ต่างประเทศ

'โอไมครอน' ทำแอฟริกาใต้ เผชิญโควิดระลอก 4 - สหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อใน 5 รัฐ

04 ธ.ค. 2564

348 view

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์

ออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10:20 - 12:20 น.

สถานการณ์โควิด-19 ระบาดในแอฟริกาใต้ กำลังสร้างความวิตกกังวลมากขึ้น เมื่อสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติแอฟริกาใต้ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ถึง 11,500 คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากวันก่อนหน้าที่ ราว 8,500 คน


ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงนี้ของแอฟริกาใต้นั้น พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งค่าเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 200-300 คนเท่านั้น


รายงานระบุว่า คาดว่าโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ได้กลายมาเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในแอฟริกาใต้ แทนที่สายพันธุ์อื่น ๆ แล้ว และทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว


ด้าน โจ ฟาห์ลา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้ ออกมาประกาศว่า ขณะนี้แอฟริกาใต้กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 4 โดยมีสาเหตุมาจากเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งจนถึงขณะนี้ พบการระบาดแล้วอย่างน้อย 7 จาก 9 จังหวัดทั่วประเทศ


โจ ฟาห์ลา ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้ จะไม่รุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวแอฟริกาใต้ เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 โดยเร็วที่สุด และย้ำว่ารัฐบาลอาจจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดระลอก 4 ได้ โดยไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด


ขณะที่ มิเชล กรูม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติของแอฟริกาใต้ ระบุว่า ขณะนี้แอฟริกาใต้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ อันเนื่องมาจากเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน พร้อมกับเตือนว่าการแพร่ระบาดได้ขยายไปยังกลุ่มคนที่มีอายุน้อยและผู้สูงอายุด้วย


ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังได้เตือนว่า ให้เตรียมการรับมือกับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์และเตียงผู้ป่วยให้มากขึ้น โดยเฉพาะกุมารแพทย์ เนื่องจากในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น มีเด็กอายุ 4 ขวบด้วย


นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา พบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอน แล้วใน 5 รัฐ โดยเฉพาะที่รัฐนิวยอร์ก พบอย่างน้อย 5 คน ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด


ในระยะเวลาเพียง 2 วัน สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้วใน 5 รัฐ ตั้งแต่แคลิฟอร์เนีย มินเนโซต้า โคโลราโด้ นิวยอร์ก และฮาวาย โดยผู้ติดเชื้อตอนนี้มีเกือบ 10 คน ที่นิวยอร์กพบมากที่สุดพบทีเดียว 5 คน


สหรัฐฯเพิ่งประกาศพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน รายแรกของประเทศที่นครซาน ฟรานซิสโก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นนักเดินทางมาจากแอฟริกาใต้ อีก 1 วันต่อมาก็พบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ที่รัฐมินเนโซต้า ผู้ติดเชื้อรายที่ 2 นี้ เพิ่งเดินทางกลับจากนครนิวยอร์ก โดยเขาเดินทางไปร่วมประชุมอนิเมชั่น ที่ศูนย์ประชุมจาวิทส์ ที่นครนิวยอร์ก ตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 21 พฤศจิกายน ซึ่งวันที่ 22 พฤศจิกายนเริ่มแสดงอาการ และวันที่ 24 พฤศจิกายนตรวจโควิด พบติดเชื้อ และจากการถอดรหัสพันธุกรรมพบเป็นเชื้อโอไมครอน และผู้ติดเชื้อรายที่ 2 นี้ นับเป็นการติดเชื้อภายในชุมชนเป็นรายแรก


ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 3 ที่ยืนยันพบที่รัฐโคโลราโด้ เป็นผู้หญิงเพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ ในวันเดียวกันนี้ นางเคธี่ โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ก็แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน ในนครนิวยอร์ก 5 คน โดย 1 คน พบที่ลองไอแลนด์ เป็นหญิงวัย 67 ปี เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้, 2 คนพบที่ย่านควีนส์ , 1 คน ที่ย่านบรุกลิน และอีก 1 คน ที่ย่านแมนฮัตตั้น


สาธารณสุขนครนิวยอร์ก กล่าวว่า กรณีการติดเชื้อในนิวยอร์กบ่งชี้ว่า โอไมครอนแพร่กระจายไปในชุมชน ไม่ใช่แค่ในกลุ่มนักเดินทาง แต่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กก็ย้ำว่า การที่พบผู้ติดเชื้อที่นิวยอร์ก 5 คน ไม่ได้หมายความว่า นิวยอร์กจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ และอย่าเพิ่งตื่นตระหนก


ล่าสุดที่ฮาวาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน ที่ฮาวายรายแรก ผู้ติดเชื้อไม่ได้ฉีดวัคซีน และไม่ได้เดินทางไปที่อื่น อาการไม่รุนแรง ผู้ติดเชื้อที่ฮาวายรายนี้เคยติดเชื้อโควิดมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว


ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า จะเกิดการแพร่ระบาดอีกรอบในประเทศซีกโลกเหนือในช่วงฤดูหนาวนี้ และรัฐบาลได้ประกาศมาตรการคุมเข้มมากขึ้นกับนักเดินทางที่เข้ามาในสหรัฐฯ ส่วนผู้โดยสารที่ใช้บริการเครื่องบิน รถไฟและรถประจำทางยังจะต้องต้องสวมใส่หน้ากาก ไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า


ข่าวยอดนิยม