ต่างประเทศ

อียู เริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อที่ยังพุ่งสูง

27 ธ.ค. 2563

1.1K view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

สหภาพยุโรปเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ให้กับประชาชน ในวันนี้ (27 ธ.ค.) เป็นวันแรก ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อสะสมเฉพาะยุโรปที่ทะลุ 14 ล้านคนแล้ว ส่วนที่สหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันจำนวน 14 ล้าน สูญเสียสิทธิประโยชน์การว่างงาน หลังทรัมป์ไม่ลงนามรับรองแผนเยียวยา
 
 
โดยที่ เยอรมนี เริ่มฉีดวัคซีนล่วงหน้า ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว เพราะไม่อยากเสียเวลารอแม้แต่วันเดียว โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนเป็นคนแรกของประเทศ ได้แก่ คุณทวด วัย 101 ปี ชื่อว่า เอดิธ ควอยซัลลา ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา ที่เมืองฮัลเบอร์ชตัดต์ ในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ ทางตะวันออกของเยอรมนี 
 
 
ส่วนที่อิตาลี ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 คนแรกของประเทศคือ คลาวเดีย อาลิเวร์นินี่ พยาบาลประจำโรงพยาบาลโรคติดต่อสปาลลันซานี ในกรุงโรม ซึ่งเธอได้รับการฉีดวัคซีนพร้อมกับเพื่อนพยาบาลอีก 4 คน
 
 
เช่นเดียวกันกับที่สเปน ที่เริ่มต้นฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในวันนี้เป็นแรก ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนเป็นคนแรกคือ อาราเซลี่ อิดัลโก้ หญิงวัย 96 ปี ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา โลส โอลโมส ในเมืองกัวดาลาฆารา ตามมาด้วยพยาบาลประจำบ้านพักคนชรา 
 
 
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศที่เริ่มต้นฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้ง ออสเตรีย, สโลเวเนีย, สาธารณรัฐเช็ก, โปแลนด์ และอีกหลายประเทศ ซึ่งที่สาธารณรัฐเช็ก ผู้ที่ได้รับวัคซีนเป็นคนแรกของประเทศคือ นายกรัฐมนตรี อันเดรจ บาบิส วัย 66 ปี โดยเขาเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลทหารในกรุงปราก พร้อมกับถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ให้กับประชาชนได้รับชมด้วย (
 
 
อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนของยุโรปมี ขึ้นท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในหลายประเทศก็ยังคงบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดอยู่ จนถึงขณะนี้ เฉพาะทวีปยุโรปมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมสะสมกว่า 14 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 3.35 แสน คน 
 
 
ขณะที่ ชาวอเมริกันจำนวนกว่า 14 ล้านคน จะเสียสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ตามแผนงบประมาณเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลค่า 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธลงนามรับรองแผนงบประมาณดังกล่าว ที่มีกำหนดเส้นตายเมื่อวานนี้ เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ต้องการให้มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น จาก 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ทั้งนี้ แผนงบประมาณดังกล่าว ได้ผ่านการรับรองจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
 
ส่วนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 80,792,894 ราย เสียชีวิต 1,766,485 ราย และรักษาหาย 57,005,714 ราย
 

ข่าวยอดนิยม