พระราชสำนัก

ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ณ เขาหินเหล็กไฟ จ.ประจวบคีรีขันธ์

05 เม.ย. 2564

35 view

ข่าวในพระราชสำนัก

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 20.05 - 20.20 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 19.55 - 20.15 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังเขาหินเหล็กไฟ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน มีประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ด้วยความปลื้มปีติ ที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด


ในการนี้ ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอำเภอหัวหิน ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้จัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงนำความเจริญ สู่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สร้างวังไกลกังวล เป็นที่ประทับ และสร้างตลาดฉัตรไชย จนทำให้หัวหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างชาติ


โดยกรมศิลปากร ดำเนินการออกแบบ และปั้นหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2537 และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์ ในปี 2539 และได้เชิญไปประดิษฐาน ณ เขาหินเหล็กไฟ เมื่อปี 2544 โดยพระบรมราชานุสาวรีย์ มีความสูง 2 เมตร ลักษณะทรงยืนถือพระมาลา ผู้ออกแบบให้จินตนาการว่า หลังจากทรงเหน็ดเหนื่อยกับการเสด็จประพาสบนเขาหินเหล็กไฟ ได้ทรงถอดพระมาลา เพื่อทรงพักผ่อนพระวรกาย และทอดพระเนตรลงมายังเมืองหัวหิน ด้วยความชื่นชม และห่วงใยประชาชน


โดยในวันคล้ายวันสวรรคตวันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี ข้าราชการ และประชาชน จะพร้อมใจกันประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ นอกจากนี้ เทศบาลเมืองหัวหิน ได้พัฒนาพื้นที่เขาหินเหล็กไฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และตก สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเมือง และอ่าวหัวหิว เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขาสูง มีการปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี และยังเป็นพื้นที่สีเขียว ซึ่งถือว่าเป็นปอดของเมือง


จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปยังท่าอากาศยานหัวหิน โดยมีประชาชนรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จตลอดเส้นทาง ซึ่งเดินทางมาจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาทิ อำเภอหัวหิน อำเภอสามร้อยยอด, อำเภอปราณบุรี และอำเภอทับสะแก รวมถึงจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งเพชรบุรี และราชบุรี โดยเฉพาะบริเวณหน้าวังไกลกังวล ทางอำเภอหัวหิน ได้จัดทำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประดับตกแต่งไฟอย่างงดงาม เป็นจุดที่มีประชาชนมารวมกันมากที่สุด และพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลือง โบกธงชาติ โบกธงพระปรมาภิไธย “ว.ป.ร.” และธงพระนามาภิไธย “ส.ท.” ด้วยความจงรักภักดี ซึ่งต่างปลื้มปีติ ที่ได้ชมพระบารมี และเปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญดังกึกก้อง


เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานหัวหิน มีประชาชนมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อแสดงความจงรักภักดี ทั้งนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่มีโครงการในพระราชดำริเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการพระราชดำริต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนให้มีอาชีพ มีรายได้ นับเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุขอย่างแท้จริง และในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ จิตอาสาพระราชทาน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมกับมอบเจลแอลกอฮอล์พระราชทาน ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงอาหารพระราชทานแก่ประชาชน


หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร

ข่าวยอดนิยม