้นก็มาขายให้กับลูกค้าคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ ส.ต.ต.นรวิชญ์ แล้วช่วงหนึ่งลูกค้าคนนี้ก็ติดต่อมาว่า ขอเอกสารการซื้อขายรถ เพราะรถถูกตำรวจยึดไว้เป็นของกลาง จนกระทั่งมาพบว่า รถคันนี้อยู่กับ ส.ต.ต นรวิชญ์ได้อย่างไร หรือจะเป็นการนำรถของกลางมาใช้หรือไม่ ตนไม่เข้าใจ

ส่วนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยี่ห้อ ดูคาติ รุ่นมอนสเตอร์ ทะเบียน 1กผ9942 เชียงราย ตรวจสอบพบว่า มีการทำเอกสารสัญญาซื้อขายรถอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานทั้งเอกสารทะเบียนรถ และเอกสารของเจ้าของเดิม

ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินเอกสารโอนรถ เมื่อตรวจสอบตัวเลขรถแล้ว พบว่าถูกต้องทุกอย่างตรงกับรถคันที่เกิดเหตุ ไม่ใช่รถสวมทะเบียน หรือสวมซาก และไม่ใช่รถของกลางที่นำมาขี่ตามที่ปรากฎโซเชียล ที่สำคัญสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ เพิ่งเข้ามารับราชการเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา หน้าที่ปฏิบัติงานก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานีตำรวจ และไม่มีอำนาจในการตรวจยึดรถด้วย

ด้าน ผู้การ อคฝ.แจงปมเส้นทางรถ บิ๊กไบค์กรณีที่มีเจ้าของรถจักรยานยนต์ ออกมาโพสต์ว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ไม่ได้ขายให้กับตำรวจ แต่ทำไมรถถึงไปอยู่ตำรวจตำรวจได้  ประเด็นนี้ พลตำรวจตรีนครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจกองบังการอารักขาและควบคุมฝูงชน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ของส.ต.ต. นรวิชญ์ ยืนยันอีกครั้งว่า รถมีสัญญาการซื้อขาย อีกทั้งยังมีชื่อของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์อยู่ในใบสัญญาด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็จะมอบหมายให้กับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เข้าตรวจสอบด้วย

นอกจากนี้ พลตำรวจตรีนครินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของกองบังคับการตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน คดีที่เกิดขึ้นถือว่ามีความผิดทางวินัย ตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวแล้วซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่จะมีโทษถึงขั้นไล่ออกหนือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ต้องดูผลการสอบสวนของกรรมการเป็นหลัก ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือหรือเบี่ยงเบนประเด็นด้วยเด็ดขาด

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา วานนี้ (24 ม.ค.) ทีมข่าวช่อง 3 เดินทางไปตรวจสอบที่ สน.พญาไท หลังมีรายงานว่า ตำรวจนำรถ จยย.บิ๊กไบค์ ของ ส.ต.ต นรวิชญ์ ซึ่ง ตำรวจสน.พญาไท อายัดไว้ตรวจสอบ

ปรากฎว่า ทีมข่าวไปพบรถจยย บิ๊กไบค์คันเกิดเหตุ ไม่ได้ไปจอดในที่เก็บของกลาง เหมือนกับคดีอื่นๆ แต่กลับไปจอดที่หน้าแฟลต 4 ที่พักตำรวจสน.พญาไท ซึ่งเป็นจุดจอดรถของตำรวจที่พักในแฟลตนี้  

สภาพของรถบิ๊กไบค์ ไฟเบรกยังค้าง ด้านหน้ารถ ไม่มีไฟหน้า มีสภาพพังเสียหาย มีรอยถลอก และที่สำคัญไม่พบว่า มีเชือกกั้น หรือล็อกรถคันนี้ไว้เป็นรถของกลาง เหมือนคดีอื่นๆ หากมองผ่านๆ จะเข้าใจว่าเป็นรถตำรวจที่จอดในแฟลตนี้

ซึ่งตามปกติ กรณีที่รถที่เกิดคดีอาญา เมื่อถูกตำรวจอายัด จะต้องนำไปเก็บไว้จุดเก็บของกลาง มีการล็อกอย่างแน่นหนา และห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้ามาใกล้ หรือเคลื่อนย้าย กรณีนี้ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า เพราะเหตุใด ทำไมตำรวจไม่เก็บรถคันที่เกิดเหตุไว้ในจุดเก็บของกลาง



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GpJ2VVtA1co

คุณอาจสนใจ