มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ แม่ค้าหลงเชื่อโอนเงิน 1.7 ล้าน หมดตัว

สังคม

มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ แม่ค้าหลงเชื่อโอนเงิน 1.7 ล้าน หมดตัว

โดย passamon_a

23 ม.ค. 2565

140 views

สงขลา แก๊งคอลเซ็นเตอร์มามุกใหม่ เปิดหน้าคุยทางวิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ ก่อนโชว์หมายจับ แม่ค้าเครื่องสำอางเชื่อสนิท โอนเงิน 1.7 ล้านหมดตัว


แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงก่อเหตุหลอกเงินอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่ จ.สงขลา มีหญิงสาวแม่ค้าขายเครื่องสำอางถูกหลอกให้โอนเงินไปกว่า 1.7 ล้านบาท โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ น.ส.เชอรี่ อายุ 39 ปี เป็นชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งประกอบอาชีพขายเครื่องสำอาง และถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปเกลี้ยงบัญชี 1,735,081 บาท กับอีก 45 สตางค์ ซึ่งเป็นเงินที่หามาทั้งชีวิต


น.ส.เชอรี่ เปิดเผยเรื่องราวให้ฟังว่า เมื่อเวลา 9 โมงเช้า วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เธอนอนพักอยู่ที่บ้านพัก ได้มีโทรศัพท์หมายเลข 0440047561 โทรเข้ามาเป็นเสียงของผู้หญิงบอกว่า เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และบอกว่า มีการปลอมแปลงเอกสารของตนไปทำบัตรเครดิต และมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่เกี่ยวกับยาเสพติดด้วย โดยไปเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งนี้ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ต.ค.64 และรูดบัตรเครดิตซื้อทองที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ จ.ขอนแก่น


ซึ่งตนก็ปฏิเสธไปว่า ไม่เคยไปเปิดบัญชี และไม่มีบัตรเครดิตของธนาคารนี้ และไม่เคยไป จ.ขอนแก่น ด้วย ผู้หญิงคนนี้จึงอ้างว่า ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเงินในบัญชีทุกบัญชี พร้อมกับขอไอดีไลน์


จากนั้นก็มีสายโทรเข้ามาทางวิดีโอคอลทางไลน์ โดยมีชายแต่งชุดตำรวจขอตรวจสอบประวัติ และขอตรวจสอบเงินในบัญชี รวมทั้งขอหมายเลขบัตรประชาชน เพราะเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากยาเสพติด โดยมีชื่อตนเป็นคนเปิดบัญชี


ซึ่งขณะคุยกันก็มีเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจดังตลอด และมีเสียงการรายงานผลการตรวจสอบประวัติของตน โดยอ้างว่าถูกศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับในคดีฟอกเงิน และส่งลิงก์ให้ตนเข้าไปเปิดดูในเว็บไซต์ ก็ปรากฏว่าตนมีหมายจับของศาล จ.ขอนแก่น จริง ๆ โดยถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 ในฐานกระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และสมคบกับผู้อื่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด


น.ส.เชอรี่ บอกว่า เมื่อเห็นหมายจับของศาล จึงเริ่มหลงเชื่อ โดยชายที่อ้างเป็นตำรวจบอกว่า ให้ตนรวบรวมเงินจากบัญชีธนาคารต่าง ๆ ไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ เพียงบัญชีเดียว และให้โอนเงินเข้าบัญชี นายวิไล นุชชาติ เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบ 2 ชั่วโมง หากเป็นเงินที่ได้มาถูกต้อง ก็จะโอนกลับมาให้ พร้อมกับขอเลขบัญชีตนเอาไว้ และตอนโอนให้ระบุว่า โอนเพื่อตรวจสอบบัญชีของกลาง


ซึ่งด้วยความที่เชื่อว่า ตัวเองบริสุทธิ์ และเงินที่ได้มาทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินที่ถูกต้องจากการค้าขายเครื่องสำอาง และขณะวิดีโอคอลก็เห็นชายสวมเครื่องแบบตำรวจ และมีการแสดงหมายจับของศาลชัดเจนด้วย จึงได้โอนเงินไปให้ 3 ครั้ง ครั้งแรกกับครั้งที่ 2 โอนไป 699,999 บาท เท่ากัน และครั้งที่ 3 โอนไป 335,083 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,735,081 บาท และเงินในบัญชีหมดเกลี้ยงเป็นศูนย์ทุกบัญชี ซ้ำร้ายยังถูกขู่ว่า จะต้องโอนเงินให้อีก 500,000 บาท ภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อประกันตัวอีกด้วย


หลังจากที่โอนเงินเสร็จก็เริ่มรู้ตัวว่า น่าจะถูกหลอก เพราะบัญชีที่โอนไปเป็นชื่อคนอื่น ไม่ใช่ตำรวจ หรือหน่วยงานของตำรวจ และพยายามยื้อเวลาพูดคุยกับคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจ เพื่อถามเรื่องเงินที่โอนไป แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ต้องรอตรวจสอบอีก 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงรีบเดินทางไปธนาคารที่ตนมีบัญชีอยู่ แต่ก็ไม่ทัน เพราะต้องรอการตรวจสอบ และดำเนินการอีกหลายขั้นตอน จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.คอหงส์


น.ส.เชอรี่ บอกว่า ตอนนี้ตนกลายเป็นคนหมดตัว ไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียว ทุกบัญชีเป็นศูนย์ และยอมรับว่าไม่เคยรู้ข่าวเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริง ๆ เพราะ แต่ละวันยุ่งอยู่กับงาน ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร หรือเล่นโซเชียล เพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ซึ่งมีลูก 3 คน รวมทั้งพ่อแม่ ซึ่งตอนนี้พ่อก็ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย จึงต้องการเรียกร้องให้ตำรวจช่วยตามคดีนี้ แม้ว่ายากที่จะได้เงินกลับมา แต่อย่างน้อยก็เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่น ๆ ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ และเป็นข้อมูลให้ตำรวจติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์


แม้ว่าตนจะระวังแล้ว เพราะ มีแอปหมายเลขเบอร์มิจฉาชีพที่มีการแชร์อยู่ในโทรศัพท์ แต่ระหว่างที่มีเบอร์โทร 0440047561 โทรเข้ามาหา ก็ได้ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่ขึ้นว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ แต่มาขึ้นทีหลังว่า เป็นเบอร์มิจฉาชีพตอนที่ตนได้โอนเงิน และถูกตัดสายทิ้งไปแล้ว


ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับหมายจับที่นำมาแสดงพบว่า เป็นหมายจับปลอมที่ทำขึ้นมา แต่ชื่อตำรวจมีอยู่จริง และเคสนี้เป็นอีกเคสที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ใช้วิธีการหลอกเหยื่อที่แนบเนียนมาก ทั้งวิดีโอคอลใส่ชุดตำรวจให้น่าเชื่อถือ และแสดงหมายจับให้ดูด้วย


ต่อมา น.ส.เชอรี่ ได้เข้าพบกับตำรวจกองปราบปราม ที่ศูนย์ประสานงาน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา เพื่อให้ช่วยสืบสวน และติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้

โดยได้มอบหลักฐานทั้งข้อความในไลน์ที่มีการคุยกัน หลักฐานการโอนเงิน และชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนเงินไป ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของ นายวิไล นุชชาติ โดยทางตำรวจกองปราบได้รับเรื่องเอาไว้ และจะเร่งตรวจสอบหาข้อมูลของแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ และยังได้ส่งข้อมูลไปให้กับทางพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ออกหมายจับต่อไป


นอกจากนี้ ทางตำรวจกองปราบยังได้สอบถามข้อมูลไปยัง ร.ต.อ.หญิงบัวขาว นาอ่าง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายจับปลอม แต่ที่ที่ระบุนั้นเป็นตำรวจจริง ๆ อยู่ที่ สภ.เมืองขอนแก่น บอกว่า มีผู้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ใช้ชื่อหลอกแบบนี้แล้วหลายคน เช่น ที่ จ.ลำพูน จ.ระยอง และส่วนใหญ่เป็นคนจังหวัดทางภาคอีสาน


ในขณะที่ข้อมูลจาก สภ.คอหงส์ ก็พบว่า เฉพาะพื้นที่ สภ.คอหงส์ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินหลายราย มีทั้งประชาชน และข้าราชการ เช่น พยาบาล สูญเงินตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น และหลักแสน และหนักสุดคือ เคสของ น.ส.เชอรี่ ซึ่งสูญเงินไปกว่า 1.7 ล้านบาท



รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/AYEGF8MAhqU

คุณอาจสนใจ

Related News